ตลาดจีน
Yell Worldwide เดินหน้าสานต่อบทบาทการเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง China–SEA ผ่านการจัดงาน “Exploring the ASEAN Advantage 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้เริ่มต้นที่ 2 เมืองศักยภาพของจีน ได้แก่ นครหนานหนิง ในวันที่ 12 พฤษภาคม และนครคุนหมิง ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เอเจนซีโฆษณาและการตลาด รวมถึงพันธมิตรทางการค้าระหว่างไทยและจีน ท่ามกลางการเติบโตของนครหนานหนิงและนครคุนหมิงในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน ทั้งสองเมืองกำลังก้าวขึ้นเป็นประตูเชื่อมความร่วมมือระดับภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับแบรนด์ไทย-จีนที่ต้องการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ คุณดิศรา อุดมเดช CEO & Founder แห่ง Yell Worldwide ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวเสริมว่า “วันนี้โอกาสของแบรนด์ไทยในตลาดจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเมืองหลักอีกต่อไป แต่เมืองศักยภาพอย่างหนานหนิงและคุนหมิงกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างจีนและอาเซียน ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทย-จีน สามารถเข้าถึงตล
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ ดร.เฟิร์นแชร์กลยุทธ์การเจาะตลาดจีน ต้องเริ่มต้นจาก “รู้เขารู้เรา” เพราะจีนมีเป็นร้อยๆ เมือง จึงต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย เมืองไหนเชื่อว่าสินค้าไทยดีมีคุณภาพ และเมืองไหนที่พูดคำว่าสินค้าไทยไปแล้วรู้จัก ซึ่งมีวิธีการเช็กคือ ให้ดู “Direct Flight” ที่เข้าเมืองไทยเยอะที่สุด อันดับหนึ่ง คือ เซี่ยงไฮ้ รองลงมาคือ กว่างโจว ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู เมืองนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ มีความ Work Life Balance มากที่สุดในจีน ลึกไปกว่านั้นต้องดูว่า “ผู้คนแต่ละเมืองชอบอะไร” ปักกิ่งชื่นชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบกินน้