แพทย์แผนไทย
วรโชติ รมช.สธ. เปิดงานใหญ่ระดับประเทศ “มหกรรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ระดับภาค ปีที่ 18” พบกับ 50 บูธสุขภาพ เจาะลึกภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน พร้อมถอดรหัสตำรับยาโบราณ รวมที่สุด ของภูมิปัญญาไทยที่หาดูยาก พิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่ “หมอนวดมือทอง” จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างครบวงจร งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 มีนาคมนี้ ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเทศบาลพุเตย (พุเตยสปา) จ.เพชรบูรณ์ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมจัดงาน “มหกรรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ระดับภาค ปีที่ 18” ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเทศบาลพุเตย (พุเตยสปา) จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 12–14 มีนาคมนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและบูธสุขภาพกว่า 50 บูธ ซึ่งแบ่งเป็น 3 โซนหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) โซนลานภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน สาธิตการรักษาที่
เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จัดกิจกรรม “Open House Open Heart เปิดบ้านเปิดใจ แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” เพื่อเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวและทดลองเรียนรู้วิถีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ภายใต้แนวคิด “เรียนจริง–ทำจริง–ต่อยอดเป็นอาชีพ” โดยจัดกิจกรรมเพื่อเรียนรู้นำไปปฏิบัติจริง ประกอบด้วย 1. การตรวจวินิจฉัยร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนไทย 2. การเรียนรู้เส้นทางผู้ประกอบการด้านสุขภาพและสมุนไพร และ 3. การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อจัดทำ Portfolio โดยให้นักเรียนเตรียมสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พท.ป.บ.) ดร.กริยาภา หลายรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระบรมราชชนก และ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นผู้นำด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของประเทศ โดยมีประสบการณ์การสอนกว่า 20 ปี ในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและรับรองโ
พญ.ชนิดา สยุมภูริจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ครั้งที่ 2 ควบคู่กับมหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ตอนหนึ่งว่า แพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายถึงเพียงการนวดหรือสมุนไพรเท่านั้น หากแต่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นบริการการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ตำรับยา อาหารท้องถิ่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ไปจนถึงแนวทางการรักษาเฉพาะโรค ทั้งนี้ อภัยภูเบศรก้าวสู่การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค เฉพาะระบบ หรือ PDSC (Program and Disease Specific Certification) ของ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เป็นโรงพยาบาลแรก แต่ปัจจุบันแทบทุกโรงพยาบาลตั้งแต่ระดับชุมชนขึ้นไป ล้วนมีหน่วยงานด้านแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ในโลกยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เงินทองอาจไม่สำคัญเท่าความมั่นคงทางยา ทางอาหาร การปลูกผักไว้กินใช้เองอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และการวางมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมของแพทย์แผนไทย คือประตูบานแรกสู่ความม
