ซ้อการ์ด
นาทีนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ซ้อการ์ด’ นักธุรกิจสาวเจ้าของแบรนด์ Love Potion และ Lip Oil ซ้อการ์ด ที่กำลังมาแรงบนโลกออนไลน์ ผู้สร้างสถิติ ไลฟ์สดขายของ 40 นาที สร้างยอดขายทะลุ 25 ล้านบาท และสร้างรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 154 ล้านบาท โดยได้มีการเปิดรายได้ของ Love Potion ในปี 2567 อยู่ที่ 454 ล้านบาท ซึ่งสามารถทำได้ในวัยเพียง 27 ปี พร้อมเผยเป้าหมายว่า Love Potion กำลังก้าวสู่บทใหม่ ที่ไม่เป็นเพียงสินค้าเพื่อความสวยงาม แต่กำลังขยายธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ปัจจัย 4 ของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ การ์ด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร คือชื่อจริงของ ซ้อการ์ด ผู้เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ขายเคสมือถือเพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ แต่ด้วยความชื่นชอบในเรื่องความงามการดูแลตนเอง ทำให้คุณการ์ดตัดสินใจผลิตสบู่ Grape Soap ออกวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Love Potion หลังจากนั้นธุรกิจก็ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จ แต่จะขายของให้ปังแบบคุณการ์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณการ์ดสร้างแบรนด์ขึ้นมาผ่าน
เมื่อเจ้าของแบรนด์ หันมาทำคอนเทนต์เอง ‘CEO Branding’ กลยุทธ์ที่เปลี่ยนแฟนคลับให้เป็นลูกค้าประจำ ปั้นแบรนด์ปังในพริบตา หากพูดถึงการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักหรือแมสในกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การจ้างดาราดัง อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ช่วยโปรโมตเท่านั้น แต่สามารถทำได้ด้วย ‘CEO Branding’ หรือการที่เจ้าของธุรกิจหันมาทำคอนเทนต์ สร้างตัวตน บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ นำเสนอภาพลักษณ์ แนวคิดการทำธุรกิจ หรือไอเดียการผลิตสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง TikTok, IG หรือ Facebook กันมากขึ้น จนผู้บริโภคอย่างเรากลายเป็นแฟนคลับของซีอีโออย่างไม่รู้ตัว เกิดเป็นความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวแบรนด์ เพราะซีอีโอถือเป็นผู้ที่รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับอินไซต์ทั้งหมดของแบรนด์ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังสร้างความเป็น “Brand Loyalty” เพิ่มเข้ามา จึงเรียกได้ว่าการทำ CEO Branding ช่วยเชื่อมโยง ‘แบรนด์’ กับ ‘ผู้บริโภค’ ให้เข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น จากเมื่อก่อน การที่เราจะได้เห็นโฉมหน้าเจ้าของแบรนด์นั้นยากจะเข้าถึง โดย ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ได้รวบรวมซีอีโอ ที่ทำ CEO Branding ได้จนเป็นที่รู้จัก เด็กสม
ปี 2024 “ยุคทองของอินฟลูฯ” ผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ขาดไม่ได้ คำว่า “ยุคทองของอินฟลูเอนเซอร์” อาจจะดูกล่าวเกินจริงไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2024 นี้ อาชีพอินฟลูเอนเซอร์เป็นอาชีพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจ เพราะเปรียบเสมือนกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้อย่างเข้าถึงง่ายและตรงไปตรงมา เรียกได้ว่า เป็นอาชีพที่น่าจับตามอง เหตุใดอินฟลูเอนเซอร์ถึงเป็นอาชีพที่มาแรง สำหรับการเข้ามามีบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ อาจเล่าย้อนได้ว่า การระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่ผู้คนยากลำบาก แต่สถานการณ์นั้นกลับกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ผู้คนหันมาใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเป็นทางรอด ดังนั้น การเป็นอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และสร้างรายได้ที่เห็นได้ชัด นอกจากเรื่องของโรคระบาดที่เข้ามาเป็นตัวเร่งแล้วนั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ ที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์เข้ามาโปรโมต เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีอิทธิพลเพื่อดึงดูดความสนใจให้กับผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ
