ตลาดจีน
สสว. ร่วม BOCT ติดปีก SMEs ไทย นำร่องเจาะตลาดจีน ก่อนบุกตลาดโลก สสว. ลงนามความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศจีน (BOCT) มอบสิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของ สสว. เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการเจาะตลาดประเทศจีน พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย-จีน ขยายความร่วมมือในทุกๆ ด้าน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันถึงแม้ประเทศไทยจะควบคุมโรคโควิด-19 ได้ดีอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ระบบเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก สสว. คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 เศรษฐกิจมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวจากการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของภาครัฐ และการบริโภคในภาคเอกชนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเปิดประเทศ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้บางส่วนในเดือนตุลาคมนี้ แต่เศรษฐกิจในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิม จากประมาณการ GDP MSME ของ สสว. โดยใช้ MSME IO Table และ Macro Model คาดว่า จะหดตัวถึงร้อยละ 9.5 จากเดิมที่ประมาณการไว้อยู่ที่ 7.858 ล้านล้านบาท หดตัวลงมาอยู่ที่ 7.113 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของ
สสว.เร่งยกระดับมาตรฐาน พร้อมบูรณาการ เพิ่มมูลค่าสินค้าประเภทข้าว SMEs ไทย นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “โอกาสและตลาดของจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ถือเป็นเป้าหมายในการขยายตลาดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมาอย่างต่อเนื่อง สสว. หน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้เล็งเห็นว่าการมุ่งเน้นพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า และการปรับปรุงในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและความต้องการของตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะสินค้าข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพกลุ่มผู้ประกอบการระดับฐานรากและผู้ประกอบการในพื้นที่ ระดับชุมชน ระดับการค้า ให้แข่งขันได้ในระดับสากล และสร้างเศรษฐกิจไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่มีสมาชิกในระดับฐานราก อาทิ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ซึ่งมีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ กว่า 13 ล้านคนทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงานเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศโดยมี
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชี้ช่องส่งออกเครื่องสำอางเด็ก เจาะตลาดจีน หลังมีแนวโน้มเติบโตสูง เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กว่างโจว ถึงแนวโน้มตลาดเครื่องสำอางเด็กในจีนที่มีการขยายตัว อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าปัจจุบันมีการเติบโตกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ จากการที่พ่อแม่นิยมซื้อเครื่องสำอางให้ลูกของตัวเองใช้ เพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมการแสดงต่างๆ ทำให้เครื่องสำอางกลายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นสำหรับเด็กเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องสำอางของไทย ที่จะศึกษาแนวโน้มตลาดและวางแผนในการผลิตและส่งออกสินค้าเครื่องสำอางเด็กเข้าสู่ตลาดจีน ผลสำรวจคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2562-2567 อัตราการเติบโตต่อปีของตลาดเครื่องสำอางสำหรับเด็กทั่วโลกจะอยู่ที่ร้อยละ 8.66 และมูลค่าตลาดจะสูงถึง 23.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2567 นางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักส่วนใหญ่จะอยู่ในพื
กาแฟทุเรียนฮิตติดตลาดจีน ผู้ประกอบการแข่งขันเดือด ตัดราคามากกว่า 100% หวังแย่งลูกค้าชาวต่างชาติ ชี้คนไทยเริ่มนิยมบริโภคมากขึ้น เพราะมองว่าเป็นสินค้าแปลก “รอยัล คอฟฟี่” คาดปี 2560 ธุรกิจเติบโต 3% นางสาวหงวน มงคลประจักษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สกาย ออน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟทุเรียนรายแรกของประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 สินค้าหลักคือ กาแฟทุเรียน ภายใต้แบรนด์รอยัล คอฟฟี่ (Royal Coffee) และหวางเจีย (Huangjia) นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ กาแฟมอคค่า กาแฟขาว ชานมไทย ชานมทุเรียน รวมถึงเมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้ผลิตสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดคือ ช็อกโกแลตทุเรียน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี โดยวัตถุดิบหลักอย่างเมล็ดกาแฟ ได้นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย และบราซิล ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่อัตราการแลกเปลี่ยนและอัตราภาษีนำเข้า ส่วนวัตถุดิบหลักอีกอย่างคือทุเรียน ซึ่งเป็นวัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด โดยจะสั่งซื้อในรูปแบบทุเรียนพันธุ์หมอนทองผงจากบริษัทผู้ผลิตในภาคกลาง ทั้งนี้เนื้อทุเรียนล้วน 20 กิโลกรัม
