ข้าวไทย
“BEARHOUSE” ผู้บุกเบิกชานมโมจิแบรนด์แรกในประเทศไทย เปิดตัวเมนูใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ตอกย้ำความเป็นตัวจริงของตลาดชานมด้วยการพัฒนานวัตกรรมแป้งโมจิสูตรเฉพาะจากกลยุทธ์ “ข้าวไทย” ที่มีความพิถีพิถันจนได้รสชาติและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตอบรับเทรนด์ “Reward drink” ที่ชานมไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือความสุขเล็กๆ ที่มีได้ทุกวัน ประกาศตั้งเป้า 1,000,000 แก้วภายในสิ้นปี พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ และปิดปี 2026 ด้วยรายได้ 800 ล้านบาท คุณปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า “BEARHOUSE” เป็นแบรนด์ชานมโมจิที่เชื่อว่า ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกวัน (Happiness Everyday) ผ่านเครื่องดื่มคุณภาพ ประสบการณ์ที่อบอุ่น และช่วงเวลาพักเล็กๆ ที่สร้างโมเมนต์ที่ดีให้กับชีวิตประจำวัน BEARHOUSE เป็นแบรนด์ที่กล้าคิดกล้าทดลอง และกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะ ไข่มุกโมจิ ที่ BEARHOUSE เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งผลิตจากแป้งข้าวไทย จนเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ใน
จากร้านข้าวสารเป็นที่รู้จักเพียง 3 อำเภอในจังหวัดชลบุรี ธุรกิจที่พ่อแม่สร้างขึ้นด้วยความขยันและอดทนมาตั้งแต่ปี 2527 แม้จะบอกกับลูกว่าเป็นงานหนัก งานร้อน และไม่ได้สร้างกำไรมากนัก แต่สำหรับ ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล หรือ “คุณกอล์ฟ” ทายาทรุ่นสองของ “ข้าวตราไก่แจ้” กลับมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่ตัวเองคลุกคลีมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาจึงเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจนี้หลังเรียนจบจากอเมริกา พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบเถ้าแก่” สู่ “การบริหารแบบมืออาชีพ” จนกลายเป็นแบรนด์ข้าวไทยที่ส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายเติบโตแตะ 2,500 ล้านบาท ในคอนเทนต์ชุด “โอกาส” ธุรกิจเกษตร พาไปพูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราไก่แจ้ ถึงเส้นทางการเติบโต การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้ายทาย และการต่อยอดธุรกิจที่ไม่หยุดแค่การจำหน่ายข้าสาร ร้านข้าวของพ่อแม่ จุดเริ่มธุรกิจพันล้าน คุณกอล์ฟเติบโตมาในร้านข้าวสารของพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ราวปี 2527 กิจการเล็กๆ นี้มี “สุนทร ธัญญวัฒนกุล และ นภา” ภรรยา เป็นผู้บุกเบิกในตำบลกุฎโง้ง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ภาพจำของคุณกอล์ฟ คือไป
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า “จากการติดตามสถานการณ์ส่งออกข้าวคุณภาพสูง พบว่าการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มต้นปี 2569 อย่างสดใส หลังตัวเลขเดือนแรกของปีขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยมีปริมาณส่งออก 638 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 334.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 31.32 ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยอันดับ 1 สะท้อนถึงความต้องการและค่านิยมบริโภคข้าวอินทรีย์ไทยในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร” อธิบดีฯ กล่าวว่า “ปี 2568 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์รวม 26,110 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.12 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 1,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.21 และถือเป็นปีที่จีนก้าวขึ้นมามีบทบาทในตลาดข้าวอินทรีย์ของไทย โดยมีปริมาณส่งออกข้าวไปจีนในภาพรวม 3,352 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 727.65 หรือคิดเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 715.79 ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตมาจากกระแสความนิยมบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และพร้อมจ่าย
