ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ธุรกิจประเภทไหน ได้รับผลกระทบบ้าง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยลูกจ้างให้มีความสามารถในการใช้จ่ายได้มากขึ้นท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะส่งผลให้ภาคธุรกิจเอกชนที่ใช้แรงงานจำนวนมากมีต้นทุนเพิ่มขึ้น หากแยกตามประเภทธุรกิจ ธุรกิจเกษตร ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ก่อสร้าง บริการด้านอื่นๆ รวมถึงงานในครัวเรือนส่วนบุคคล จะมีต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้มีจำนวนลูกจ้างที่ได้รับค่าแรงอิงกับค่าแรงขั้นต่ำในสัดส่วนที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ผลสุทธิต่อความสามารถในการทำกำไรจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการทั้งฝั่งรายได้และต้นทุนซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจและกิจการ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาล แต่โจทย์ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนจะคงอยู่ต่อเนื่องไป โดยเฉพาะเมื่อไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบ ประกอบกับทักษะแรงงานที่มีอยู่ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่สอดคล้องไปกับความต้องการแรงงานที่เปลี่ยนไปตามพลวัตทางธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกทั้งค่าตอบแทนและสวัสดิการแรง
ราชกิจจาฯ ประกาศ อัตราค่าจ้าง 16 สาขาอาชีพ สูงสุดรับ 650 บาท/วัน เมื่อวันที่ 10 มิ.ย .65 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 11) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 65 ระบุว่า ด้วยคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 21 ได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับตามมาตรฐานฝีมือ และมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ รวม 16 สาขา โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นเกณฑ์วัดค่าทักษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถ กลุ่มอาชีพช่างก่อสร้าง 5 สาขา 1. ช่างติดตั้งยิปซัม 450-595 บาท/วัน 2. ช่างเขียนแบบก่อสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ 645 บาท/วัน 3. ช่างปูกระเบื้องผนังและพื้น 450- 650 บาท/วัน 4. ช่างสีอาคาร 465-600 บาท/วัน 5. ช่างก่อและติดตั้งคอนกรีตมวลเบา 475-575 บาท/วัน กลุ่มอาชีพช่างอุตสาหกรรมศิลป์ 4 สาขา 1. ช่างเครื่องประดับ (รูปพรรณ) 450-650 บาท/วัน 2. ช่างประกอบติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ 430- 550 บาท/วัน 3. ช่างฝีมือเครื่องประดับแนวอนุรักษ์ (เทคนิคโบราณ) 525 บาท/ว
ย้ำกันอีกครั้ง! 1ม.ค.63 ค่าแรงขั้นต่ำขึ้น 6 บาท ชลบุรี ภูเก็ต เพิ่มสูงสุด 336 บาท ราชกิจจานุเบกษา ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ชลบุรี ภูเก็ต เพิ่มสูงสุด 336 บาท มีผล 1 ม.ค.63 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 10) ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นตามกฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2562 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน มีรายละเอียดดังนี้ 1. ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 19 มกราคม 2561 2.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 336 บาท ในท้องที่ จ.ชลบุรี และภูเก็ต 3.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 335 บาท ในท้องที่ จ.ระยอง 4.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 331 บาท ในท้องที่ กรุงเทพฯ จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสาคร 5. ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 330 บาท ในท้องที่
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ชลบุรี ภูเก็ต เพิ่มสูงสุด 336 บาท มีผล 1 ม.ค.63 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 10) ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นตามกฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2562 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน มีรายละเอียดดังนี้ 1. ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 19 มกราคม 2561 2.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 336 บาท ในท้องที่ จ.ชลบุรี และภูเก็ต 3.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 335 บาท ในท้องที่ จ.ระยอง 4.ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 331 บาท ในท้องที่ กรุงเทพฯ จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสาคร 5. ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 330 บาท ในท้องที่ จ.ฉะเชิงเทรา 6. ให้ก่าหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 325 บาท ในท้องที่ จ.กระ
จากการที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแยกตามกลุ่มจังหวัด 7 กลุ่ม ตั้งแต่ 5-22 บาท ส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 315.97 บาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2561 นี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนแรงงานของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ภาคเกษตร และภาคบริการ ซึ่งมีการใช้แรงงานจำนวนมากและมีต้นทุนแรงงานในสัดส่วนที่สูง คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภายหลังประกาศปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ สสว. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง SME-CGE ของ สสว. และศึกษาโครงสร้างต้นทุนค่าแรงจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (SME Input-Output Table) พบว่าอัตราส่วนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำร้อยละ 1 จะส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.16 ดังนั้นการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 ทำให้ต้นทุนสินค้าขยับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 0.05 ซึ่งนับว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าไม่มาก โดยปัจจุบันต้นทุนค่าแรงงานเ
