ขายส้มตำ
ขายส้มตำ ทำยังไงให้แซ่บ เปิดเทคนิค เริ่มแรก ต้องเลือกวัตถุดิบเป็นก่อน อาชีพขายส้มตำ อีกหนึ่งอาชีพยอดฮิต มีแม่ค้า-พ่อค้า แทบทั่วทุกภาคของประเทศ ใครตกงาน ไม่มีงาน หรือเข้ามาหางานในเมืองกรุง อาชีพแรกๆ ที่คิดถึงคือ ขายส้มตำ แต่สังเกตหรือไม่ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายดี ก็ขายดีมาก คนต่อคิว แต่มีอีกไม่น้อยที่ต้องเลิกราไปด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ไม่มีลูกค้า เทคนิคเคล็ดลับอยู่ที่ ความอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยาก กระนั้นก็ไม่ยากจนเกินไปถ้ามีความพยายาม โอกาสนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอเป็นสื่อกลาง เผยเทคนิคให้แบบละเอียดยิบ เริ่มต้นจากการเลือกวัตถุดิบให้เป็นเสียก่อน ดังนี้ ความหวานใช้ น้ำตาลอ้อย เพราะกลมกล่อมกว่า ไม่มันเหมือนน้ำตาลมะพร้าว แม่ค้าส้มตำบางคน ใช้น้ำตาลที่ขายกัน โลละ 20 บาท ส่วนใหญ่ อันนั้นหวานโดด ไม่รู้เป็นน้ำตาลอะไร แต่พอนำมาทำส้มตำแล้วทำให้ปรุงยาก ความเค็มใช้ น้ำปลา ถ้าใช้ น้ำปลาถูกขวดละ 10 กว่าบาท อาจเหม็น คาว ควรใช้น้ำปลาดี น้ำปลาแท้ ไม่ใช่น้ำปลาผสม ความเปรี้ยวใช้ ส้มมะขาม แต่ต้องนำมาปรุง ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ เพื่อให้รสไม่เปรี้ยวโดด คือใส่ให้มีรสกลมกล่อม แต่ต้องใช้มะนาวลูกร่วมด้วย
ขายส้มตำ อาชีพยอดฮิต อยากให้ลูกค้าติด ต้องมีเทคนิคความอร่อยอะไร ขายส้มตำ เป็นอีกหนึ่งอาชีพยอดฮิต มีแทบทุกภาคของประเทศ ใครที่ตกงาน ไม่มีงาน หรือเข้ามาหางานในเมืองกรุง อาชีพแรกๆ ที่คิดถึงคือ ขายส้มตำ แต่สังเกตหรือไม่ว่า พ่อค้าแม่ค้าที่ขายดี ก็ขายดีมาก คนต่อคิว แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเลิกราไปด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ไม่มีลูกค้า เทคนิคเคล็ดลับอยู่ที่ ความอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยาก กระนั้นก็ไม่ยากจนเกินไปถ้ามีความพยายาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พูดคุยกับ แม่ค้าส้มตำขายดีท่านหนึ่ง พร้อมเผยเทคนิค เคล็ดลับละเอียดยิบ เริ่มจากเลือกวัตถุดิบ ใช้ น้ำตาลอ้อย เพราะรสกลมกล่อมกว่า ไม่มันเหมือนน้ำตาลมะพร้าว แม่ค้าส้มตำบางคน ใช้น้ำตาลที่ขายกัน กิโลละ 20 บาทส่วนใหญ่ อันนั้นหวานโดด ไม่รู้ว่า เป็นน้ำตาลอะไร แต่พอนำมาทำส้มตำ ทำให้ปรุงยาก ส่วน น้ำปลา ถ้าใช้ น้ำปลาถูกขวดละ 10 กว่าบาท บางทีเหม็น คาว ควรใช้น้ำปลาดี น้ำปลาแท้ ไม่ใช่น้ำปลาผสม ส้มมะขาม ต้องปรุง ให้ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ให้รสไม่เปรี้ยวโดด คือใส่ให้รสกลมกล่อม โดยต้องใช้มะนาวลูกร่วมด้วย เพราะทำให้หอมกว่ามะนาวขวด มะละกอ ถ้าซื้อยกถุง มักจะมีมะละกอ
