ไวรัสโคโรนา
สธ. เผย การอบหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัย ด้วยรังสี UV-C ฆ่าโควิด-19 ได้ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการอบด้วยรังสี UV-C สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นทางเลือกในการนำหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัยกลับมาใช้ซ้ำ ในสถานการณ์การขาดแคลนจากการระบาดทั่วโลก แนะนำใช้ซ้ำได้ 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ผศ.นพ.มล.ทยา กิติยากร รศ.พญ.สิริอร วัชรานานันท์ และผศ.พญ.ดรุณี โชติประสิทธิ์สกุล อาจารย์แพทย์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยภก.สุรัชนี เศวตศิลา ผู้อำนวยการสำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกันแถลงผลการวิจัยการฆ่าเชื้อเพื่อนำหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัยกลับมาใช้ซ้ำ ว่า สถานการณ์ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้น ทำให้มีปริมาณความต้องการใช้หน้ากากอนามัย N95 สูงในบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก การนำหน้ากากอนามัย และหน้ากาก N95 มาใช้ซ้ำ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานกา
จุฬาฯ พัฒนา Chula COVID-19 Strip Test ชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงโควิด-19 เบื้องต้นจากผลเลือด ด้วยวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้ผลใน 15 นาที วันที่ 27 มี.ค. ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาฯ ประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยว่า Chula COVID-19 Strip Test ใช้วิธีทดสอบด้วยการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว จึงทำให้ในการตรวจวินิจฉัยมีความปลอดภัย ไม่ต้องใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม Chula COVID-19 Strip Test ไม่ได้นำมาทดแทนการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีมาตรฐาน แต่หวังว่าชุดทดสอบนี้จะช่วยแบ่งเบาจำนวนคนไข้ที่ต้องมารับบริการตรวจที่โรงพยาบาลจำนวนมาก ถ้ามีผลเลือดเป็น Negative และไม่มีความเสี่ยง ก็จะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล Chula COVID-19 Strip Test เป็นชุดทดสอบที่คิดค้นโดยอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ การทดสอบอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งเป็นการตรวจหาแอนติบอดี ในเลือด ซีรัม หรือพลาสมา ใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีในการตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดกรองเบื้องต้น สามารถตรวจได้ที่จุดให้บริการผู้ป่วย ผู้สนใจเข
เซเว่นฯ ยืนยัน ยังเปิดให้บริการตามปกติ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ วันที่ 21 มี.ค. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย ยืนยันว่า ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกแห่งจะยังคงพยายามเปิดให้บริการตามปกติ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ รายละเอียดดังนี้ ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีประกาศเรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563 จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-19 โดยให้มีการปิดสถานที่ประเภทต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ถึงวันที่ 12 เมษายน 2563 นั้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย ขอแจ้งว่า ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกแห่งจะยังคงพยายามเปิดให้บริการตามปกติ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวก และบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในด้านสินค้าอุปโภค บริโภค เช่นอาหารข้าวกล่องพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม และสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน สำหรับ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงเปิดตามปกติ แต่จะปิดเฉพาะพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารภายในร้านตาม
ไม่ใช่ภาพลวงตา! “บ้านเมืองกำลังเกิดพิบัติภัยจากไวรัสและการบริหารประเทศ” เมื่อหลายวันก่อน….. ตะ-รึ๊งงงงง เสียงสัญญาณเตือน “มีไลน์เข้า” ตั้งแต่เช้าเหมือนปกติ ในใจคิดน่าจะไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นการทักทายอรุณสวัสดิ์ ของญาติสนิท มิตรสหาย พอถึงช่วงสายของวันทำงาน ก่อนสตาร์ตยานพาหนะออกจากบ้านเพื่อฝ่าการจราจรเข้าออฟฟิศ เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กสักหน่อย ไล่ดูอยู่ครู่เดียว ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่อภาพดอกไม้หรือวิวทิวทัศน์ที่ส่งมาอรุณสวัสดิ์ตามปกติแทบทุกเช้า จากผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กลับเปลี่ยนเป็นข้อความสั้นๆ “ควรตุนข้าวสารอาหารแห้งไว้ได้แล้ว บ้านเมืองกำลังเกิดพิบัติภัยจากไวรัสและการบริหารประเทศ” จะว่าไปเรื่องการกักตุนอาหารของประชาชน พอได้ยินมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในต่างประเทศ อีกทั้ง “หลวงท่าน” ก็ประกาศสร้างความมั่นใจให้อยู่ตลอดว่า ปัญหาการขาดแคลนใดๆ ทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ หรือ แม้กระทั่งอาหาร-น้ำดื่ม จะไม่มีทางเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราอย่างแน่นอน เลยไม่รู้สึกตื่นกลัวเท่าไหร่ แต่ครั้นจะไม่รับฟัง ข้อความดังว่าคงไม่เข้าที เพราะผู้ที่ส่งสัญญาณเตือนมานั้น ท่าน
