โควิด-19
“เราจะสู้ COVID-19 ไปด้วยกัน” อนุทิน ชี้! ไทยกำลังเข้าสู่สงครามกับ COVID-19 เต็มรูปแบบ COVID-19 – ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่อง กับไวรัสโควิด-19 ซึ่งล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศเกาหลีใต้พุ่งขึ้นไปถึงหลักพัน และประเทศอื่นๆ ก็เริ่มมีการแพร่ระบาดกันมากขึ้น เพจ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่ระยะที่ 3 ว่า เราจะสู้ COVID-19 ไปด้วยกัน เราต้องการความร่วมมือจากประชาชน หลังประกาศโรคติดต่ออันตราย ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมาย ตรวจ และสอบสวนโรค ได้มากขึ้น ทำให้พบผู้ต้องสงสัย ผู้มีความเสี่ยง และผู้ติดเชื้อ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยง ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข กำลังพิจารณาจะออกมาตรการที่ทำให้การควบคุมโรคในประเทศไทย ที่มีมาตรฐานดีอยู่แล้ว ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น แม่สอด และด่านชายแดนที่เดินเท้าข้ามไปมาได้ เราจะต้องปรับการทำงานให้บูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อควบคุมโรค ให้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ภายใต้พ.ร.บ.โรคติดต่อ สำหรับท่า
ผู้บริหารการบินไทยพร้อมใจลดเงินเดือนฝ่าวิกฤตโควิด-19 พร้อมใจลดเงินเดือน – นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน ทำให้มีปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารลดลง ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารจึงได้ร่วมกันกำหนดแผนการรับมือกับภาวะวิกฤตดังกล่าว โดยได้วิเคราะห์ผลกระทบในทุกสถานการณ์อย่างรอบคอบ ตั้งแต่ผลกระทบระดับน้อยจนถึงมากที่สุด โดยเริ่มจากการปรับลดค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติการบิน นอกจากนี้ ยังปรับลดและชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็น การปรับลดแรงงานให้สอดคล้องกับปริมาณงาน เป็นต้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว และเพื่อเป็นการแสดงความเสียสละของผู้บริหารระดับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้อำนวยการใหญ่ ได้สมัครใจปรับลดเงินเดือนลง 15-25% และปรับลดค่าพาหนะลง 20-30% เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่มีมาตรการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน
ประกาศให้ “COVID-19” เป็นโรคติดต่ออันตราย อนุทินยัน ไทยยังไม่เข้าสู่ระยะ 3 โควิด-19 – ที่เพจ กรมการแพทย์ ได้เผยแพร่ประกาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการร่างประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ยืนยันไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 ยังไม่มีการระบาดของโรคในประเทศ บ่ายวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 โดยมีนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ เข้าร่วมการประชุม นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทยยัง
ทำเดือดร้อนหนัก ทั้งสองฝั่ง! บริษัท – ลูกทัวร์ วอนหา “เจ้าภาพใหญ่” แก้ปัญหาด่วน เรียกว่าเวลานี้ ความเดือดร้อนกำลังกระทบกัน เป็น “โดมิโน” ล้มครืนตามกัน สำหรับกรณีการระบาดของไวรัส COVID-19 หลายชีวิตต้องสังเวยกันไปแล้วมากมาย ในหลายประเทศ ซึ่งในส่วนของไทยเอง แม้ยังไม่พบตัวเลขผู้เสียชีวิต แต่วิกฤตครั้งนี้ ก็หนักหนาสาหัสอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงธุกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร สปา รถตู้รับส่ง ฯลฯ และที่เห็นจะได้รับผลกระทบ “ตรงๆ เต็มๆ” คงหนีไม่พ้นบริษัททัวร์ ทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งล่าสุดได้มีตัวแทนออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, AOT Official และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามามีบทบาทให้ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ใช่มีแต่คำแนะนำที่สร้างความหวาดกลัว แต่ไม่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาดและชัดเจนให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ตัวแทน บริษัทนำเที่ยว Unithai Trip โพสต์ผ่านเพจทางการของบริษัทอีกว่า อยากให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับปัญหาคร
ไวรัสโควิด–19 ลามแล้ว! GDP ของ SMEs ไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัวต่ำกว่าคาด ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกของ SMEs ในรอบปี 2562 พบว่ามีมูลค่ารวม 75,477.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.6 และมีสัดส่วนการส่งออกของ SMEs ต่อการส่งออกรวมของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 30.6 เฉพาะเดือนธันวาคม 2562 มีการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 5,530 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีปัจจัยบวกมาจากตลาดส่งออกสำคัญของ SMEs ส่วนใหญ่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐอเมริกา ซึ่งขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 11.4 และ 10.1 ตามลำดับ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง เพื่อทดแทนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกัน (สงครามการค้า) มีการขยายตัว เช่น เม็ดพลาสติก ทองแดงบริสุทธิ์ ยางนอกรถยนต์และยานพาหนะอื่นๆ อุปกรณ์ Solar cell เครื่องคำนวณและประมวลผล ท่อและข้อต่อ ตะปู หมุดที่ทำด้วยเหล็ก รวมทั้ง ฟูก ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่นเดียวกับตลาดในกลุ่ม EU ที่ยังคงขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.8
