ข่าวต่างประเทศ
เรื่องราวของ Haanee Tyebally และ Braedan Tegenfeldt สามีชาวอเมริกันที่ช่วยกันปั้นแบรนด์กรีกโยเกิร์ตในชื่อ Annie’s All Natural เสิร์ฟในโรงแรมหรู 5 ดาวหลายแห่ง โดยมีกำลังการผลิตถึง 4,000 กิโลกรัมต่อเดือน แปรรูปนมมากกว่า 8,000 ลิตร ทว่าแบรนด์นี้กลับไม่ได้เริ่มต้นในประเทศสิงคโปร์ แต่เริ่มที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา สถานที่ที่คู่รักคู่นี้เติบโตมาด้วยกันและร่วมกันสร้างชีวิต แม่ของ Braedan ทำกรีกโยเกิร์ตให้กินที่บ้านหลังกลับจากไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศกรีซ ซึ่งในตอนนั้นเริ่มมีชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นย้ายกลับมาเมียนมาจำนวนมาก แต่กรีกโยเกิร์ตคุณภาพดีกลับหาซื้อยาก ช่องว่างในตลาดนี้ ทำให้ Braedan เริ่มก่อตั้งธุรกิจนี้ในปี 2014 เขาลาออกจากงานประจำและเริ่มผลิตกรีกโยเกิร์ตโฮมเมดในโรงจอดรถที่บ้านของพ่อแม่ จากนั้นธุรกิจก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากการเป็นซัพพลายเออร์ส่งให้โรงแรม เช่น Belmond’s Governor’s Residence ไปจนถึงวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา ส่วน Haanee ภรรยาของเขายังทำงานประจำ ก่อนตัดสินใจมาร่วมธุรกิจในปี 2020 หลังย้ายไปอยู่สิงคโปร์ด้วยกัน โดยเวลาเกือบ 2 ปี สร้างโรงงา
เรื่องราวของ Isaac Kong และ Pamela Theng คู่รักวัย 54 ปี ผู้ชุบชีวิตตุ๊กตาเก่าในความทรงจำของใครหลายคนให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก ยึดเป็นอาชีพเสริมมายาวนาน 30 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้าน Toy Doctor ให้บริการซ่อมแซมตุ๊กตา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได (Mandai Wildlife Reserve) ใกล้กับสวนสัตว์สิงคโปร์ ซึ่งมีลูกค้ายอมบินข้ามประเทศจากกาตาร์มาสิงคโปร์ เพื่อส่งตุ๊กตาตัวโปรดมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้โดยเฉพาะ จากงานอดิเรกสู่การซ่อมตุ๊กตานับพันตัว ย้อนกลับไปในปี 1996 จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นที่ Fort Canning Park สวนสาธารณะที่พวกเขาไปร่วมงานปิกนิกตุ๊กตาผ้า ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาหมี ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็น ทั้งคู่จึงซื้อหนังสือมาศึกษาและฝึกซ่อมตุ๊กตา ทั้งการเย็บ ยัดนุ่น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ก่อนเริ่มทำเป็นงานอดิเรก และค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำหลายปี โดย Pamela ทำงานในแวดวงวิศวกรรม ส่วน Isaac ทำงานด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข 
การเติบโตมาในร้านโจ๊กแต้จิ๋วของพ่อแม่ ทำให้ ลิม หยวนหมิง (Lim Yuan Ming) วัย 24 ปี และ แบรนดอน (Brandon) พี่ชายวัย 29 ปี เห็นวิถีชีวิตการค้าขายของร้านหาบเร่แผงลอยมากมาย ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งคู่ร่วมกับ โอ ชิน เจี๋ย (Oh Chin Jie) วัย 31 ปี เปิดร้าน “What The Puff” ขายกะหรี่ปั๊บ โดยรวบรวมเงินลงทุน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2.5 แสนบาท เปิดร้านที่ศูนย์อาหาร Changi Village Hawker Centre ในเดือนธันวาคม 2024 ก่อนที่ธุรกิจจะเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างรายได้ 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 12.7 ล้านบาทในปี 2025 สองพี่น้องซึมซับวิถีชีวิตการค้าขายมาจากร้านโจ๊กของพ่อแม่ที่เปิดมากว่าสิบปีในย่านเบด็อก (Bedok) พวกเขาช่วยคิดเงิน ใส่เครื่องเคียงที่มีมากถึง 20 อย่าง ซึ่งต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เช้ามืด ธุรกิจนี้จึงไม่ใช่โมเดลที่อยากทำเท่าไหร่นัก พ่อเลยแนะนำให้ลองทำ “กะหรี่ปั๊บ” และให้ลองทำสูตรใส่ชีสลงไปในไส้ผัดผงกะหรี่ดู เพราะเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ข้าวซอยแกงกะหรี่โปะชีส จากนั้นได้พวกเขาได้ชวน โอ ชิน เจี๋ย เพื่อนที่มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารจากร้านสลัดชื่อด
เรื่องราวของ “ลีออน โลว์” (Leon Low) ชายสิงคโปร์ วัย 48 ปี เขาเปลี่ยนบ้านของตัวเองเป็นบาร์ส่วนตัว “Bar59” ธุรกิจเสริมเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากพื้นที่ในบ้านและการชอบสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ก่อนกลายเป็นโฮมบาร์เสิร์ฟค็อกเทลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไม่ชอบดื่มค็อกเทลเสียด้วยซ้ำ จากไม่ชอบดื่มค็อกเทลสู่บาร์ลับในบ้าน ลีออนชอบชวนเพื่อนและคนรู้จักมานั่งสังสรรค์ที่บ้าน เขาอาศัยอยู่ในแฟลตย่านซรังกูน (Serangoon) ที่มีเคาน์เตอร์ครัวอยู่ตรงกลางและที่นั่งพูดคุย จากเดิมที่เป็นแค่สถานที่พบปะ ดื่มสังสรรค์ แต่หลังจากเพื่อนคนหนึ่งถ่ายรูปเครื่องดื่มของเขาเล่นๆ แล้วติดแท็กว่า “Bar59” จากเลขห้อง 5-9 ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบาร์แห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2020 ลีออนได้เปิด Bar59 ภายในบ้านโดยต้อนรับเพื่อน ครอบครัว และแขกที่จองล่วงหน้าเท่านั้น ทั้งที่เขาไม่ชอบดื่มค็อกเทลเลยด้วยซ้ำ ลีออนเล่าย้อนว่า เมื่อ 8-9 ปีก่อน เขามองค็อกเทลเป็นเครื่องดื่มที่ “เน้นลูกเล่นเกินไป หวานเกินไป และราคาแพง” และเขาเป็นสายดื่มวิสกี้และไวน์ตัวยงมากกว่า แต่มุมมองนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พูดคุยกับบาร