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข่าวดีว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรลุข้อตกลงซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ปริมาณ 40,000 ตัน โดยมีกำหนดเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความร่วมมือทางการค้าข้าวระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมสั่งกรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าเจรจาขายข้าวไทยต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะออกสู่ตลาด และช่วยกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและระดับราคาข้าวภายในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาซื้อขายข้าวในรูปแบบ G to G มีความซับซ้อนและต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นชนิดที่จีนให้ความสนใจและมีปัจจัยด้านราคาเป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่างไรก็ดี ตนและท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้มีโอกาสเข้าพบหารือตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่
“เราต้องการ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มาหมักสาโท เพราะอยากสนับสนุนให้ข้าวไทย ให้โครงการนี้ไปต่อได้อีกไกล ข้าวพันธ์ุนี้รสชาติดี และภาคภูมิใจที่เป็นข้าวพันธุ์แท้ เหมือนเราได้สนับสนุนดีเอ็นเอของข้าวไทยอย่างแท้จริง” คำบอกเล่าของ คุณเปียโน-สุพัณณดา พลับทอง ในนามวง THE SIS หลายคนรู้จักเธอในฐานะศิลปินกลุ่มทรีโอ ที่ประกอบไปด้วย 3 พี่น้อง แต่ปัจจุบัน เธอคือผู้ประกอบการไทย เจ้าของร้านอาหาร Mamamon Thai Eatery และ Sip Song Bar ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่พาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าว GI ไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยการแปรรูปเป็น ‘สาโท’ หมักด้วยน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ เสิร์ฟให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองความเป็นไทย จากศิลปินสู่ ‘ผู้ประกอบการ’ คุณเปียโน เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นการเปิดร้านอาหาร หลังแต่งงานกับสามีชาวสวีเดน เธอได้ติดตามสามีไปเที่ยวประเทศออสเตรียเพราะสามีมีงานรออยู่ที่นั่น ก่อนตัดสินใจลงหลักปักฐานในประเทศนี้เมื่อปี 2010 แต่ด้วยความแตกต่างทางภาษาที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก ไม่มีคอนเน็กชัน หรือเพื่อนฝูง การร้องเพลงหรือทำงานด้านบันเทิงในอาชีพเดิมจึงเป็นเรื่องที่สานต่อได้ยาก ขณะเดียวกันก็มีความโ
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention 2025 (TRC 2025) ครั้งที่ 10 ในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ คาดมีผู้นำเข้าข้าวระดับโลกเข้าร่วมหลายร้อยราย และสร้างมูลค่าคำสั่งซื้อไม่น้อยกว่าแสนตัน หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ภายใต้ธีม “GLOBAL RICE FROM THAI LEGACY” ที่เผยให้เห็นถึงการสอดประสานระหว่างรากฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของข้าวไทย กับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ด้านข้าวสมัยใหม่ของประเทศ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงทิศทางและนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) มุ่งเน้นนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของข้าวไทย พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ในตลาดโลก โดยได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศจัดประชุม TRC 2025 เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงระหว่างผู้ส่งออก ผู้นำเข้า
รวมพลัง 2 เทศกาลใหญ่ส่งท้ายปี Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 และ Thailand Rice Fest 2024 พาเปิดโลกกาแฟและข้าวไทยในมุมใหม่ ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ 12-15 ธ.ค. นี้ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เปิดตัว 2 เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 และ Thailand Rice Fest 2024 งานเทศกาลกาแฟพิเศษไทยและข้าวไทย ที่ขนทัพกิจกรรมการประกวด ผลิตภัณฑ์สินค้า และเวทีเสวนาความรู้มาให้ทุกคนแบบจัดเต็ม โชว์คุณค่าของอุตสาหกรรมกาแฟและข้าวไทยในมุมมองใหม่ที่หลายคนอาจไม่รู้ พร้อมยกระดับศักยภาพสู่โอกาสใหม่ที่เป็นได้มากกว่า ตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5 และ 6 นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด กล่าวว่า การจัดงานรวม 2 เทศกาลใหญ่ในปีนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเทศกาลกาแฟเองเติบโตต่อเนื่องทุกปี และปีนี้เราพร้อมชูความสำเร็จไปอีกขั้น กับการขยายเครือข่ายวงการกาแฟพิเศษไทย ในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน Thailand National Cup Tasters Championship, Thailand National Coffee Roasting Champ
