ดูแลสุขภาพ
โรงพยาบาลนวเวช ร่วมมือกับ สนามกอล์ฟนวธานี (World Cup 1975) มุ่งดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของนักกอล์ฟ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยให้บริการดูแลรักษาครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ และโรคเฉพาะทาง เช่น แม่และเด็ก หัวใจ และสมอง นวเวชได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 7101:2023 และ ISO 9001:2015 จาก AACI สหรัฐอเมริกา ยืนยันคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยทีมบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้ง 2 องค์กรในการยกระดับการดูแลสุขภาพในชุมชน โดยโรงพยาบาลนวเวช นำโดย คุณณดณ ณรงค์เดช และ คุณอรณิชา มิ่งสมร PR Marketing Executive ได้หารือร่วมกับ คุณสุขุมา ชยานนท์ กรรมการผู้จัดการ และ คุณพัชราภรณ์ จุโลทัย กรรมการบริหาร บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน) เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยสำหรับนักกอล์ฟและบุคลากรของสนาม แม้กอล์ฟจะเป็นกีฬาที่ไม่มีการปะทะโดยตรง แต่ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเรื้อรังจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ ทางโรงพยาบาลนวเวชจึงพร้อมให้การดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อกระดูก และข้อ ตั้งแต่การวินิจฉั
วิกฤตฝุ่นพิษ! แพทย์แนะ เลี่ยง 3 กิจกรรมเสี่ยงรับฝุ่น PM 2.5 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. จากกรณี ฝุ่นลองขนาดเล็ก PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า อาหาร, น้ำและอากาศ เป็นสามสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ไล่ความสำคัญกันมาตามเกณฑ์ที่ถือว่าจะทนการขาดจากมากไปน้อยที่สุด มนุษย์เราเดือดร้อนเรื่องอากาศได้มาก แต่เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นชัดจึงทำให้ไม่ถูกจัดลำดับการแก้ไขในอันดับต้นๆ จนมันส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้วจริงๆ จึงกลายเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นมา อย่างช่วงหน้าหนาวที่ว่าอากาศขมุกขมัวด้วยฝุ่นนี้ก็มีคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจมาหามาก หากแต่สิ่งที่ชัดเจนกว่าคืออาการที่ดูหนักขึ้นกว่าเมื่อก่อน เป็นต้นว่า ไอโขลกๆ ออกมามีเลือดปนมากับเสมหะ หรือคนไข้สายรักออกกำลังกายไปวิ่งแล้วกลับมาไอเพราะระคายคอคล้ายมีอะไรติดอยู่ ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าปัญหาเรื่องฝุ่นธุลีขนาดจิ๋วที่เรียก PM2.5 กันหนาหูนี้ไม่ได้มีผลกระทบแค่เฉพาะกับเรื่องไอ-จาม หากแต่ทำให้คุณภาพชีวิตเสียไปได้มาก เช่น อยากพาลูกออก
แพทย์แนะ วัยเกษียณ เตรียมพร้อมวิถีชีวิตใหม่ ดูแลสุขภาพตนเองอย่างมีคุณภาพ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ถึงแม้ว่าจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ประชาชนก็ยังคงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้เกษียณอายุที่ก้าวสู่วัยผู้สูงอายุ ควรมีการปรับตัวตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะและการไปในที่แออัด และเว้นระยะห่างอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้เกษียณควรมีการเตรียมตัวหรือการวางแผน เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ที่หลากหลายไม่จำเจ เลือกกินข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ เพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร กินผัก และผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เค็มจัด และกินอาหารสะอาด ปราศจากการปนเปื้อน รวมทั้งดื่มน
โซเดียม ภัยเงียบจากของอร่อย แนะนำวิธีง่ายๆ ในการลดเค็มลดโรค กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน จะทำให้มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำในร่างกายทำให้มีความดันโลหิตสูงขึ้นส่งผลให้ไตและหัวใจทำงานหนัก และอาจจะส่งผลในระยะยาวทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตแทรกซ้อน พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมในชีวิตประจำวัน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เกลือโซเดียม หรือเกลือแกงเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอก
