ไลน์
คุณบัณยดา อินทาปัจ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม Business Development จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า การแชต ถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาด Commerce ไทย เนื่องจากผู้บริโภคมีพฤติกรรมชอบพูดคุยสอบถามก่อนการซื้อขาย เห็นได้จากมูลค่าตลาด Chat Commerce ที่คาดว่าจะเพิ่มจาก 493 พันล้านบาทในปี 2024 สู่ 1.16 ล้านล้านบาทในปี 2029 หรือมีการเติบโตเฉลี่ย 18.8% ต่อปี พร้อมทั้งยังพบว่า 81% ของผู้บริโภคเลือกทักไปพูดคุยสอบถามร้านค้าในช่องทาง Official อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง” จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ LINE เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำ Chat Commerce ที่หลากหลายธุรกิจเลือกใช้ เนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 56 ล้านคน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง ขณะเดียวกันผู้ใช้งาน LINE ยังมีความสนใจในหมวดหมู่ธุรกิจเกี่ยวกับ อาหารและเครื่องดื่ม 45% สุขภาพและความงาม 36% และแฟชั่น 32% ซึ่งเป็นหมวดหมู่ยอดนิยม ที่มีการทำการตลาดและปิดการขายผ่านแชตอยู่แล้ว ทำให้ LINE OA มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน แบรนด์มีการเปิดใช้งาน LINE OA รวมเกิน 7 ล้านบัญชี และคาดว่าภายในปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน แสดงถึงความเชื่อมั่นของผ
LINE ประเทศไทย เผยข้อมูลและแนวทางสำคัญในการทำ Chat Commerce บนแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรบน LINE ชี้เป็นโอกาสทองของธุรกิจไทยทุกขนาด ในงาน Thailand E-Commerce Expo 2025 LINE ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 56 ล้านคน หรือคิดเป็น 78.2% ของประชากรไทย ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร ส่งผลให้การแชตผ่าน LINE Official Account (LINE OA) กับร้านค้าเติบโตต่อเนื่องกว่า 3 ปี และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า ภายในปี 2568 นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Market Intelligence and Future Growth Dynamics Databook (Q3/2024) คาดการณ์ว่า ตลาด Chat Commerce ในประเทศไทยจะเติบโตจาก 493 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 1,164 พันล้านบาทในปี 2572 เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางแชตได้อย่างก้าวกระโดด เคล็ดลับพัฒนาความสัมพันธ์จากคนแปลกหน้า ไปสู่เพื่อนสนิทหรือ Brand Love 1. สร้างการมองเห็น ขยายฐานคนรู้จักแบรนด์ ผ่านโซลูชัน LINE Ads ระบบโฆษณาแบบประมูลบน LINE ช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านคนทันทีที่เปิดแอป และเพิ่มเพื่อนได้เร็วกว่าที่เคย พร้อมส่งลูกค้าต่อไปยัง LINE Official Account โดยไม่ตก
LINE STICKERS เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจ IP Business ต่อยอดความสำเร็จ LINE CREATOR ไทย สู่โลกออฟไลน์ ผ่านการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ (Licensing Business) ทั้งในรูปแบบสินค้าและสินทรัพย์ดิจิทัลนอกแพลตฟอร์ม นำร่องด้วยโปรเจ็กต์แรกจากคาแร็กเตอร์ Dueb Dueb (ดึ๊บ ดึ๊บ) สติกเกอร์มีมสุดฮาขวัญใจผู้ใช้งานไทยที่มียอดดาวน์โหลดสติกเกอร์เกินล้านครั้ง ซึ่งเป็นการปูทางสู่การสร้างแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในตลาดจริง พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับครีเอเตอร์ไทยพัฒนาผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว การเปลี่ยนผ่านจากโลกดิจิทัลสู่ของสะสมในโลกจริง การเปิดตัวกล่องสุ่ม Dueb Dueb ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ LINE STICKERS ในการต่อยอดสติกเกอร์ที่เป็นที่รักให้กลายเป็นสินค้าสะสมที่มีค่าในโลกจริง สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกระหว่างแฟนๆ กับคาแร็กเตอร์ที่ชื่นชอบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของ LINE ในการขยายและสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการริเริ่มที่ขับเคลื่อนโดย LINE CREATOR โปรเจ็กต์นี้สอดรับกับเทรนด์การสะสม Art Toy ที่กำลั
LINE Wallet ปรับโฉมใหม่! รับอินไซต์ผู้ใช้ไทย ชูความสะดวก ใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิม เพิ่มทางเลือกเข้าถึงบริการ LINE SHOPPING, LINE MAN และ LINE BK ไว้ในแท็บเดียว โดยหยิบเอา 3 บริการไลฟ์สไตล์สุดฮิตจาก LINE ขึ้นมาเป็น 3 แท็บย่อยของเซอร์วิสยอดนิยม เพื่อเป็นเมนูไอคอนทางลัด พร้อมปุ่มแจ้งเตือนสีเขียวเพื่อไม่ให้พลาดทุกคอนเทนต์และโปรโมชั่นจากพาร์ทเนอร์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลที่ไม่หยุดนิ่ง LINE ประเทศไทย เผยปี 2566 มีผู้ใช้งาน LINE Wallet ราว 25 ล้านคน หรือคิดเป็น 50% จากผู้ใช้ LINE ทั้งหมด โดยพบว่าบริการยอดนิยมบนหน้า Wallet คือ การซื้อสติกเกอร์และบริการฟินเทค (Fin-Tech) โดยมีผู้ใช้ถึงกว่า 75% นิยมเข้ามาซื้อของ โดยเฉพาะสติกเกอร์ ธีม เมโลดี้ และสินค้าบน LINE SHOPPING ขณะที่บริการฟินเทคใน LINE BK ได้รับความนิยมใช้งานกว่า 50% นอกจากนี้ ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังพบว่า ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายผ่าน E-Wallet ในหมวดหมู่สินค้าอาหารและเครื่องดื่มมากถึง 57.1% รองลงมาเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค 37% เป็นผลมาจากพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์และธุรกรรมการเงินออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ล่าสุด LINE Wallet แท็บที่ 5 บนแอป
เปิดพฤติกรรม Gen Y ใช้ไลน์นานสุด 100 นาทีต่อวัน และส่วนใหญ่ใช้เพื่อทำงานมากถึง 82% นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มเจนวาย (Gen Y) กลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ หลังจากไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยมาแล้วเกือบ 5 ปี สิ่งนี้ผลักดันให้ไลน์พยายามพัฒนาโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้าง Work Life Balance ให้กับกลุ่มเจนวายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัยเดอะแบกด้วย “ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยมาแล้วเกือบ 5 ปี หมายความว่า ประชากรที่อายุเกิน 60 ปี มีสัดส่วนมากกว่า 10% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งประชากรวัยทำงานจะมีจำนวนลดลงมาก ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ สำหรับประเทศไทย จะเห็นว่ากลุ่มเจนวาย (อายุ 28-42 ปี) ต้องแบกรับภาระในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในหลายมิติ ดังนั้น กลุ่มเจนวายจึงเป็นกำลังสำคัญของวัยทำงานในยุคที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย” นายนรสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจนวายเป็นกลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของไลน์สอดคล้องกับจำนวนประชากรเจนวายที่มีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน
สวัสดีวันจันทร์ วัฒนธรรมเจนเบบี้บูมเมอร์ กับ 3 คุณค่าที่ซ่อนอยู่ ใครเคยได้รับข้อความ “สวัสดีวันจันทร์” จากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่บ้าง? 9 ใน 10 คนต้องยกมือเพราะต่างมีประสบการณ์ที่กลายเป็นวิถีชีวิตปกติ ตั้งแต่เราและสมาชิกทุกวัยในครอบครัวใช้แอป LINE สื่อสารในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ในฐานะคนเป็นลูกอาจจะสงสัยว่าอะไรทำให้การส่งรูปดอกไม้สวัสดีประจำวัน กลายเป็นวัฒนธรรมของคนในวัยเจนเอ็กซ์ไปจนถึงเบบี้บูมเมอร์ จนบางทีอาจเผลอรำคาญ อ่านข้ามๆ ไป แต่นี่อาจเป็นหนทางที่ง่ายและดีที่สุดในการเชื่อมโลกของผู้เป็นพ่อแม่เข้ากับโลกของลูกหลานที่นับวันจะห่างออกจากกัน เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจหากจะมีแง่มุมไหนที่เราในฐานะสมาชิกครอบครัวจะลองมองอย่างเข้าอกเข้าใจถึงวัฒนธรรมที่น่าสนใจนี้มากยิ่งขึ้น 1. ส่งภาพง่าย ส่งได้ซ้ำๆ พ่อแม่ปลื้ม เนื่องจากวัยพ่อแม่ในรุ่นเจนเอ็กซ์ถึงเบบี้บูมเมอร์ อาจเริ่มมีข้อจำกัดด้านสุขภาพแล้วบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสายตาและความรวดเร็วในการพิมพ์ข้อความ บางคนอาจไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี การส่งรูปภาพสวยๆ พร้อมข้อความดีๆ จึงเป็นวิธีที่ทำง่ายและเข้าใจง่ายที่สุด ทั้งยังบันทึกไว้ใช้ซ้ำได้บ่อยโดยไม่ต้องใช้ความพยาย
LINE ประเทศไทย ปักธงครบรอบ 12 ปี ตั้งเป้าขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Smart Country ด้วยระบบเศรษฐกิจบนแอปพลิเคชัน LINE ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE ก้าวสู่ปีที่ 12 เราเติบโตจากแอปพลิเคชันสื่อสารมาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันที่สำคัญของผู้ใช้งานกว่า 54 ล้านคนในปัจจุบัน (ณ มิถุนายน 2566) โดยมีประชากรผู้ใช้หลากหลายภาคส่วน ธุรกิจ พันธมิตร คอมมูนิตี้ ที่ทำงานร่วมกันกับบริการและโซลูชันต่างๆ บนระบบนิเวศจนเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจบนแอป LINE (LINE Economy) นำไปสู่โจทย์ทางธุรกิจข้อถัดไปของเราในการสร้างความยั่งยืนบนแพลตฟอร์มที่เติบโตนี้ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการผลักดันแพลตฟอร์ม LINE ด้วยบทบาทในระดับมหภาค บนความมุ่งมั่นของเราที่อยากจะเห็นแอปพลิเคชัน LINE มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Smart Country” 4 กลยุทธ์สร้าง LINE Economy ระบบเศรษฐกิจบนแอป LINE ให้ยั่งยืน 1. ผสานจุดแกร่งระบบนิเวศเพิ่มขีดการแข่งขัน หลังเสริมทัพแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและจัดกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งออ
ส่องสายช้อป นักศึกษา-วัยเริ่มทำงาน กว่า 90% พร้อมเปย์สินค้าแบรนด์หรูในไทย สถานการณ์โควิดได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้คนและภาคธุรกิจมากมาย หลายธุรกิจซบเซา แต่ตรงกันข้ามกับ ตลาดสินค้าแบรนด์เนมลักชัวรี่ ที่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติยอดขายในประเทศที่เติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีปัจจัยมาจากข้อจำกัดในการเดินทางไปช้อปนอกประเทศ สู่การปรับตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักช้อป