กรมควบคุมโรค แนะ 10 วิธีปฏิบัติตัว เมื่อต้องกักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ล่าสุด องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคระบาดทั่วโลก (pandemic) อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำ 10 ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน ดังนี้ อยู่ที่บ้าน จำกัดคนเยี่ยม รายงานตัว (โทร. 1422 กรมควบคุมโรค) 2. ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 3. ควรแยกขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย และกระดาษทิชชู 4. ควรปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่กดล้าง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส 5. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลล้างมือทันที 6. เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท 7. งดรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และแยกของใช้ส่วนตัว 8. ล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานก่อนใช้เสมอ 9. ยืนห่างจากผู้อื่นมากกว่า 4 เมตร 10. หากต้องออกจากบ้านไม่ควรใช้รถโดยสารสาธารณะ
ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยโควิด-19 มีผล 5 มี.ค. เมื่อวันที่ 4 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาและการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น โดยมีรายละเอียดว่า โดยที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 โดยกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ตามมาตรา 33/1และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซ
รพ.จุฬาฯ งดให้บริการคลินิกตรวจสุขภาพคนไทย-ต่างชาติ ป้องกันโควิด-19 ป้องกันโควิด-19 – เมื่อวันที่ 3 มี.ค.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกประกาศ งดบริการงานบางส่วนชั่วคราว เพื่อป้องกันการระบาดของโรค COVID-19 อาทิ งดบริการตรวจสุขภาพคนไทย งดบริการตรวจสุขภาพคนต่างชาติ และงดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการชุมนุมหรือมีคนแออัดและคับคั่ง รายละเอียดดังนี้ ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติประกาศให้ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ของไทย นั้น ในการนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในการป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และลดความคับคั่งของผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้ดำเนินการดังนี้ 1. งดบริการตรวจสุขภาพคนไทย ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 แต่ยังคงให้บริการคลินิกอื่นๆ ตามปกติ 2. งดบริการตรวจสุขภาพของคนต่างชาติ ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 3. งดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการชุมนุม หรือมีคนแออัดและ
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชี้เเจง ข่าวลือ พนักงานสาขาบางกะปิ ติดเชื้อโควิด-19 ไม่เป็นความจริง เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด แถลงคำชี้เเจง กรณีข่าวลือเรื่องพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องพนักงานขายของ ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ทางบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทำการตรวจสอบแล้ว จึงขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สำหรับพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ให้บริการทั้งในส่วนของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า รวมถึงร้านค้าผู้เช่า ได้จัดให้มีการตรวจคัดกรอง และวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกวัน พร้อมทั้ง ให้พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยในจุดที่ให้บริการใกล้ชิดลูกค้า โดยหากพบพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายสูง หรือมีการเข้าข่ายเป็นโรคหวัดให้ไปพบแพทย์ทันที และให้หยุดปฏิบัติงานทันที 14 วัน ตามข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ ทุกสาขา ได้เคร่งครัดปฏิบัติตามมาตรการการเฝ้าระวังแล
อนุทิน ประชุม เตรียมแผนรับมือระดับ 3 โควิด-19 ขอ ปชช.งดเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมหารือนโยบายและยุทธศาสตร์กำหนดแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข รองรับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว เราพบผู้ป่วยยืนยันเพียง 40 ราย รักษาหายไปแล้ว 27 ราย กำลังรักษา 13 ราย จากตัวเลขตรงนี้ หากมองในแง่ดีจะพบว่า อัตราการรักษาหายมีมากถึงร้อยละ 67 ผู้ป่วยที่พบติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และทราบต้นตอการติดเชื้อชัดเจน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินงานเพื่อยืดระยะเวลาของการระบาด ให้สถานการณ์ในประเทศยังอยู่ในระยะที่ 2 ให้นานที่สุด ยืนยันว่ายังไปไม่ถึงระดับ 3 แต่ถ้าเข้าสู่ระดับ 3
เซ็นทรัลเวสต์เกต สั่ง พนง.เดินทางประเทศเสี่ยง หยุดงาน 14 วัน -ปิดพื้นที่ฆ่าเชื้อทันที เมื่อวันที่ 27 ก.พ. เพจเฟซบุ๊ก CentralPlaza WestGate ประกาศชี้แจงมาตรการเข้มงวดเฝ้าระวังและคัดกรอง กรณีพนักงานในศูนย์การค้าเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง ระบุว่า จากกรณีที่มีพนักงานของดีแทคภายในศูนย์การค้าเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงและได้กลับเข้ามาปฏิบัติงานนั้น ทางศูนย์การค้าได้รีบประสานงานกับบริษัทดีแทคทันทีที่ทราบข่าว และได้หารือถึงมาตรการเร่งด่วนในกรณีนี้อย่างทันที โดยทางดีแทคได้ให้พนักงานหยุดปฏิบัติงานและเฝ้าระวังอาการที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน อีกทั้งได้ปิดพื้นที่ให้บริการและทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทันที ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพนักงานคนใดในกลุ่มดังกล่าวได้รับเชื้อแต่อย่างใด ในส่วนของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่พนักงานดีแทคปฏิบัติงานอยู่ ทางศูนย์การค้าได้ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและ Big Cleaning ภายในศูนย์ทันที ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลทั้ง 33 ศูนย์ทั่วประเทศ ตระหนักถึงความปลอดภัยของลูกค้าอย่างสูงสุด โดยได้เข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศจีน และเน้นย้ำให้ทุกแผนกและพนักงานของศูน