อภัยภูเบศร แจกสูตร “โยเกิร์ตขมิ้นชัน” เมนูเด็ด ช่วยดูแลลำไส้ มีมาให้ติดตามกันอีกแล้ว สำหรับสูตรต่างๆ ใช้ดูแลสุขภาพ โดย เพจสมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แชร์สูตร “โยเกิร์ตขมิ้นชัน เมนูเด็ดดูแลลำไส้ รับประทานได้ทั้งครอบครัว” ไว้ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. นมสดรสจืด หรือหวาน 1 ลิตร 2. ขมิ้นชันสด 1 ถ้วยตวง หั่นเต๋าหรือชิ้นเล็กๆ ตามชอบ 3. โยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง 4. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง วิธีทำ 1. นำนมสดตั้งไฟให้เดือดแล้วยกลง 2. รอนมอุ่น (ประมาณ 40 องศาเซลเซียส) จึงใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่เตรียมไว้ลงไป 3. ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง นานประมาณ 8-10 ชั่วโมง 4. เตรียมขมิ้นชันเชื่อม โดยนำเนื้อขมิ้นชัน ไปเคี่ยวกับน้ำตาลที่เตรียมไว้ เติมน้ำเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น (ความหวานปรับได้ตามชอบ) วิธีรับประทาน นำโยเกิร์ตโฮมเมดที่ได้ รับประทานคู่กับขมิ้นชันที่เคี่ยวกับน้ำตาล อาจเพิ่มน้ำผึ้งเพื่อให้ได้ความหอม สามารถปรับโดยการใช้ขมิ้นชัน เคี่ยวกับน้ำผึ้งแทนได้ ลองทำรับประทานกันดูนะคะ https://www.facebook.com/abhaiherb/photos/a.136960229702
เปิด 7 เทคนิคดูแลเท้าให้สุขภาพดี รับมือช่วงหน้าฝน-น้ำท่วม ดูแลเท้า / หน้าฝนทีไร สภาพอากาศมักมาพร้อมกับความเย็นสบายแต่ฉ่ำแฉะ ส่งผลให้น้ำท่วมขัง ต้องเดินย่ำน้ำจนเท้าเปียก ซึ่งน้ำสกปรกเหล่านั้นอาจเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่างๆ และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ทั้ง โรคเท้าเปื่อย โรคผิวหนัง โรคท้องร่วง โรคฉี่หนู โรคตาแดง เป็นต้น ดังนั้น สิ่งสำคัญในช่วงหน้าฝนคือการดูแลเท้าให้สะอาดสุขภาพดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน หากมีการติดเชื้อรุนแรง อาจต้องถูกตัดเท้าหรือขาได้ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทคนิคในการดูแลสุขภาพเท้าในหน้าฝนไว้ 7 ข้อ โดยวิธีการดูแลสุขภาพเท้า สามารถปฎิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้ ทําความสะอาดเท้าและซับเท้าให้แห้ง โดยใช้ผ้าที่สะอาดและนุ่ม เช่น ผ้าขนหนู ค่อยๆ ซับเท้าให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ทาโลชั่นทุกวัน เพื่อคงความชุ่มชื่นให้กับผิวบริเวณเท้า ควรทาทันทีภายหลังจากทำความสะอาดและซับจนแห้ง ให้ทาตั้งแต่เข่าไปจนถึงปลายเท้า โดยหลีกเลื่ยงการทาระหว่างซอกนิ้วเท้า ตัดเล็บเท้าด้วยความระมัดระวังและถูกวิธ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.) จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย เรื่องธาตุเจ้าเรือนเพื่อที่จะดูแลสุขภาพให้สมดุลไม่มีอาการเจ็บป่วย โดย พท.ป.พัชญา ขำสะอาด กล่าวถึงลักษณะของธาตุต่างๆ ว่า ลักษณะธาตุประเภท วาตะ หรือธาตุลม ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอากาศและลม จะมีลักษณะรูปร่างผอมบาง โปร่ง ผิวคล้ำ ผิวหนังเย็น หยาบ แห้ง ร่างกายสูงมากหรือเตี้ยมาก โครงร่างเบาบาง ปลายกระดูกนูนชัด กล้ามเนื้อเจริญไม่ดี ผมหยิกบาง มักมีความเครียดง่าย อารมณ์ไม่คงที่ มักกินอาหารเพื่อคลายเครียด ลักษณะธาตุประเภท ปิตตะ หรือธาตุไฟ เกิดจากการรวมกันของธาตุไฟกับธาตุน้ำ จะมีลักษณะรูปร่างสูงปานกลาง กล้ามเนื้อเจริญปานกลาง ผิวนุ่ม อุ่น ผมละเอียดบาง ผมหงอกล้านก่อนวัย ลักษณะธาตุเจ้าเรือน ประเภท เสมหะ หรือธาตุน้ำและดิน เกิดจากการรวมกันของธาตุน้ำและดิน โดยผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือน ประเภทนี้ มักมีลักษณะใบหน้าอวบอิ่ม ค่อนข้างกลมแป้นรับกับดวงตาที่กลมโตเป็นประกาย จมูกกลมสวยได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างหนา บึกบึน เจ้าเนื้อ แต่มักมีระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่ดีเท่าไรนัก
