ขายไอศกรีม
สร้างรายได้ 3.4 ล้านบาท! จากอาชีพเสริม “ขายไอศกรีมแอลกอฮอล์” สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าหลายล้าน ในปัจจุบันเงินเดือนจากงานประจำเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงต้องหารายได้เสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทาง ดังเช่นเรื่องราวของคุณเมลิซซ่า ที่มีอาชีพเสริม ขายไอศกรีมผสมแอลกอฮอล์ เริ่มแรกเธอทำธุรกิจเสริมนี้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่อาชีพเสริมนี้กลับสามารถทำเงินให้เธอได้ถึง $100,000 (หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท) และกลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ Melissa Tavss เจ้าของธุรกิจไอศกรีมที่มีแอลกอฮอล์ ชื่อว่า Tipsy Scoop มีแฟรนไชส์อยู่ 3 แห่งในนิวยอร์ก มีการจัดส่งทั่วประเทศผ่าน Goldbelly และกำลังขยายธุรกิจทั่วประเทศด้วยแฟรนไชส์ในปีนี้ เธอเล่าว่า เริ่มแรกที่ทำ Tipsy Scoop เธอเพิ่งลาออกจากงานประจำด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ ในอุตสาหกรรมไวน์และเครื่องดื่ม แต่รู้สึกเหนื่อยล้า จึงมองหาสิ่งใหม่ๆ เธอตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโท เพราะไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยขณะที่เรียน เธอเริ่มพัฒนาสูตรไอศกรีมสำหรับ Tipsy Scoop และคิดว่าจะขายโดยใช้รถเข็นไอศกรีม ขายตาม
เครียดจากงานประจำ เบนเข็ม ขายไอศกรีม 15 บาท สูตรลับจากรุ่นสู่รุ่น ขายดีพีกสุด 1,000 กิโลต่อเดือน จากงานประจำที่ทำมาตลอด 17 ปี และไม่คิดว่าจะเลิกทำอาชีพนี้ แต่เมื่อเจอมรสุมเรื่องงาน จนเกิดความเครียดสะสม ทำให้ “คุณแก้ว-พิกุล สีทา” ตัดสินใจลาออกมาตั้งต้นใหม่ ด้วยอาชีพที่ส่งต่อจากน้าคือ สูตรไอศกรีม ที่เริ่มต้นจากศูนย์ในวันแรก สู่ 3 ปี ของการเปิด “ร้านแก้วไอติมกะทิสด“ ขายราคาเริ่มต้น 15 บาท และสามารถขายได้พีกสุด 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน จุดเริ่มต้น ขายไอศกรีม คุณแก้ว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี อาชีพเดียวที่เธอยึดมาตลอด 17 ปี คืองานในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว จนเติบโตในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสำรองห้องพัก ของโรงแรมแห่งหนึ่ง กระทั่งปี 2021 ที่การท่องเที่ยวซบเซา จากโควิดระบาดมาก่อนหน้านั้น ถึงจะได้รับเงินเดือนตามปกติ แต่ก็มากไปด้วยความกดดัน จากการไม่มีนักท่องเที่ยวจองห้องพัก ทำให้ถูกเปลี่ยนหน้าที่การทำงานจนเกิดความเครียดสะสม ไม่สนุกกับงานเหมือนเมื่อก่อน จึงทำให้เธอตัดสินใจลาออก ทั้งๆ ที่ไม่มีแผนสำรองในชีวิต ไปสมัครงานในสายอาชีพอื่นก็ไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์ จนว่างงานถึง 3
ปังชาไทย ไอศกรีม ทำกินง่ายได้ที่บ้าน พร้อมสูตรไอศกรีมกะทิสด ทำขายก็รวย ชาไทย เป็นอะไรที่ปังมาก เพราะเป็นเครื่องดื่มเย็นดับร้อนที่นิยมดื่มกัน และประเทศไทยไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ ก็มีอากาศที่ร้อนอยู่เสมอ แต่อากาศร้อนๆ อย่างนี้ก็ต้องหาอะไรกินที่ทำให้สดชื่น คลายความร้อนได้ อย่างไอศกรีมชาไทย รสชาติถูกใจคนไทยหลายๆ คน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอไอศกรีมชาไทย