การปลูกเตยหอม
ออกจากงานประจำมาเป็นเกษตรกรขาย “เตยหอม” ธุรกิจจากรุ่นแม่ เจาะกลุ่มลูกค้าโรงงานขนม ร้านดอกไม้ และพ่อค้าแม่ค้า ผลผลิตวันละ 900-1,000 กิโลกรัม เพราะครอบครัวมาเป็นอันดับ 1 เมื่อพ่อล้มป่วย ทำให้ คุณหนึ่ง-สุทธาอร ศรีฟ้า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มั่นคงมารับช่วงต่อธุรกิจ ผันตัวเป็นเกษตรกรผู้ปลูกและผู้รวบรวมใบเตยเต็มตัว เพื่อส่งต่อผลผลิตงามให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารับไปขายตามตลาดสดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงโรงงานขนมไทยอีกมากมาย ซึ่งในแต่ละวันจะมีใบเตยเข้ามาขายประมาณวันละ 900-1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน ลาออกจากงานประจำ มารับช่วงต่อธุรกิจ คุณหนึ่ง หรือที่ใครๆ เรียก เจ้หนึ่ง ปัจจุบันมีอายุ 47 ปี เธอเป็นทายาทรุ่น 2 ที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจจากแม่ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกให้ครอบครัวเข้ามาค้าขายที่ตลาดสี่มุมเมืองเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว โดยในตอนนั้นขายแค่บวบกับมะระ ส่วนใบเตยเกิดจากไอเดียที่ไปเห็นคนนำมาขายแล้วขายดี ประกอบกับแถวบ้านมีคนปลูกใบเตยเป็นจำนวนมาก แม่ของเธอจึงลองไปติดต่อนำมาขาย ปรากฏว่าขายดีมากเช่นกัน เหมือนจับถูกจุดจนทำให้ยอดขายแซงหน้าบวบกับมะระผักที่ขายประจำ จากนั้นจึงค่อยๆ ลดผัก
แปลงเตยหอมสีเขียวสดที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพื้นที่นี้เคยใช้ปลูกข้าว แต่ด้วยปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และพื้นที่ขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำนาปรังได้ ทำให้เกษตรกรอย่าง คุณโพธิ์ ภูฆัง ได้ปรับพื้นที่นามาปลูกเตยหอมแทน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย และตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณโพธิ์ บอกว่า เตยหอมเป็นพืชที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งอาหารและสมุนไพรแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศ อีกทั้งเป็นพืชที่ปลูก และดูแลง่ายกว่าพืชชนิดอื่นๆ ถึงแม้การปลูกเตยหอมจะลงทุนสูงกว่าพืชอื่น เนื่องจากต้องมีตาข่ายพรางแสงในลักษณะโรงเรือน แต่ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 10 ปี เรียกว่าเก็บกินกันยาวๆ สำหรับการปลูกเตยหอม คุณโพธิ์ บอกว่าต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมแปลงปลูกให้ดูแลและเข้าจัดการง่าย โดยแปลงจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีท่อระบายน้ำต่อออกมายังบ่อพักน้ำที่หัวแปลงแต่ละแปลง ไล่ระดับสูงมาต่ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เนื่องจากเตยหอมชอบน้ำหมุนเวียน อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำปริมาณมาก ต้องผันน้ำออกจากแปลง ไม่ให้ท้วมขังภายในแปลง นอกจากนี้ ระหว่างแปลงจะทำทางเดินรอบๆแปลงทุกแปลง เพื่อ
