ญี่ปุ่น
เซมเบ้ปลาหมึก ขนมญี่ปุ่น แผ่นบิ๊ก ล่ามสาว คิดสูตรแป้ง-ซอส จนขายดี เพราะชื่นชอบและหลงใหลในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะ “ขนมเซมเบ้” หรือข้าวเกรียบกรอบๆ ทำให้ คุณกิ๊บ-สริตา ศิลาวรรณ วัย 36 ปี นำความชอบมาต่อยอด รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดอย่าง เซมเบ้ คิดสูตรแป้งและซอสด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเปิดหน้าร้าน Teyaki สไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล เป็นพื้นที่ให้ลูกค้ามานั่งทานขนม ซึ่งการขายขนมเซมเบ้ สามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของร้านหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของร้าน Teyaki และการขายขนมเซมเบ้ เริ่มจากคุณกิ๊บ เธอคุ้นเคยกับประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี เพราะเรียนจบจากที่นั่น อีกทั้ง มีอาชีพเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย ในคลาสสอนทำขนม แถมยังเปิดสอนทำขนมเองอีกด้วย โดยในช่วงพักผ่อน เธอและครอบครัวชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น จนได้ลองกินขนมเซมเบ้ ในครั้งแรกก็ติดใจ ซึ่งขนมเซมเบ้ในญี่ปุ่นนั้นมีหลายแบบมากๆ คุณกิ๊บ อธิบายว่า มีทั้งแบบหนา กรอบ หรือแผ่นบางกรอบ “มันอร่อยมาก เราอยากพาครอบครัวไปกิน แต่โควิดมา ตั๋วถูกยกเลิก จึงไม่ได้ไป ส่วนงานประจำก็ลดลงเพราะโรคระบาด เลยมีเวลาลองคิดสูตรเอง ตอนแรกคิดว่าถ้าได้สูตรจะเปิดขายออน
ยอดขายโตทุกปี! M-Dear สกินแคร์พรีเมียมจากญี่ปุ่น เคลียร์ออร์เดอร์ยังไง ในวันที่ยอดพุ่ง 5 เท่า การใช้สกินแคร์อย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนการลงทุนระยะยาวให้กับผิว หลายๆ คนจึงมองหาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ใช้แล้วตอบโจทย์ โดยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้มีการนำเข้า M-Dear สกินแคร์พรีเมียมจากญี่ปุ่นมาวางจำหน่ายในไทย ซึ่งคนไทยก็ให้การตอบรับอย่างดีจากการเริ่มเปิดใจลองใช้ จนทำให้ M-Dear มียอดขายเติบโตขึ้นทุกปี คุณอุดมทรัพย์ วิเศษบูรณะ Marketing Manager เล่าให้ฟังว่า บริษัท เอ็น-เพล็กซ์ โกลบอล จำกัด ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ M-Dear มาแล้วกว่า 4 ปี ซึ่งสกินแคร์ของ M-Dear ถือเป็นเวชสำอางชื่อดังที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมานานถึง 16 ปี ในโรงพยาบาลและคลินิกผิวหนังกว่า 2,400 แห่งทั่วประเทศ ส่วนในประเทศไทย ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ง่ายตามบิวตี้สโตร์ และช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นพรีเมียมสกินแคร์จากญี่ปุ่น แต่ M-Dear ก็ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าคนไทยจากยอดขายที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะช่วงแคมเปญช้อปปิ้งที่มีออร์เดอร์สูงขึ้น 3-5 เท่า M-Dear มีกลยุทธ์ในการขายอย่างไรให้ยอดขายเติบโต และมีกระบวนการจัดการออร์เดอร์อย่างไรในวันที่ยอดส