อาชีพขายส้มตำ เป็นอีกหนึ่งอาชีพยอดฮิต มีแม่ค้าพ่อค้าส้มตำ แทบจะทั่วทุกภาคของประเทศ ใครที่ตกงาน ไม่มีงาน หรือเข้ามาหางานในเมืองกรุง อาชีพแรกๆ ที่คิดถึง คือค้าขายส้มตำ แต่สังเกตหรือไม่ว่า พ่อค้าแม่ค้าที่ขายดี ก็ขายดีมาก คนต่อคิว แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเลิกราไปด้วยเหตุผลง่ายๆคือ ไม่มีลูกค้า เทคนิคเคล็ดลับอยู่ที่ ความอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยาก กระนั้นก็ไม่ยากจนเกินไปถ้ามีความพยายาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพูดคุยกับ แม่ค้าส้มตำพร้อมเผยเทคนิค เคล็ดลับละเอียดยิบ แบบที่ยากจะไปถามจากแม่ค้าพ่อค้าคนใดได้ เริ่มจากเลือกวัตถุดิบ ใช้ น้ำตาลอ้อย เพราะมันกลมกล่อมกว่า ไม่มันเหมือนน้ำตาลมะพร้าว แม่ค้าส้มตำบางคน ใช้น้ำตาลที่ขายกัน โลละ 20 ส่วนใหญ่ อันนั้นหวานโดด ไม่รู้ว่า เป็นน้ำตาลอะไร แต่พอนำมาทำส้มตำ ทำให้ปรุงยาก ส่วน น้ำปลา ถ้าใช้ น้ำปลาถูกขวดละ 10 กว่าบาท บางทีเหม็น คาว เราจะใช้น้ำปลาดี น้ำปลาแท้ ไม่ใช่น้ำปลาผสม ซึ่งคุณกบ เลือกใช้ยี่ห้อทิพรส ส้มมะขาม ก็ต้องปรุง ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ให้รสไม่เปรี้ยวโดด คือใส่ให้มันกลมกล่อม แต่ต้องมะนาวลูกร่วมด้วย คือมันทำให้หอม และหอมกว่ามะนาวขวด เหตุ
ร้านเสริมสวยเจ๊ง เปลี่ยนมาขับเก๋ง เปิดท้ายขายส้มตำ หาเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จากร้านเสริมสวยที่เคยรุ่งเรือง มีเงินส่งให้ครอบครัว และส่งลูกๆ จนเรียนจบ มาปีนี้ ไม่รุ่งเรืองเหมือนที่ผ่านมา เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ คุณกาญจนา บุญเกิด อายุ 43 ปี ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ เปิดท้ายขายส้มตำ “ยาริส ส้มตำยำแซ่บ” เพราะยังมีภาระ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ คุณกาญจนา เล่าย้อนให้ฟังว่า เปิดร้านเสริมสวย ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มานาน 2 ปี ให้บริการ ขัดหน้า สปา อบสมุนไพร ฯลฯ รายได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาท มีเงินส่งให้ครอบครัว และส่งลูกเรียนจนจบ กระทั่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้บรรยากาศร้านเงียบเหงา เพราะต่างคนต่างกลัว ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน จึงทำได้เพียงเคลียร์ของในสต๊อก เช่น เครื่องสำอาง ลูกประคบสมุนไพรต่างๆ มีทั้งทิ้งไปบ้าง ขายขาดทุนบ้าง ส่วนเครื่องขัดตัว เครื่องอบ และเตียงนวดหน้ายังเก็บไว้อยู่ “ตอนนั้น โควิดเริ่มระบาดหนัก มีการประกาศล็อกดาวน์ ทำให้ร้านต้องปิดโดยปริยาย ตัดสินใจไปขับฟู้ดแพนด้าอยู่ 2 เดือน เป็นผู้หญิงคนเดียวในอำเภอแม่สอดที่ยึดอาชีพนี้ ได้เงินเดือนละหมื่นกว่าบาท แต่ต้องเสียค่าโท
ไม่มีงานแสดงมา 3 เดือน “พระเอกลิเก” ปรับตัว เปิดร้านขายส้มตำ เลี้ยงชีวิตช่วงโควิด ในวิกฤตแบบนี้ เชื่อว่าทุกภาคธุรกิจไม่ว่าเล็ก หรือใหญ่ต่างได้รับผลกระทบ เช่นกันกับ คณะลิเก ที่ปัจจุบันไม่มีงานแสดงมาแล้วหลายเดือน จนต้องปรับตัวเปิดร้านขายส้มตำเป็นรายได้เสริม คุณนุ๊ก-ประกาศิต หัตถศาสตร์ อายุ 26 ปี หรือ นุ๊ก กิตติภพ ฉายาลิเกที่แม่ยกรู้จักเป็นอย่างดี บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ตนและ วาว-เดชฤทธิ์ จันทะโคตร ยึดอาชีพลิเกมานาน ร่วม 10 ปี โดยวาวรับบทเป็นพระเอกลิเกประจำคณะวาวกังวาน ซึ่งก่อตั้งได้ประมาณ 