สูตรทำกินเองได้ที่บ้านมาให้กับทุกท่านที่อยากจะลิ้มรสชาติของไอศกรีมที่มีส่วนผสมของชาไทย ทำกินเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน รับรองปังสุดๆ ปังแบบฉุดไม่อยู่ ไอศกรีมชาไทย สูตรทำกินเองได้ที่บ้าน วัตถุดิบ 1. น้ำชาไทยเข้มข้น 2 ถ้วยตวง 2. นมจืด 1+½ ถ้วยตวง 3. ไข่แดง ของไข่ไก่ตราซีพี 2 ฟอง 4. วิปปิ้งครีม ½ ถ้วยตวง 5. น้ำตาลทราย ⅓ ถ้วยตวง วิธีทำ 1. อุ่นนมสดให้ร้อนผสมด้วยชาไทย ตามด้วยน้ำตาลทรายแล้วใส่ไข่แดงลงไปคนให้ละลาย สังเกตว่าเนื้อจะมีความข้น 2. เติมวิปปิ้งครีมลงไป แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง 3. เทใส่ภาชนะที่มีฝาปิด แล้วนำไปแช่ช่องแข็ง ประมาณ 6 ชั่วโมง หรือข้ามคืน 4. ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟเย็นๆ นอกจากไอศกรีมชาไทยแล้ว ขอนำเสนอสูตรไอศกรีมกะทิสดโบราณ รสน้ำมะพ
ผู้บริหารหนุ่ม แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป เผยเคล็ดลับ ขายไอศกรีมยังไง ให้ได้ 500 ล้าน แถมได้ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วไทย ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโมจิไอศกรีมบุกตลาดโลก ขายไอศกรีมยังไงให้ได้ 500 ล้าน แถมได้ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไทยทั่วประเทศ ถามความลับจากผู้บริหารหนุ่ม คุณฐานพงศ์ จุ้ยประเสริฐ จาก แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป ยอมเผยว่า กว่าจะถึงวันนี้เจ็บมาเยอะ เคยต้องทิ้งผลผลิตจากการทดลองไปหลายสิบตัน แต่ใจสู้พยายามทำสิ่งที่ยาก แก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้ไอศกรีมของ แม็คซ์ฟู๊ด กลายเป็นไอศกรีมในลูกผลไม้เจ้าแรกของไทย ที่ผ่านทุกมาตรฐานอาหารทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา สามารถโกอินเตอร์ส่งออกไปโกยเงินขายดิบขายดี ทำเอาต่างชาติติดอกติดใจไอศกรีมผลไม้ไทยกันยกใหญ่ จนตอนนี้ต้องขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตแบบด่วนๆ แต่ที่ภูมิใจสุดๆ คือ ได้ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไทยให้ไม่ต้องเจอกับราคาผลผลิตตกต่ำ หรือปลูกแล้วไม่มีที่ขาย พร้อมแอบกระซิบว่าปีนี้เตรียมออร์เดอร์ผลไม้จากเกษตรกรมาใช้ในการผลิตเบาๆ แค่ หมื่นตัน เอง งานนี้เกษตรกรยิ้มแฉ่งแน่นอน ส่วนโปรเจ็กต์ล่าสุดตอนนี้ คือ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โมจิ ไอศกรีม สูตรแป้งลับ ที่ยาก
ต่อยอดงานวิจัย สู่แบรนด์ไอศกรีม ทุกคำทุกรสชาติ ทานแล้วเหมือนได้ช่วยเกษตรกร ในวัย 59 คุณลักษณา เดชมา หรือ ครูแดง ยึดอาชีพเป็นครูให้ความรู้แก่เด็กๆ ในวิชาผลิตภัณฑ์พืช ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ การขยายสายพันธุ์พืช ประจำวิทยาลัยการอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี และในอีกมุมหนึ่งของชีวิต ครูแดง ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ไอศกรีมครูแดง ที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยเมื่อปี 2552 ผลผลิตทางการเกษตร คือวัตถุดิบหลักทำไอศกรีม ทำไมต้องเป็นไอศกรีม? ครูแดง บอกว่า ผู้อำนวยการขณะนั้น อยากให้ชาวต่างชาติที่มาเยือนเมืองไทยได้ทานไอศกรีมใบย่านาง ประจวบเหมาะกับใกล้งานวันครูโลก เมื่อได้รับคำสั่งจึงลงมือทำทันที “ไปเรียนสูตรจากคนรู้จัก ตามโรงเรียนที่เปิดสอน แวะทานไอศกรีมร้านดังแทบทุกร้าน เพื่อหารสชาติ จนได้มาทดลองทำ ได้บ้างเสียบ้าง นานครึ่งปี กว่าจะเข้าที่ สุดท้ายความพยายามของเราเป็นผล ได้ไอศกรีมให้ผู้ใหญ่ให้นักศึกษาลองทาน หลายคนบอกให้เติมกะทิแบบไทยๆ หน่อย ก็ปรับตามโดยยึดหลักว่า วัตถุดิบหลักที่นำมาทำไอศกรีมต้องมาจากเกษตรกรไทย” ครูแดง เล่า ในที่สุด ไอศกรีมตัวแรกของครูแดงก็ได้ออกงานวันครูโลก คือ ไอศกรีมใบย่านาง ได้รับความสนใจจากผู้คนมากม