ซึ่งพฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่จะเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในระยะยาว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่แบรนด์หรูจะต้องทำความเข้าใจและปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ล่าสุด LINE ประเทศไทย เผยผลงานวิจัยชิ้นล่าสุดในหัวข้อ “THE EVOLUTION OF THAI LUXURY INDUSTRY” นำเสนอข้อมูลเชิงลึกในการบริโภคสินค้าแบรนด์หรูของนักช้อปในประเทศไทย เพื่อนักการตลาดใช้วางแผนกลยุทธ์ให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพต่อไป โดยสรุปเป็น 3 ประเด็นหลักน่าสนใจ ดังนี้ 3 คาแร็กเตอร์นักช้อปแบรนด์หรูที่ควรรู้จัก ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเข้าถึงสินค้าแบรนด์หรูต่างๆ ในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น แ
LINE VOOM แพลตฟอร์ม วิดีโอสั้น ใหม่ล่าสุด จาก LINE LINE แปลงโฉม LINE TIMELINE สู่แพลตฟอร์มวิดีโอใหม่ล่าสุด LINE VOOM ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานรุ่นใหม่ที่เน้นการใช้งานบนแพลตฟอร์มสำหรับคลิปวิดีโอสั้น ซึ่ง LINE VOOM จะเปิดใช้งานพร้อมกันในประเทศไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้งาน LINE VOOM ได้บน LINE เวอร์ชั่น 11.20 ขึ้นไป เท่านั้น สำหรับ LINE VOOM คือ คลังคอนเทนต์วิดีโอสำหรับทุกความสนใจ นำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายให้คนไทยได้เลือก ชม-แชร์-ช็อป-ชาเลนจ์ อาทิ วิดีโอตลกขบขัน วิดีโอบล็อก สัตว์เลี้ยง เสียงเสมือนจริง การเต้น และสูตรอาหาร โดยระบบจะศึกษาประวัติการเข้าชมคอนเทนต์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานเข้าดู และวิเคราะห์ความสนใจเพื่อแสดงผลวิดีโอ ที่ตรงต่อความสนใจนั้นๆ บนแถบ แนะนำ โดยวิดีโอที่ระบบแนะนำจะปรับเปลี่ยนไปตามผู้ใช้งานแต่ละคน ยิ่งรับชมมากระบบจะยิ่งแนะนำวิดีโอที่น่าสนใจมากขึ้น เพื่อความสนุกที่มากขึ้น อีกทั้ง ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ๆ ผ่านทางคอนเทนต์วิดีโอที่หลากหลายได้อีกด้วย โดยคำว่า VOOM มาจากการผสมกันของคำว่า Video Room Visual Room และ Boom สื่อให้เห
CLICK2GOLD ผ่อนทองผ่านไลน์เพียงหลักร้อย หนุนคนไทยเป็นเจ้าของทองได้ง่ายขึ้น บริการใหม่ จาก เอสจี แคปปิตอล–ออโรร่า นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด บริษัทในเครือ SINGER เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้จับมือกับ ออโรร่า (Aurora) ผู้นำธุรกิจค้าทองคำและเครื่องประดับเพชร ภายใต้ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ร่วมเปิดตัวบริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย บนแพลตฟอร์มไลน์ (LINE) เนื่องจากเป็นสินค้าที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปต้องการ เพราะเป็นเครื่องประดับที่คนไทยนิยมซื้อไว้เพื่อสวมใส่ ควบคู่กับเป็นการเก็บออมทรัพย์สินและการลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการเก็บออมและการลงทุน เพื่อตั้งรับกับความเสี่ยงจากวิกฤตต่างๆ ที่คาดไม่ถึง ซึ่ง “ทองรูปพรรณ” ยังเป็นอีกหนึ่งของเก็บออมและการลงทุนที่คนไทยให้ความนิยม เนื่องจากสามารถใช้เป็นเครื่องประดับ เก็งกำไรเพื่อการลงทุน รวมทั้งเปลี่ยนเป็นเงินทันทีได้อีกด้วย โดยเลือกให้บริการ “CLICK2GOLD” ทาง LINE เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรม
