กบ
กบปากแจ๋ว ต้องจับมาผัดเผ็ด ถอดสูตร ผัดเผ็ดกบ หอม อร่อย ต่อยอดสร้างรายได้ ก่อนฝนจะตกกบมันจะร้องอ๊บ อ๊บๆ เพราะกบได้แปรรูปไปเป็นผัดเผ็ดซะแล้ว เมนูสุดแสนอร่อยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บางคนก็ชอบจนต้องยกนิ้วโป้งให้เลยทีเดียว อร่อย แถมสร้างรายได้อีกด้วย จะทำเป็นอาชีพหลักก็ดี อาชีพเสริมก็ปัง ต้นทุนไม่แรง ค่าตอบแทนที่กลับมายังดีอีก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะนำสูตรผัดเผ็ดกบเมนูแสนอร่อยที่สะท้านวงการอาหาร แซ่บจนเกลี้ยงจาน ให้คนได้หารับประทานหรือทำขายแบบแซ่บๆ เผ็ดๆ ร้อนๆ ไปพร้อมๆ กัน ราคากบวันที่ 18 สิงหาคม 2566 กบเบอร์ใหญ่ 120 บาท/กิโลกรัม กบเบอร์เล็ก 95 บาท/กิโลกรัม ขอบคุณข้อมูลจาก ตลาดนัดเกษตรไพรซ์ ส่วนประกอบ 1. กบนา 1-2 ตัว 2. กระชายซอย 2 หัว 3. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 3 เม็ด 4. พริกไทยอ่อน 1 พวง 5. ใบโหระพา 1 ต้น 6. ใบมะกรูด 3 ใบ 7. พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 9. น้ำตาล 1 ช้อนชา 10. ถั่วฝักยาว 2 ฝัก 11. ตะไคร้ 2 ต้น 12. ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ 13. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ล้างกบด้วยเกลือ หั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำมาให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำกบไปทอด 2. หั่นเครื่องเทศ อาทิ
คุณเกษร ป้องฉิม อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเจอกับปัญหานี้เช่นกัน คือเธอมีอาชีพทำนาเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในช่วงที่ไม่ได้ทำนาเช่นนี้ เธอยังมุ่งมั่นหาอาชีพเสริม ด้วยการเลี้ยงกบและเลี้ยงปลาดุก และนำกบที่เลี้ยงมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการประกอบอาหารขาย เป็นการสร้างรายได้เป็นอย่างดี คุณเกษร ป้องฉิม คุณเกษร เล่าว่า ครอบครัวของเธอทำนามากกว่า 20 ปี แต่ระยะหลังๆ ราคาข้าวไม่แน่นอนทำให้ต้องเริ่มมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น “ทำนามานานมาก บางทีรายได้มันไม่เพียงพอ เมื่อประมาณปี 54 ก็เลยลองหากบมาเลี้ยงดู ก็เลยเริ่มเลี้ยง ตอนนั้นไปซื้อที่อื่นมาก่อน 200 ตัว พอมันโต ก็จับมายำทำเป็นกับข้าวขาย ก็คิดว่ามันน่าจะไปได้ ก็เลยอยากเลี้ยงจริงจังเลยทีนี้” คุณเกษร เล่าถึงความเป็นมา ลูกกบ จากการซื้อลูกกบตัวเล็กๆ มาเลี้ยงในคราวนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของการหารายได้เสริม คุณเกษร บอกว่า ตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเลี้ยงกบ จึงได้ไปหาคนที่ขายกบให้กับเธอในทันที “เราก็ไปเลย ไปหาคนที่เขาขายให้ คือไหนๆ จะทำแล้ว ต้องลองผิดลองถูกดู ก็นานเหมือนกันกว่าจะทำ
การเลี้ยงกบ ยังเป็นอาชีพที่หลายคนสนใจ เพราะกบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เลี้ยงง่าย กินง่าย โตเร็ว สามารถเลี้ยงโดยไม่จำกัดพื้นที่ ขยายพันธุ์ได้เอง จับขายได้เงินทันที ขณะเดียวกันตลาดผู้บริโภคกบในตอนนี้ให้ความสนใจมากทั้งในและต่างประเทศ เพราะเนื้อกบมีไขมันน้อย เหมาะกับการนำไปปรุงอาหารหลายประเภท เช่น กบทอดกระเทียม กบย่างรมควัน กบผัดใบกะเพรา ยำกบ กบผัดเผ็ด จึงเกิดอาชีพเลี้ยงกบทั้งเป็นรายได้เสริมและรายได้หลัก ในบรรดาสายพันธุ์กบที่เลี้ยงเป็นอาชีพ ขณะนี้มีทั้งพันธุ์ต่างประเทศและพื้นเมือง โดยแต่ละพันธุ์มีข้อดีและด้อยต่างกัน การเลือกสายพันธุ์กบจึงถือเป็นข้อพิจารณาของผู้เลี้ยงที่เน้นความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ แต่ส่วนมากแล้วผู้เลี้ยงดึงเอาลักษณะเด่นของแต่ละพันธุ์ออกมาพิจารณาควบคู่กับความต้องการของตลาด รวมทั้งต้นทุนในการเลี้ยง คุณประเชิน-คุณตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ คู่สามี-ภรรยา ที่มีบ้านพักอยู่ เลขที่ 108/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยงกบเป็นอาชีพมานานกว่า 18 ปี ด้วยการใช้พันธุ์กบพื้นบ้าน เนื่องจากเลี้ยงง่าย แข็งแรง ตัวใหญ่ ต้นทุนน้อย โตเร็ว มีจำหน่าย
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ 3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท จากการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำให้มีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