5 ปี และนอกจากงานแสดงของคณะแล้วยังรับงานแสดงให้กับคณะพรเทพ พรทวี และพรพรรณ พรทวี ด้วย “เราซึมซับและโตมากับลิเกมาตั้งแต่เด็ก ในสถานการณ์ปกติคณะเรามีงานเต็มทั้งเดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ลากยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงตามงานวัด งานแก้บน หรือปิดทองไหว้พระ พอเกิดโควิดกลายเป็นว่าเราไม่มีงานจ้าง หยุดแสดงมา 3 เดือนตั้งแต่มีนาคม ลูกน้องในคณะ 20 กว่าชีวิต แย่ไปตามๆ กัน ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำอาชีพเสริมหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง บางคนไปขายของออนไลน์ ส่วนผมและวาว ร่
ถอดรหัสความคิด เหตุไฉนหนุ่มกาฬสินธุ์ จบเพียง กศน. ขายส้มตำรถเข็นธรรมดาๆ จึงมีเงินเก็บไปซื้อที่ดินสร้างรีสอร์ตด้วยเงินสดถึง 50 ไร่ ปกติเวลาผู้เขียนไปเที่ยวที่ต่างจังหวัด จะไปพักที่ไหนก็ตาม ไม่มีความคิดว่าจะนำมาเขียน ทว่า พอได้ไปพักที่ เฮือนสวนดอนธรรม ซึ่งเป็นรีสอร์ตน่าไปพัก ตั้งอยู่ที่บ้านสะอาดใต้ ตำบลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพียงได้เห็นที่พักและได้รู้เรื่องราวของผู้เป็นเจ้าของ ทำให้ผมเกิดความสนใจขึ้นมาทันที จะไม่สนใจได้อย่างไรในเมื่อคนที่พาผมไปพักที่นี่ เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า เจ้าของชื่อ โชฎึก (อ่านว่า โชดึก) คงสมของ แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว ก่อนที่คุณโชฎึกจะมาเป็นเจ้าของรีสอร์ตกว่า 20 หลัง อาคารสัมมนา และร้านอาหาร อยู่บนเนื้อที่ 50 ไร่ นั้น เขามาจากพ่อค้ารถเข็นขายส้มตำ ที่ใช้รถเข็นขายส้มตำก็เพราะไม่มีทุนที่จะไปเช่าบ้าน หรือเซ้งตึกแถวขาย ปกติอีกนั่นแหละ คนที่เข็นส้มตำขายก็จะเข็นส้มตำขายอย่างเดียว แต่สำหรับเขานั้น มีอาชีพหลักอยู่ที่การบินไทย ในตำแหน่งไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก ได้เงินเดือนไม่มาก เขาจึงใช้วิธีหารายได้เสริมด้วยการเข็นรถขายส้มตำดังกล่าว เนื่องจากเขาเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์
ส้มตำลืมผัว หนึ่งร้านส้มตำสุดครีเอต และมีทีเด็ดไม่เหมือนใคร ไม่ได้ยืนขายธรรมดาๆ แต่เจ้าของร้านเอ็นเตอร์เทนลูกค้าด้วยการแต่งคอสเพลย์ พร้อมโชว์ลีลาการตำสุดประทับใจ เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าเกรียวกราว ส้มตำลืมผัว มีเจ้าของชื่อ คุณวินัย วงศ์ไธสง หรือ พี่นัย อายุ 44 ปี ครีเอทีฟรายการทีวี ร่วมด้วยเพื่อนอีก 2 คน คือ พี่เปิ้ล และพี่เยาว์ พี่นัย เล่าว่า พี่เปิ้ลและพี่เยาว์ ทั้ง 2 คนมีฝีมือการตำส้มตำอยู่แล้ว จึงชักชวนกันมาทำ ด้วยอยากหางานอดิเรกทำ ชื่อ “ส้มตำลืมผัว” พี่นัย บอกว่า ชอบชื่อนี้ ฟังแล้วโดนใจ แรกๆ ตั้งหลายชื่อมาก จนมาลงตัวที่ชื่อนี้ นอกเหนือจากส้มตำลืมผัวแล้ว ยังมี ‘โจ๊กลืมผัว’ ธุรกิจแรกก่อนขายส้มตำที่ใช้ชื่อเดียวกัน และขายดีไม่แพ้กัน โจ๊กลืมผัว ก่อนเปิดทำให้คนรู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ ทีมงาน ได้ชิมก่อน ทุกคนบอกอร่อย จึงเริ่มเปิดขาย จัดโปรโมชั่นสัปดาห์แรก ซื้อ 5 แถม 1 ขายดี ลูกค้าต่อคิวยาว กระทั่งทุกวันนี้ลูกค้ายังต่อคิวยาวเหมือนเดิม ส่วน ส้มตำลืมผัว แม้เปิดไม่นาน แต่ขายดีไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากตำให้เพื่อน ให้พี่กินคล้ายโจ๊กลืมผัว คนชอบ “เคยตำส้มตำในงานงานหนึ่ง ตำตั้งแต่ 9 โมงถึง
ส้มตำลืมผัว หนึ่งร้านส้มตำสุดครีเอต และมีทีเด็ดไม่เหมือนใคร ไม่ได้ยืนขายธรรมดาๆ แต่เจ้าของร้านเอ็นเตอร์เทนลูกค้าด้วยการแต่งคอสเพลย์ พร้อมโชว์ลีลาการตำสุดประทับใจ เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าเกรียวกราว ส้มตำลืมผัว มีเจ้าของชื่อ คุณวินัย วงศ์ไธสง หรือ พี่นัย อายุ 44 ปี ครีเอทีฟรายการทีวี ร่วมด้วยเพื่อนอีก 2 คน คือ พี่เปิ้ล และพี่เยาว์ พี่นัย เล่าว่า พี่เปิ้ลและพี่เยาว์ ทั้ง 2 คนมีฝีมือการตำส้มตำอยู่แล้ว จึงชักชวนกันมาทำ ด้วยอยากหางานอดิเรกทำ ชื่อ ‘ส้มตำลืมผัว’ พี่นัย บอกว่า ชอบชื่อนี้ ฟังแล้วโดนใจ แรกๆ ตั้งหลายชื่อมาก จนมาลงตัวที่ชื่อนี้ นอกเหนือจากส้มตำลืมผัวแล้ว ยังมี ‘โจ๊กลืมผัว’ ธุรกิจแรกก่อนขายส้มตำที่ใช้ชื่อเดียวกัน และขายดีไม่แพ้กัน โจ๊กลืมผัว ก่อนเปิดทำให้คนรู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ ทีมงาน ได้ชิมก่อน ทุกคนบอกอร่อย จึงเริ่มเปิดขาย จัดโปรโมชั่นสัปดาห์แรก ซื้อ 5 แถม 1 ขายดี ลูกค้าต่อคิวยาว กระทั่งทุกวันนี้ลูกค้ายังต่อคิวยาวเหมือนเดิม ส่วนส้มตำลืมผัว แม้เปิดไม่นาน แต่ขายดีไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากตำให้เพื่อน ให้พี่กินคล้ายโจ๊กลืมผัว คนชอบ “เคยตำส้มตำในงานงานหนึ่ง ตำตั้งแต่ 9 โมงถึงบ่าย ไม่ได้หย
ยุคไอเดียสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ จับต้องได้จริง ขายได้ทั้งนั้น ยิ่งเรื่องอาหารการกิน ถ้าจับทางลูกค้าถูก เชื่อได้แน่ว่ารุ่ง นอกจากไอเดียจะดีแล้ว ช่องทางการตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ทำให้ใครๆ ก็สามารถทำการค้าขายกันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ถือเป็นช่องทางหารายได้พิเศษกันอีกทางเลยทีเดียว คุณนัยนา ก่ำจำปา หรือ คุณแดง วัย 45 ปี ปัจจุบันมีอาชีพเลขานุการ อยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ความตั้งใจที่จะหารายได้เสริม จึงมองหาสิ่งที่ถนัดและสามารถทำได้จริง ตั้งต้นจากความชอบทำอาหารอยู่ก่อนแล้ว จึงมองหาไอเดียที่จะสามารถสร้างรายได้เสริมได้ อาชีพเสริม ที่เริ่มจากศูนย์ อิทธิฤทธิ์ “ตำ ตำ ตำ” ทำเงิน โดยคุณแดง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงประวัติย่อๆ ส่วนตัวว่า เป็นเลขาฯ อยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเพียงคนต่างจังหวัดคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ด้วยพื้นฐานเป็นคนชอบทำอาหาร และอาหารที่ชอบทานบ่อยๆ ก็คือ ส้มตำ ไอเดียเริ่มต้นมาจากการที่ได้มานั่งคิดว่า คนทุกคนอย่างน้อยสัปดาห์หนึ่งก็น่าจะต้องอยากกินอะไรแซ่บๆ อย่างส้มตำ หรือตำต่างๆ สัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ว่ากันไป ซึ่งมีคนหลายกลุ่มที่สามารถหาเวลาออกไปหาทานได้ แต