เยลลี่เจลาตินมาแรง! ยอดซื้อเพิ่มขึ้น 91% จากการปรับภาพลักษณ์ใหม่ จนมูลค่าตลาดแซงหน้าหมากฝรั่งไปแล้ว วันที่ 1 มิถุนายน 2566 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับข้อมูลจากนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถึงโอกาสในการขยายตลาดขนมเยลลี่เจลาติน (Gummy Jelly) ในตลาดญี่ปุ่น เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้กลายเป็นขนมที่มีมูลค่าการตลาดสูงแซงตลาดหมากฝรั่งที่เคยครองแชมป์ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผลสำรวจจากบริษัท Intage inc. ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจตลาด ได้ทำการติดตามกลุ่มผู้บริโภคหญิงและชายจำนวน 50,000 คน พบว่า มีความต้องการบริโภคขนมเยลลี่เจลาตินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2563 ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่คนอยู่บ้านทำให้มีความต้องการขนมเหล่านี้เพิ่มขึ้น โดยสถิติปี 2565 ยอดซื้อขนมเยลลี่เจลาตินเพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับปี 2556 ขนมบิสกิต ช็อกโกแลต และขนมขบเคี้ยวเพิ่มขึ้น 20-30% ขนมลูกอมอัดเม็ดเพิ่มขึ้น 11% สำหรั
ซมโปะ ประกันภัย จัดเต็มสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ชวนคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น ไปกับประกันเดินทาง Travel Joy เพื่อนรู้ใจนักเดินทาง ในงานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ครั้งที่ 14 ซมโปะ ประกันภัย เอาใจคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น อุ่นใจทุกการเดินทางไปกับ ประกันเดินทาง Travel Joy เพื่อนรู้ใจ ในงานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ครั้งที่ 14 (Visit Japan FIT Fair #14) ซึ่งจัดโดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) โดยให้ความคุ้มครองอย่างครบวงจรตามมาตรฐานประกันเดินทาง ตั้งแต่วันเดินทางออกจากบ้านจนถึงวันกลับอย่างปลอดภัย พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง จาก Sompo Assist พิเศษยิ่งกว่าภายในงานนี้ ซมโปะ ประกันภัย มอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อสำหรับลูกค้า – ต่อที่ 1 : ส่วนลดประกันเดินทาง Travel Joy 15% – ต่อที่ 2 : ฟรี! แท็กติดกระเป๋าเดินทางซมโพนี่และของแถมอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธซมโปะ ประกันภัย ตำแหน่ง 6i ภายในงานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ครั้งที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 27-29 มกราคม 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ** ผู้ซื้อควรทำค
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนฉลอง Grand Opening มาเนกิเนโกะ คาราโอเกะอันดับ 1 จากญี่ปุ่น 14 ต.ค. นี้ ชมการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินตัวท็อป ร้องฟินกินเพลินกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าอาหาร 20% เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนสายร้อง สายแดนซ์ สายปาร์ตี้ มาชิลๆ ร่วมฉลองเปิดสาขาใหม่ มาเนกิเนโกะ (Manekineko) แฟมิลี่คาราโอเกะ อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ในงาน Grand Opening วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2565 พบกับกิจกรรมความบันเทิงมากมาย ชมการแสดงของศิลปินตัวท็อปจาก GMM นำโดย นักร้องหนุ่มเสียงทรงพลัง เอ๊ะ จิรากร นักร้องสาวเสียงใส แพรว คณิตกุล ในเวลา 18.00-19.00 น. กิจกรรม TikTok Challenge ในหัวข้อ Show me your style แชร์คลิปวิดีโอช่วงเวลาดีๆ ภายในร้าน Karaoke Manekineko โดยไม่จำกัดสไตล์ เช่น ใช้เสียงของคุณรีวิว โชว์เพลงที่ชอบ เต้น ร้องเพลง แข่งร้องเพลงกับเพื่อน หรือกิจกรรมที่คุณชอบ โพสต์ลง TikTok ส่งต่อความสนุก รอยยิ้ม พลังเสียง หรือตัวตนของคุณ ติดแฮชแท็ก #manekinekoth ลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษสำหรับผู้รักคาราโอเกะ พิเศษ!! โปรโมชั่นส่วนลดค่าอาหาร 20% ทุกเมนู (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) โดยมีระยะเวลาเข้าร่วมกิจกรรมและคุ้มกับโปร
รู้จัก ยูนิโคล่ แบรนด์เสื้อผ้า ที่โรงเรียนญี่ปุ่น เตรียมเปลี่ยนกฎให้ใส่แทนชุดนักเรียน ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อโรงเรียนในญี่ปุ่น เตรียมเปลี่ยนกฎ ให้นักเรียนใส่เสื้อผ้ายี่ห้อ ‘ยูนิโคล่’ แทนเครื่องแบบนักเรียน เพื่อลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงขอพามาทำความรู้จัก แบรนด์ยูนิโคล่ อีกครั้ง ญี่ปุ่น เป็นแหล่งกำเนิดธุรกิจระดับโลก บางธุรกิจกำเนิดในโตเกียวทีเดียวเลย อย่างเช่น ฮิตาชิ รายใหญ่อย่างโตโยต้านั้นแม้ไม่ได้เกิดที่โตเกียว แต่ก็อยู่ใกล้นาโกยา ไม่จัดว่าไกลเกินไป ขณะที่ฮิโรชิมา เป็นแหล่งกำเนิด รถยนต์มาสด้า ข้าวเกรียบกุ้งคาลบี้ เสื้อผ้ายูนิโคล่ และร้านไดโซะ ทั้งหมดกลายเป็นธุรกิจระดับโลกไปแล้ว สำหรับ ยูนิโคล่ (Uniqlo) เป็นร้านขายเสื้อผ้าธรรมดาๆ มาตั้งแต่ปี 2492 ในจังหวัดใกล้เคียง จนต่อมาปี 2527 ขยายเป็นธุรกิจเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ใช้ชื่อว่า ยูนิโคล่ ย้ายมาปักหลักที่ฮิโรชิมา แล้วเติบใหญ่โดยลำดับ เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานว่า ยูนิโคล่ เข้ามาเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเดือนกันยายน 2554 โดยยูนิโคล่ ประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์ และมาเลเ
กระดาษวาชิ บางเฉียบเหมือนปีกแมลงเม่า คนญี่ปุ่นใช้รักษาของโบราณอายุ 800 ปี จากครั้งหนึ่งที่ “กระดาษวาชิ” มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น ชนิดพูดได้ว่า แทบจะขาดกันไม่ได้ เนื่องจากกระดาษซึ่งมีเนื้อบางเฉียบราวกับหนังกำพร้าของมนุษย์ และเหนียว ทนทานมาก ได้ถูกนำไปใช้ประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง ตั้งแต่ใช้เขียนหนังสือ วาดรูป ทำโคมไฟ ร่ม และบานประตูเลื่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้กระดาษวาชิ ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากว่า 1,300 ปี และได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ลดฮวบลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ทว่าตอนนี้ ที่โรงงานเล็กๆ ชื่อว่า “ชินเซ” ในเมืองฮิดากะ จังหวัดโคจิ ห่างจากกรุงโตเกียวไป 640 กิโลเมตร นายฮิโรโยชิ ชินเซ ทายาทรุ่นที่ 4 ของผู้ผลิตกระดาษวาชิ กำลังหาวิธีทำให้กระดาษที่ทรงคุณค่าของญี่ปุ่นกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้งทั้งในบ้านและในต่างประเทศ ด้วยลักษณะการนำไปใช้งานที่พิเศษเฉพาะทางจริงๆ โดยที่ผ่านมากระดาษวาชิ จากโรงงานของฮิโรโยชิ ซึ่งได้ชื่อว่า
มูจิ (MUJI) ปรับราคาสินค้า 604 รายการ ให้คนไทยเข้าถึงสินค้าง่ายขึ้น และจะปรับราคาสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 55 รายการในเดือนกันยายนนี้ ล่าสุด ได้เปิดตัว สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากสาขาสามย่านมิตรทาวน์ นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มูจิ มีแนวคิดในการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี มีประโยชน์ ในราคาที่สมเหตุสมผลให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายให้ มูจิ เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยการปรับราคาสินค้าเกิดจากการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง การลดกระบวนการการผลิตที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงเพิ่มประสิทธิผลในการผลิตที่ได้คุณภาพ หรือแม้แต่การบริหารจัดการกระบวนการกระจายสินค้า เพื่อให้มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนภาพรวมของสินค้าได้ดีที่สุด และนำประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวไปส่งต่อสู่ลูกค้า ซึ่งผู้บริโภคในประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าคุณภาพมาตรฐาน มูจิ ได้ในราคาที่จับต้องได้และสมเหตุสมผล สำหรับในปีนี้ ได้ทำการปรับราคาขายปลีกสินค้า มูจิ ในประเทศไท
สธ. ส่งกระเช้าขอบคุณ ‘เจ้าของเพจดัง’ เป็นตัวอย่างที่ดี กักตัว 14 วันหลังกลับจากญี่ปุ่นตามคำแนะนำของรัฐ อีกหนึ่งตัวอย่างดีๆ เมื่อ คุณท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่ได้รับฉายาว่านางฟ้าไอที ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของรัฐ กักตัวเอง 14 วัน หลังเดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง โดยคุณท๊อฟฟี่ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตั้งใจไปดูคอนเสิร์ตวง Perfume เท่านั้น ไม่ได้เที่ยวที่คนพลุกพล่าน หลังกลัมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ คุณท็อฟฟี่ได้ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของภาครัฐ นั่นคือการกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน “ตอนนี้กักตัวมาได้ 11 วันแล้ว ไม่มีไข้แต่อย่างใด และไม่ได้รู้สึกอึดอัด หรือเบื่ออะไร เหมือนเราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า ทำความสะอาดบ้าน จัดห้องไปเรื่อย เล่นเกม นั่งทำงานรีวิว มีบ้างที่อยากออกไปข้างนอก เพราะเห็นเพื่อนออกไปทานหมูกระทะกัน ส่วนตัวไม่ได้ตุนอาหารไว้ อาศัยสั่งดีลิเวอรี่เอา สะดวกมาก” คุณท็อฟฟี่ เผย ล่าสุด คุณท๊อฟฟี่ได้โพสต์ว่า กระทรวงสาธารณสุขส่งกระเช้าผลไ
‘ชมภิญญ์’ น้ำมันสกัดเย็นจากธรรมชาติ เจาะกลุ่มลูกค้าเลี่ยงเคมี ขายดีมากที่ญี่ปุ่น หลังต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานหลายปี บวกกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เพราะธุรกิจเครื่องหนังล้ม คุณคัทรินทร์ ประยุกต์วิทยาฐาน จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมาช่วยบำบัดและฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น ด้วยการทำน้ำมันทาหน้าและทาตัวใช้เอง “ทางด้านร่างกาย เราอยากจะให้ผิวหน้าผิวตัวดีเลยหยุดใช้เครื่องสำอางทุกอย่าง ปรากฏว่าผิวแห้งมาก จึงเริ่มจากการใช้น้ำมันมะรุม น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันโจโจ้บาร์ รู้สึกว่ายังขาด เริ่มหาข้อมูลว่าควรจะปรับอย่างไรให้ดีขึ้น ส่วนด้านจิตใจเราใช้น้ำมันหอมระเหย บวกกับเข้าวัดฟังธรรมะเพื่อบำบัดตัวเองหลังผ่านวิกฤตชีวิตมาได้” คุณคัทรินทร์ บอกว่า ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งน้ำมันหอมระเหย และนำมาใช้กับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เรียกได้ว่าใช้ทั้งตัว “ใช้แล้วดีนะ รู้สึกว่าได้ของดีในราคาไม่แพง มีความบริสุทธิ์ ไม่ต้องใส่เคมีอะไรเลย กลายเป็นของที่ใช้ประจำ เริ่มทำแจกญาติหลายคนบอกใช้ดี บนหน้าเรามีแผล เป็นคนไวต่อเคมีมาก หมอบอกว่าอยากหายต้องเลเซอร์ สรุปไม่ไปทำ เพราะกลัวว่าเลเซอร์แล้วจะเป็นหนอง ก็ใช้น้ำมันของ