ต่อยอด สร้างอาชีพได้ ไม่อายใคร แพทย์แผนไทย Soft Power อนาคตไกล เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ในสังกัด คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันบรมราชชนก จัดแนะแนวการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีให้กับผู้บริหารโรงเรียน อาจารย์แนะแนว นักเรียน ผู้ปกครอง ในจังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ว่าการศึกษาการแพทย์แผนไทย เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่อยู่คู่คนไทยมานาน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ต่างชาติให้การยอมรับ สามารถต่อยอดไปประกอบอาชีพได้ โดยมี รศ.ดร.วิทยา อยู่สุข คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.ชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ รองผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ร่วมบรรยาย รศ.ดร.วิทยา กล่าวว่า สถาบันพระบรมราชชนก เปิดสอนหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ให้ความร่วมมือทั้งด้านกายภาพ และวิชาการ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยมานานเ
ม.รังสิต ปลื้ม มีส่วนผลิต บุคลากรทางการแพทย์แผนไทย คุณภาพ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า การเปิดหลักสูตรการแพทย์แผนไทย ประเภท ก. เป็นการแพทย์แผนไทยสำหรับบุคคลทั่วไป ที่มีความประสงค์จะได้ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือได้สิทธิ์ในการสอบใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยที่ไม่ได้จบการศึกษาทางด้านสายการแพทย์แผนไทยมาก่อน และไม่จำกัดอายุ ซึ่งหลักสูตรนี้สามารถเริ่มต้นได้จากคนที่อายุ 15 ปี สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป จนถึงผู้ที่ไม่สำเร็จการศึกษาในมิติการแพทย์แผนไทย ก็สามารถเข้าเรียนได้ เรียนเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ในระยะเวลา 3 ปี ผู้เรียนมีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ทั้งเภสัชกรรมไทย หรือเวชกรรมไทย และหากสอบได้ในด้านเภสัชกรรม สามารถเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ หรือถ้าสอบเวชกรรมไทยได้ก็สามารถเปิดคลินิกการแพทย์แผนไทย หรือสหคลินิกการแพทย์แผนไทยร่วมกับคนอื่นในสาขาอาชีพทางการแพทย์ได้ ปัจจุบัน ม.รังสิต โดยวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ได้เปิดหลักสูตรนี้มาแล้ว 5 รุ่น ทั้งนี้ ในปี 2565 ผู้ที่มีโอกาสสอบใบประกอบวิชาชีพการแพท
แพทย์แผนไทย ในสายตาวัยรุ่นยุคดิจิทัล “อาชีพนี้ มีดีกว่าที่คิด” เฟรชชี่หน้าสวยคนนี้มีชื่อว่า “มิน” หรือ นางสาวอภิชญา เสนปาน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต มีดีกรีเป็นดาววิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ดาวคณะ” มิน เป็นคนภูเก็ต ครอบครัวทำธุรกิจฟาร์มผัก ตัดสินใจเรียนการแพทย์แผนไทยที่ม.รังสิต ด้วยความชอบส่วนตัวและทราบว่าที่นี่มีเปิดการเรียนการสอนทางด้านนี้ จึงปรึกษากับครอบครัวและตัดสินใจเรียนสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยอย่างไม่ลังเล วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสาวสวยคนนี้กัน “เมื่อเข้ามาเรียนแล้วรู้สึกสนุกกว่าที่คิด ตอนเรียนมัธยมยังไม่เข้าใจเรื่องพืชต่างๆ ตอนแรกกลัวพฤกษศาสตร์มาก พอได้มาเรียนรู้สึกว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเราตั้งใจ การเรียนที่นี่สนุกมาก ได้ลงมือทำจริง เมื่อเข้าแล็บมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ” มิน ให้ข้อมูลเริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ ที่ผ่านมามีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ การร่วมประกวดดาว-เดือน หรือ Ambassador 2023 ของวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก โดยมีรุ่นพี่ทาบทามให
ม.รังสิต เปิดโอกาสสู่อาชีพ แพทย์แผนไทย โดยไม่จำกัดอายุ-การศึกษา อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเป็นวิสัยทัศน์ของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันได้รับการสานต่อมาถึง ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ อธิการบดีคนปัจจุบัน โดยนับตั้งแต่การเกิดโรคระบาดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ได้มีความชัดเจนมากว่าภูมิปัญญาของโลกตะวันออกได้มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการพึ่งพาตัวเองด้วยสมุนไพรได้มาก โดยการแพทย์แผนตะวันออกที่ได้รับความสนใจและมีงานวิจัยที่พัฒนาเพิ่มขึ้นในเวทีโลกทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์อายุรเวทอินเดีย โดยเฉพาะในประเทศไทย ทั้งการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน รวมถึงการพึ่งพาตัวเองของชาวบ้านด้วยสมุนไพรได้มีบทบาทมากขึ้นเป็นลำดับ จากข้อมูลของ Euromonitor พบว่า การค้าปลีกผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลกในปี พ.ศ. 2564 มีมูลค่า 54,960 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีมูลค่าการค้าปลีกผลิตภัณฑ์สมุนไพรสูงที่สุด
