ไวรัสโคโรนา
อนุทิน ลั่นเตรียม “คิดบัญชี” พวกกักตุน ขึ้นราคาแมสก์-เจลล้างมือ วันที่ 7 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมลงพื้นที่ แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ หลังเสร็จภารกิจ นายอนุทินโพสต์เพจเฟซบุ๊ก ขอบคุณทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนที่ให้ความร่วมมือ ตั้งรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอย่างมีสติ จนได้รับคำชมจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก นอกจากนี้ ยังแสดงความไม่พอใจคนที่อาศัยวิกฤตไวรัสโคโรนากักตุนสินค้าเอาเปรียบผู้อื่น ตนพร้อมคิดบัญชี “เราพยายามทำงานกันเต็มที่ และสุดความสามารถ ณ ขณะนี้ เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าหลายๆ ประเทศ เพราะเราตื่นตัวก่อน และทำงานจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น การที่เราควบคุมสถานการณ์ได้เป็นที่น่าพอใจ และได้รับคำชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เพราะคนไทยมีความตื่นตัว ให้ความร่วมมือ และเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเอง รวมทั้งให้ความร่วมมือที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำ เป็นอย่างดี ประเด็นสำคัญที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือ สื่อมวลชน ที่นำเ
ใจถึงจริงๆ! รองนายกฯชื่นชมแท็กซี่ติดเชื้อโคโรนา เปิดหน้าออกสื่อ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข โพสต์บนเพจ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นภาพตัวเองกำลังชูมือนายทองสุข (สงวนนามสกุล) โชเฟอร์แท็กซี่ วัย 51 ปี ที่ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติ จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ระหว่างเข้ามาขอบคุณ นายอนุทิน ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ระบุข้อความ “พี่แท็กซี่ที่ติดเชื้อโคโรนา คนแรกที่เป็นคนไทย ติดเชื้อในประเทศไทย ได้รับการรักษาจนหาย กลับบ้านได้แล้ว บอกให้ไม่เปิดเผยโฉมหน้าก็ไม่ยอม ใจถึงจริงๆ # Corona รักษาได้”
อภัยภูเบศร ย้ำ! กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่แมสก์ เริ่มเป็นหวัดใช้ฟ้าทะลายโจร ในขณะที่สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกกว่า 26 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย กลุ่มงานสุขศึกษาและพยาบาล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ร่วมกันแนะนำ วิธีการล้างมือและการดูแลสุขอนามัย ให้แก่ผู้รับบริการที่ OPD เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อพร้อมทั้งรณรงค์ให้ความสำคัญกับการดูแลป้องกันตนเอง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ขณะนี้ โคโรนาไวรัส ยังไม่มียารักษาเฉพาะ ไม่มีวัคซีน เพราะเป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่และคงมีตัวใหม่มาอีกเรื่อย ๆ จึงอยากแนะนำให้ประชาชนทุกคน ปฏิบัติตัวในการป้องกันอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปในจุดเสี่ยง ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เมื่อมีเริ่มอาการติดเชื้อแบบหวัด เริ่มเป็นเมื่อไหร่ รีบใช้ฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ควรปลูกติดบ้านไว้ “ในฐานะที่คุ้นเคยกับยานี้มากว่า 30 ปี เห็นว่าฟ้าทะลายโจรหาง่าย มีความปลอดภัยสูง แต่ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์และให้
เภสัชกรแผนไทย ย้ำ กระเทียม-น้ำมันงา ไม่ช่วยฆ่าไวรัสโคโรนา จากกระแสข่าวถูกส่งต่อกันมาในโลกโซเชียล เกี่ยวกับการกินกระเทียม น้ำมันงา วิตามินซี ช่วยฆ่าไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งภายหลังองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกมาชี้แจงถึงข่าวนี้ว่า ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า การกินกระเทียม น้ำมันงา วิตามินซีนั้น ไม่ได้ช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการกินกระเทียมจะช่วยปกป้องจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และถึงแม้น้ำมันงาเป็นสิ่งที่ชวนกิน แต่ก็ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กระเทียมมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ส่วนน้ำมันงาช่วยเรื่องลดการอักเสบได้ และยังไม่แน่ใจว่ามีวิจัยเรื่องเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันหรือเปล่า หากมีกระแสข่าวว่าป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ อ
ทีเอ็มบี เผย “วิกฤตไวรัส-งบล่าช้า-ภัยแล้ง” ถ่วงเศรษฐกิจไทยสูญกว่า 2.8 แสนล้าน วันที่ 5 ก.พ. ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics (ทีเอ็มบี อนาลิติกส์) เผยเศรษฐกิจไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 และภัยแล้งรุนแรง สร้างความเสียหายกว่า 2.8 แสนล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจร่วงโตแค่ 1.7- 2.1% จากเดิมคาด 2.7% “วิกฤตไวรัสส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและส่งออกไทยเสียหาย 1.5 แสนล้านบาท” สถานการณ์ล่าสุดองค์การอนามัยโลกประกาศการระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นภัยฉุกเฉินสากล (PHEIC) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไม่ให้ลามไปทั่วโลก และรัฐบาลจีนยังเดินหน้าใช้มาตรการป้องกันการลุกลามอย่างเข้มงวด ทำให้เรายังคงประเมินในผลกระทบความรุนแรงจากไวรัสครั้งนี้อยู่ในวงจำกัด โดยผลกระทบรุนแรงจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน และการส่งออกไปจีนจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรก และมีแนวโน้มปรับดีขึ้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2563 อยู่ที่ 38.7 ล้านคน รายได้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้องลดลง 1 แสนล้านบาท รวมทั้งยอดส่งออกไปจีนจะลดลง 2.8 หมื่นล
