คนญี่ปุ่น
เป็นภาพที่เห็นจนชินตากับการเห็นกองเชียร์ชาวญี่ปุ่นก้มลงเก็บขยะในสนามหลังการรับชมกีฬาจบ ภาพนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 สื่อหลายสำนักต่างชื่นชมพฤติกรรมนี้ของชาวอาทิตย์อุทัย เอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวญี่ปุ่นที่แฝงไว้ด้วยความสุภาพและความมีน้ำใจมักถูกชื่นชมจากต่างประเทศอยู่เสมอ การเก็บขยะหลังชมกีฬาจบไม่ได้เพิ่งจะทำในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก คนญี่ปุ่นมักจะแสดงการกระทำเช่นนี้หลังจบการชมกีฬามาโดยตลอด นั่นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว หากจะถอดแนวคิดที่ฝังอยู่ในนิสัยนี้ของชาวญี่ปุ่น ต้องเริ่มไปตั้งแต่การปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ที่เริ่มตั้งแต่ในโรงเรียน ในโรงเรียนจะไม่ค่อยจ้างแม่บ้านทำความสะอาดโรงเรียนเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะสอนให้เด็กนักเรียนเป็นคนช่วยกันรับผิดชอบทำความสะอาด และเมื่อโตมาก็มีแนวคิดที่คนญี่ปุ่นถูกสั่งสอนมาเรียกว่า Omotenashi (おもてなし) อ่านว่า โอะโมะเตะนะชิ หากแปลตรงตัวจากรากศัพท์ อาจจะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น Omote แปลว่า “เบื้องหน้า” หรือ “ด้านนอก” (สิ่งที่แสดงออกมา) ส่วน Nashi แปลว่า “ไม่มี” เมื่อรวมกันแล้ว Omotenashi จึงหมายถึง “ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องห
เพราะ “ลิฟต์” เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบ ๆ ทั้งคนที่รู้จักกันและไม่รู้จักกันต้องใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่นี้ แม้จะไม่ถึงนาทีก็ตาม แล้วการที่ตึกสมัยใหม่มีความสูงเสียดฟ้ากันทั้งนั้น เราจึงมีโอกาสใช้ลิฟต์กันบ่อยมากขึ้น ยิ่งในทางธุรกิจ การใช้ลิฟต์อาจจะมีอยู่หลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นลงลิฟต์พร้อม ๆ กันกับผู้ใหญ่ หรือการออกไปต้อนรับลูกค้าด้วยลิฟต์ เป็นต้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการขึ้นลิฟต์ของคนญี่ปุ่นนั้นพิถีพิถันกว่าที่คุณคิด เพราะนอกจากมีการเรียงลำดับการเข้า-ออกลิฟต์แล้ว ยังละเอียดไปถึงตำแหน่งที่คุณควรยืนบนลิฟต์อีก วันนี้ผมจะมาแบ่งปันความพิถีพิถันในการใช้ลิฟต์ของคนญี่ปุ่นกันครับ -ระหว่างรอลิฟต์ หลีกเลี่ยงการยืนรอลิฟต์ตรงบริเวณหน้าประตูลิฟต์ครับ เพราะจะกีดขวางคนในลิฟต์ให้เดินออกมาลำบากขึ้น -เข้าลิฟต์ : กรณีเราเป็นผู้อาวุโสน้อยที่สุด อันดับแรก คุณห้ามขึ้นลิฟต์ก่อนลูกค้าหรือคนที่อาวุโสกว่าครับ แต่คุณต้องเอื้อมมือไปดันประตูลิฟต์แสดงให้เห็นว่าเราพยายามไม่ให้มันปิด หรือกดปุ่มลิฟต์ที่อยู่หน้าลิฟต์ พร้อมกับหันมายิ้มแล้วบอกว่า “เชิญครับ/เชิญค่ะ” เมื่อทุกคนขึ้นลิฟต์เสร็จแล้ว