ไอศกรีมโฮมเมด ไอส์เบิร์ก ฮิตติดลมบน ลูกค้าต่อคิวแน่น ยืนตักแบบไม่ได้พัก ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด ไอส์เบิร์ก จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน จนเข้าปีที่ 3 จึงตัดสินใจเลิกกิจการเพราะขายได้แค่ 198 บาท จากนั้นจึงได้ไปสัมภาษณ์งานแห่งหนึ่งซึ่งมีคำพูดให้กลับมาฉุกคิดว่า น่าเสียดายสิ่งที่ทำมาและสนับสนุนให้ปรับปรุง
‘ไอติมสุนัข’ – 19 ส.ค.เว็บไซต์รอยเตอร์ รายงานข่าว ร้านอาหารดังแห่งหนึ่งในประเทศไต้หวัน ผุดไอเดีย เมนูไอศกรีมสุนัข ที่เหมือนกับสุนัขตัวเป็นกำลังนอนหลับอยู่ในจาน ทำเอาลูกค้าหลายๆคนไม่กล้ากินกันเลยทีเดียว reuters คลิปวิดีโอปรากฏภาพบรรยากาศภายในร้านที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกค้าที่แห่กันเซลฟี่คู่กับไอศกรีมหน้าตาสุดแปลก โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้กิน ‘ไอศกรีมสุนัข’ เป็นครั้งแรก โดยทางร้านจะให้ลูกค้าเป็นคนเลือกรสไอศกรีม จากนั้นพนักงานก็จะนำไอศกรีมมาทำให้เป็นรูปสุนัขด้วยการใช้พิมพ์ ก่อนจะนำมาตกแต่งและเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลูกตาของมัน เพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น reuters ลูกค้าของร้านคนหนึ่งเผยว่า..“มันเหมือนกับสุนัขจริงๆ มากครับ มีหาง มีขา พวกเขาทำออกมาได้ดีจริงๆ ตอนที่เห็นตาของมันมองมาที่คุณก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนสุนัขจริงๆ เข้าไปใหญ่” reuters ชมคลิป..
นอกจากข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานขึ้นชื่อของไทย ก็ไอศกรีมกะทินี่แหละ ที่หวาน มัน อร่อย โดนใจนักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติ ไอศกรีมบ้านแพ้ว ร้านไอศกรีมเจ้าดังที่ตลาดนัดจตุจักร รีวิวแน่น ลูกค้าตอบรับดี ยอดขายทะลุวันละ 3 พันถ้วย เปิดร้านสร้างความอร่อยมายาวนานตั้งแต่ปี 2008 นับรวมตอนนี้กว่า 10 ปี โดย คุณภคมน วรกฤตเวคิน หรือ คุณแมคกี้ อายุ 34 ปี จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ มาจากการที่คุณแมคกี้อยากหางานเสริมทำช่วงเสาร์–อาทิตย์ สมัยเรียนปริญญาโท คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถามว่า ทำไมถึงเป็นไอศกรีมกะทิ คุณแมคกี้ บอกว่า แถวบ้านมีร้านไอศกรีมกะทิใส่ถ้วย ใส่ขนมปังขายที่เราเห็นกันทั่วไป คุณพ่อของเธอชอบซื้อมะพร้าวเผามาทานอยู่แล้ว จึงลองซื้อไอศกรีมกะทิมาทานคู่กับมะพร้าวเผา สองอย่างนี้เป็นอะไรที่ลงตัว เป็นแพ็กเกจจิ้งที่น่าสนใจ จึงรับไอศกรีมกะทิโฮมเมดจากร้านแถวบ้าน เปิดร้านขายที่ตลาดนัดจตุจักร ขายวันแรกผลตอบรับยังไม่ดี “แมคใช้วิธีให้เพื่อนเป็นหน้าม้ามาซื้อไอศกรีมที่ร้าน วิธีการนี้ดีมาก ได้รับผลตอบรับทันตาเห็น คนเริ่มสนใจเดินเข้ามาซื้อมากขึ้น เลยปรับร้านให้เป็นรูปเป็นร่าง ทำโมเดล วอล์กอัพตั้งโชว์หน้าร้าน ทำป