แบงก์กรุงเทพ พักหนี้ 12 เดือน-ยกเว้นเบี้ยผิดนัด ช่วยลูกค้ารับมือโคโรนา นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่อง ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและลูกค้าบุคคล ทั้งการปรับและผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ การช่วยเหลือด้านเงินทุนและเสริมสภาพคล่องกิจการระยะสั้น และการสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติม โดยลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารมีการพิจารณาปรับและผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยตั้งพักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีตามโครงการ ‘สินเชื่อบัวหลวง SMEs บรรเทาทุกข์จากเชื้อไวรัสโคโรนา’ เพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุนและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยที่ธุรกิจได้รับผลกระทบ วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR -1% ต่อปี หรือพิจารณาความเหมาะสมแต่ละกรณี สำหร
รมช.สาธิต เผยผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 4 ราย ไม่มีไข้ รอผลตรวจ วันที่ 5 ก.พ. ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้า คนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น เมื่อค่ำวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2563) ทีมแพทย์ได้ตรวจคัดกรองหลังลงจากเครื่องบิน พบมี 4 ราย อุณหภูมิร่างกายสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ขณะนี้รับไว้รักษาที่ห้องแยกโรคโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ แรกรับผลการตรวจร่างกาย 3 ราย มีอาการไข้หวัด ไอ ส่วนอีก 1 ราย มีอาการท้องเสีย ทุกรายได้รับการเอกซเรย์ปอด และตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาเชื้อ สำหรับอาการในเช้าวันนี้ รายที่ 1 เพศชาย ไม่มีไข้ รายที่ 2 เพศชาย มีอาการไอ ระคายคอ ไม่มีไข้ รายที่ 3 เพศหญิง มีอาการไอเล็กน้อย ไม่มีไข้ ทั้ง 3 ราย ผลเอกซเรย์ปอด พบความผิดปกติเล็กน้อย ส่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ รายที่ 4 เพศหญิง เช้านี้ไม่มีไข้ ไม่มีอาการท้องเสีย ผลเอกซเรย์ปอดปกติ ทุกคนได้ส่งตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี
กัปตันแอร์เอเชีย บินรับคนไทยในอู่ฮั่น เล่าภารกิจ 18 ชม. ซูฮกเจ้าหน้าที่ทุกคนคือ ‘ฮีโร่’ วันที่ 5 ก.พ. จากกรณี เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียเที่ยวบิน A320 เดินทางไปรับคนไทย 138 คน ที่เมืองอู่ฮั่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และได้เดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Manoon Jarornloy กัปตันสายการบินแอร์เอเชียผู้บินไปรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นกลับบ้าน โพสต์เฟซบุ๊กหลังปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นถึงการทำงานว่า “ผมไม่ใช่ฮีโร่…หลายคนที่รู้จักผม ตอนเช้าของวันที่ 4 คงรู้แล้วว่า ผมเป็นคนบินไปรับคนไทยในอู่ฮั่น เพราะสื่อต่างๆ ออกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก และเผอิญมีภาพบางภาพในข่าว มีติดรูปผมไปด้วยทั้งที่ตามแผนของคณะทำงาน ที่มีกระทรวงการต่างประเทศ เป็นแม่งาน ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เมื่อข่าวออกไปว่าแน่นอน แอร์เอเชียเป็นคนไปรับคนไทย นักบินในกลุ่มไลน์ต่างเสนอตัว ที่จะไปทำหน้าที่นี้ จริงๆ เขาคุยกันก่อนหน้านั้นแล้วว่าถ้ารบให้เราทำ หลายคนเสนอตัวที่จะทำ โดยไม่รับเงินค่าบิน บางคนหลังไมค์มาก็มี ผมตอบทีเล่นทีจริงว่าให้ลงชื่อไว้ เราทำจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องหาให้ยาก ปรากฏว่
4 จุดเสี่ยงที่แท็กซี่ควรทำความสะอาด ให้ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยเองมีผู้ติดเชื้อรายหนึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ ไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น แต่ติดเชื้อจากผู้โดยสารชาวจีนที่มาใช้บริการแท็กซี่นั่นเอง โดย 4 จุดเสี่ยงที่แท็กซี่ควรทำความสะอาด เพื่อให้ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา มีดังนี้ ที่จับบริเวณประตู 2. ที่จับเหนือหัวผู้โดยสาร 3. กระจกภายในรถ 4. ที่วางแขน โดยการทำความสะอาด ควรเช็ดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาด และแอลกอฮอล์ 70% ที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ‘หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ’ สินค้าควบคุม 1 ปี เมื่อวันที่ 4 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2563 เรื่อง การกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 53 พ.ศ.2562 เรื่อง การกำหนดสินค้าและบริการควบคุม ลงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2562 กำหนดสินค้าควบคุม 46 รายการ และบริการควบคุม 6 รายการไปแล้วนั้น โดยที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้จำเป็นจะต้องเพิ่มเติมการกำหนดสินค้าควบคุมเพื่อดูแลป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย หรือการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 (1) และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกประกาศดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ตั้งแต่ว