การส่งออก “ข้าวไทย” ลดฮวบถึง 29% เนื่องจากเจอเวียดนาม-ปากีสถาน ขายถูกกว่า! จึงทำให้ไทยสูญเสียตลาดลูกค้าไป!!! ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวในเดือน พ.ค. 2567 ว่ามีปริมาณ 659,566 ตัน มูลค่า 16,124 ล้านบาท โดยปริมาณลดลง 29.3% และมูลค่าลดลง 26% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. 2567 ที่มีการส่งออกมีปริมาณ 933,559 ตัน มูลค่า 21,787 ล้านบาท สาเหตุมาจากในเดือน พ.ค. การส่งออกในกลุ่มของข้าวขาว ข้าวนึ่ง มีปริมาณลดลงจากเดือนก่อน จากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หลังมีฝนตกลงมาเกือบทุกวัน ทำให้การขนถ่ายสินค้าขึ้นเรือทำได้ไม่เต็มที่และต้องล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้การส่งออกข้าวขาวมีปริมาณเพียง 407,608 ตัน ลดลง 88% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ผู้นำเข้าข้าวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย 914,761 ตัน เพิ่มขึ้น 96.6% รองลงมาคือ อิรัก 363,438 ตัน ลดลง 38.7% สหรัฐอเมริกา 344,873 ตัน เพิ่มขึ้น 15.8% ฟิลิปปินส์ 280,522 ตัน เพิ่มขึ้น 362.1% และแอฟริกาใต้ 229,369 ตัน ลดลง 36.9% ราคาข้าวของไทยในช่วงนี้ อยู่ระดับที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งกำลังเสนอ
‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ ละลานตาข้าวไทย ยิ่งใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ เพราะ “ข้าว” เป็นอาหารคู่คนไทย เป็นที่ยอมรับของทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีข้าวสายพันธุ์ดีเลิศรส สามารถผลิตและส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเรามีพันธุ์ข้าวถึง 24,000 ตัวอย่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างและโดดเด่นในแต่ละท้องถิ่น เป็นของดีสะท้อนภูมิปัญญาในพื้นที่อย่างน่าอัศจรรย์ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร จึงร่วมกับกรมการข้าว ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพันธมิตร ถือโอกาสจัดมหกรรมงานข้าวสุดยิ่งใหญ่ “มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” ภายใต้ธีม #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เป็นครั้งแรกของการจัดงานข้าวไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง พื้นที่ฮอลล์ละลานตาไปด้วยเรื่องราวความมหัศจรรย์ของข้าวในทุกมิติ เริ่มจากโซนแรกบริเวณด้านหน้าฮอลล์ “นิทรรศการมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” ที่กรมการข้าวได้นำข้าวไทยสายพันธุ์เด่น มาบอกเล่าความเป็นมาและความอัศจรรย์แห่งอัตลักษณ์แต่ละสายพันธุ์จาก 4 ภาคทั่วประเทศไทย
เริ่มแล้ว! ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. ครั้งแรกของการจัดงานข้าวไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ เครือมติชน นำโดย ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร ร่วมกับ กรมการข้าว ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพันธมิตร จัดมหกรรมงานข้าวสุดยิ่งใหญ่ ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ ภายใต้ธีม #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย ยกทัพ 20 พันธุ์ข้าว GI และข้าว GI พันธุ์ใหม่มาให้ชิม พร้อม 15 กิจกรรมไฮไลต์-เวทีทอล์กจากกูรูเรื่องข้าว-เวทีสาธิตเมนูสุดพิเศษจากข้าว และ 100 ร้านค้าเด็ด วันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. 67 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 67 เครือมติชน นำโดย ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ร่วมกับ กรมการข้าว ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพันธมิตร จัดพิธีเปิดงาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน ร่วมด้วย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนัก
