แปรรูป
วว. แปรรูป ยางพารา เป็นผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมแกร่งเศรษฐกิจประเทศ ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะน้ำยาง (Latex) ซึ่งเป็นผลิตผลที่ได้จากท่อลำเลียงอาหารในส่วนเปลือกของต้นยางพารา สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ยางชนิดต่างๆ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมหนัก เช่น การผลิตยางรถยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในครัวเรือน ยางพาราเป็นพืชที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มีพื้นที่ปลูกทั่วประเทศมากกว่า 12.3 ล้านไร่ กระจายอยู่ทุกจังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้ ยางพาราจึงเป็นพืชทดแทนป่าไม้ที่มีจำนวนลดลง และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้มีมากขึ้น อีกทั้งภายในสวนยางพารายังมีพืชชนิดอื่นๆ ที่สามารถปลูกร่วมได้ จึงทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น รวมทั้งเป็นที่อาศัยของสัตว์ต่างๆ ตามธรรมชาติ จากจำนวนการปลูกยางพาราที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณผลผลิตยางพาราล้นตลาด ส่งผลให้ราคาจำหน่ายตกต่ำ จำเป็นยิ่งที่ต้องนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เข้าไปเพิ่มมูลค่า ช่วยตอบโจทย์และแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรร
อดีตหนุ่มวิศวกร ผันตัวทำสวน ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่ามะนาว สู่ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณมิ้นท์-ฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ วัย 31 ปี เจ้าของสวนมะนาว แห่งหนึ่งในอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ชายหนุ่มผู้เปลี่ยนสวนมะนาวของครอบครัว ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ พัฒนาต่อยอดใหม่จนกลายมาเป็นแบรนด์สินค้า OTOP สร้างชื่ออย่าง เลมอน มี ฟาร์ม (Lemon Me Farm) คุณมิ้นท์เล่าว่า ก่อนมารับช่วงต่อทำสวนมะนาวจากคุณพ่อ เขาทำงานเป็นวิศวกรมาก่อน ด้วยความรักและชื่นชอบในเรื่องนาโนเทคโนโลยี วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ จึงค่อนข้างมีความคิดและแก้โจทย์แบบวิทยาศาสตร์เสมอ แต่แนวคิดนี้ไม่สามารถใช้กับสวนมะนาวของคุณพ่อได้เลย เพราะการทำไร่ทำสวนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมปัจจัยได้ เขาจึงวิ่งหนีการทำการเกษตรมาตลอด “คือพ่อผมท่านจะมีที่อยู่ ก็ทำพวกสวนกล้วยไม้สวนมะนาว เรียกว่าทำเกษตรมาตั้งแต่ผมเด็กๆ เพิ่งมาช่วงหลังๆ สัก 10 กว่าปี ที่หันมาทำสวนมะนาว ซึ่งผมก็โตขึ้นและจบด้านวิศวะมา ก็ได้ทำงานตามสายอยู่ในบริษัทหนึ่ง พอกลับบ้านเสาร์อาทิตย์ก็เห็นว่าที่บ้านมีมะนาวเยอะ เลยเอามาทำน้ำมะนาวขายเล่นๆ” แต
เจ้าของสวน เปลี่ยนวิกฤตราคากล้วยตก จับแปรรูปกลายเป็นเมนูเด็ด ขายดีกว่าเดิม กล้วยปิ้ง ขนมหวานแสนอร่อย ถือเป็นการแปรรูปนำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นอาชีพด้วยวิธีการอันง่ายดาย ที่สำคัญ ต้นทุนต่ำ จะเห็นได้จากตามตลาด ตรอก หรือซอกซอย มักจะมีร้านกล้วยปิ้งอยู่แทบทั้งนั้น ด้วยเป็นขนมทานง่าย อิ่มท้อง คนไทยจึงนิยมกิน คุณไผ่-ครองศักดา สีสังข์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้งคิงคองเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านทำสวนกล้วย ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไส้ขาวมากว่า 10 ปี ส่งขายตลาด และวางจำหน่ายหน้าบ้าน แต่ช่วงหลังมานี้มีเกษตรกรปลูกกล้วยจำนวนมาก ส่งผลให้กล้วยล้นตลาด ราคาตก เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกชายเจ้าของสวนอย่างตน จึงหาทางระบายผลผลิตออกสู่ตลาดด้วยการแปรรูปเป็นกล้วยปิ้ง ตั้งชื่อ “กล้วยปิ้งคิงคอง” ปัจจุบันเปิดมาได้ 2 ปี ร้านตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 205/13 ถนนบ้านดอนตูม ซอย 5 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ โดยก่อนหน้านี้คุณไผ่ทำงานวนเวียนในสายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ทำอยู่ 5 ปี เรียกได้ว่าทำครบหมดแล้ว
“แกงหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” สูตรอีสานแท้ เก็บได้นาน ตอบโจทย์คนไทยไกลบ้าน แกงหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป – หน่อไม้ หน่ออ่อนไผ่ที่แตกเหง้ามาจากใต้ดิน สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารทานได้หลากหลายแบบ ปัจจุบันหน่อไม้เป็นสินค้าล้นตลาด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหน่อไม้หลายๆ ราย ต่างหาวิธีต่อยอด เปลี่ยนวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือให้สามารถสร้างรายได้ได้ คุณอิ๋ว-จารุณี เสนารัตน์ วัย 42 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรุ่นใหม่ อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่มีไอเดียต่อยอดหน่อไม้ธรรมดา ให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยการแปรรูปเป็น “แกงหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ ภูฟาร์ม” ผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่รางวัลโปรดักต์แชมเปี้ยน ปี 2019 จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาครอง คุณอิ๋ว กล่าวว่า แกงหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ภูฟาร์ม เป็นสินค้าพร้อมปรุง หรือพร้อมแกง ที่ประกอบไปด้วย หน่อไม้ เห็ดหูหนู ผัก เครื่องปรุง รวมอยู่ในซองเดียว รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงหน่อไม้ สูตรอีสานแท้ๆ แต่ไม่ใส่ผงชูรส เป็นสินค้าที่มีตรา อย. รับรองโดยที่มาของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เกิดจากปัญหาหน่อไม้สดเริ่มล้นตลาด เธอจึงเกิดไอเดียแปรรูปหน่อไม้ธรรมดา ให้กลายเป็น “หน่อ
“ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้บนดินภูเขาไฟ” ของดีเมืองบุรีรัมย์ เตรียมส่งออกต่างแดน บุรีรัมย์ นอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่แหล่งรวมอารยธรรมขอมโบราณ ที่มีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ขึ้นชื่อ อย่าง ปราสาทหิน พนมรุ้ง และ ปราสาท เมืองต่ำ แล้ว ยังถือเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ ดินภูเขาไฟเมืองไทย อีกด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้คุยกับ คุณไอรีน-ชนกชนม์ อักษรวุฒิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกและแปรรูปว่านหางจระเข้ จังหวัดบุรีรัมย์ อีกหนึ่งในเคสที่เล็งเห็นประโยชน์และคุณสมบัติของว่านหางจระเข้ ในการสร้างเงินรายได้จากพืชชนิดนี้ โดยคุณไอรีน เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจปลูกและแปรรูปว่านหางจระเข้ เกิดจากความสนใจด้านเครื่องสำอางของตนอีกทั้งมีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จนเกิดเป็นองค์ความรู้ และนำมาต่อยอดประยุกต์ใช้เข้ากับสวนไร่ของพ่อแม่ ที่มีอยู่ประมาณ 10 ไร่ มาปลูกว่านหางจระเข้ โดยคัดเลือกว่านหางจระเข้พันธุ์ บาร์บาเดนซิส ซึ่งเป็นพันธุ์ใหญ่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา แต่ปลูกแพร่หลายในยุโรป มาปลูกในไร่หมู่บ้านสระเร่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพื้นดินของจ.บุรีรัมย์ เป็นดินที
วิสาหกิจชุมชนไก่งวง นำ “ขน” เหลือทิ้ง มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ขายได้ กก.ละ 2,000 บาท วิสาหกิจชุมชนไก่งวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต่อยอดการเลี้ยงไก่งวงเกือบ 600 ตัว มีการแปรรูปสินค้าทั้งเนื้อไก่งวงจำหน่ายหลากหลายเมนู อีกทั้งนำขนไก่งวงที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน มาสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถขายได้กิโลกรัมละถึง 2,000 บาท นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สไตล์ต่างๆ รูปแบบแฮนด์เมด ทั้งหมวก สายคาดหมวก ขณะที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จากประเทศภูฏานเดินทางมาศึกษาดูงานเทคนิคการเลี้ยงด้วยความสนใจ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 2 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มี คุณศรีสุนันท์ เดชบุตร อายุ 40 ปี เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 20 ราย ได้เริ่มเลี้ยงไก่งวงสายพันธุ์อเมริกันบอล ลักษณะตัวสีดำใหญ่ สายพันธุ์สมอลไวท์ ลักษณะตัวสีขาว และอีกหลายสายพันธุ์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วสำหรับการเลี้ยงไก่ของที่นี่เกือบ 600 ตัว มีการนำเนื้อไก่งวงมาแปรรูปทำอาหารหลากหลายที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำพริกไก่งวง ไก่งวงจ๊อทอด ลาบไก่งวง ผัดเผ็ดไก่งวง และยังมีไก่งวงอบ มีทั้งขายเป็นตัว เป็นผลิตภัณฑ์ส่งจำหน่ายทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ได้ร
ศูนย์โอท็อปบ้านศาลาดิน ผลิตดินพร้อมปลูกจากผักตบ สร้างรายได้ 4 หมื่นบาทต่อเดือน ผักตบชวา เป็นไม้น้ำที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว มีลำต้นสั้น แตกใบเป็นกอ ลอยไปตามน้ำ มีความทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่จะไม่ทนน้ำเค็ม คลองมหาสวัสดิ์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธฆณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นอีกแหล่งที่มีปริมาณต้นผักตบชวามากมาย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนในชุมชน เพราะคนในชุมชนได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำผักตบชวาที่หลายคนมองว่าไร้ค่า มาแปรรูปเป็นดินผสมพร้อมปลูกจำหน่าย สร้างรายได้ ผักตบชวา คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน เล่าว่า เนื่องจากผักตบชวา เป็นปัญหาต่อการสัญจรในคลอง เลยมองเห็นว่าถ้านำมาใช้ประโยชน์ก็น่าจะได้ช่วยกำจัดได้อีกทางหนึ่ง จึงขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้งในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้น ก็นำมาผสมรวมกับวัสดุอื่น บรรจุถุงเป็นดินพร้อมปลูก สำหรับส่วนผสมประกอบไปด้วย ผักตบชวาสับตากแห้ง / แกลบ / ขี้เถ้า / ดินบดผสมขี้วัว ทั้งหมดนี้อย่างละ 1 ส่วน ผสมเข้ากัน คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ด้วยคุณสมบัติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่ผสมอยู่ในดิน สามารถนำไปปลูกพืชได้หลากหลาย ไม่ว
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เจอกับป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง ระบุข้อความว่า “สวยใส สองพันปี RICE BRAN & GERM OIL ที่สุดแห่งปี จาก 4 สถาบัน” ด้วยความสนใจจึงลองเข้าไปดู จึงทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้น คือ “น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่” ด้วยความที่ไม่ค่อยเห็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากข้าวไรซ์เบอร์รี่มากนัก จึงเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านเสียหน่อย คุณเหล็ก – ญานทัศน์ แสงปาก วัย 39 ปี เจ้าของบริษัท ไรซ์เบอร์รี่ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และ เจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้เล่าให้ฟังว่า เขาเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จากมหาวิทยาลัยมหิดล จบมาก็ทำธุรกิจก่อสร้างได้สักพัก วันหนึ่งมีโอกาสทำ MOU ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ของ ม.เกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน เห็นว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีประโยชน์หลากหลาย ในปัจจุบันคนไม่ค่อยอยากทานข้าว ที่เป็นข้าวจริงๆ กันสักเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีเวลา หรือมีความหลากหลายในการทานมากขึ้น คุณเหล็กอยากเห็นคนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งตนเป็นลูกชาวนาแท้ๆ ใฝ่ฝันอยากจะเห็นคุณภาพชีวิตของชาวนาดีขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถให้กับชาวนา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าเพื่อเพิ่มมูลค่
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดตัววอฟเฟิลกรอบ และมันอบกรอบแปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลงานวิจัยจากโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 โดย รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทอาหารที่จดทะเบียน 8,000 บริษัท 1,800 รายเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม สร้างมูลค่าการส่งออกและรายได้ให้กับประเทศปีละ 102,000 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีจำนวนมากในประเทศไทยเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคณะอุตสาหกรรมเกษตรช่วยต่อยอด พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำต่อเนื่องจากปี