แพทย์แผนไทย ทางเลือกชาวบ้าน ภาวะสงคราม ข้าวของแพง คนยากจนลง เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดศูนย์ศึกษาอนุรักษ์และพัฒนาสมุนไพรอีสานใต้ โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) คุณพ่อชอย สุขพินิจ แพทย์แผนไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2559 โดยภาคีเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อมต่อกับระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน คุณเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนประชาชนชาว จ.สุรินทร์ จำนวน 138,000 คน ที่มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มาตั้งศูนย์ฯ ที่นี่ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของ อีสานใต้ เพื่อศึกษา พัฒนา และอนุรักษ์พืชพรรณสมุนไพร ให้คงอยู่สืบไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะสงคราม ข้าวยากหมากแพง คนยากจนลง การจะดำรงชีวิตอยู่ได้นอกจากแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ต้องอาศัยแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนด้วย ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพอนามัยที่ดี อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฯ แ
เปิด How To ดูแลตัวเอง เมื่อติดเชื้อไวรัส ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปัจจุบัน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใครที่อาการหนักก็ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ใครที่กลุ่มเสี่ยงสีเขียวก็สามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้ โดยเฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เปิดวิธีการดูแลตัวเองด้วยการแพทย์แผนไทย เมื่อมีอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยตัวเอง ดังนี้ * เมื่อมีอาการไข้ ตัวร้อน – ใช้ฟ้าทะลายโจร ในรูปแบบสดมื้อละ 25 ใบ หรือใบแห้ง 1.5-3 กรัม หรือแบบแคปซูลที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ 140-180 มก./วัน วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน หรือทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ – ใช้ยาจันทลีลา ยาเขียวหอม ยาประสะจันทน์แดง * เมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ – ใช้มะขามป้อม ยาอม/ยาแก้ไอมะขามป้อม – ใช้มะแว้งเครือ/มะแว้งต้น ยาอม/ผลแก่สด 5-10 ผล ใช้ผลสดเคี้ยวแล้วกลืน – ดื่มชาสมุนไพรร้อน เช่น ขิง น้ำผึ้งมะนาวร้อน ขมิ้นชันน้ำผึ้ง ตรีผลา * เมื่อมีน้ำมูก คัดจมูก จมูกไม่ได้กลิ่น หอบเหนื่อย หายใจลำบาก – ใช้การสุมยา/อบ/รมไอน้ำ ใช้สมุนไพรสดที่มีน้ำมันหอมระเหย (มีกลิ่นหอม) และมีฤทธิ์ร้อน เช่น หัวหอม ข
CIM DPU ชี้ ตลาดสมุนไพร โตต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่าหมื่นล้าน ทำตลาดต้องการบุคลากรแพทย์แผนไทย มากขึ้น ในยุคที่มีโรคระบาด “โควิด-19” ทำให้ทุกคนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพของตนเองและครอบครัวมากขึ้น อีกทั้งสมุนไพรไทย อย่าง ฟ้าทะลายโจร กระชาย สามารถช่วยรักษาโควิด-19 ได้ ยิ่งทำให้ “สมุนไพรไทย” เป็นที่นิยมและต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าการใช้สมุนไพรนั้น ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถหยิบมาทานได้ทันที เพราะไม่ว่าจะเป็นยาหรือสมุนไพรชนิดไหน หากนำมาใช้ไม่ถูกวิธี ไม่เหมาะสม จากคุณก็กลายเป็นโทษได้เช่นเดียวกัน การมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร จึงมีความสำคัญอย่างมาก แพทย์แผนไทยอภิรัช ประชาสุภาพ หัวหน้าหลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้พืชสมุนไพรนั้นเพราะมองว่าเป็นการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัยและมาจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพร อีกทั้งนโยบายของภาครัฐก็ได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าทะลายโจร กระชาย ขิง หรือพืชตระกูล ก. ไม่ว่าจะเป็น กัญชา กัญชง กระท่อม ซึ่งได้ปลดล็อ
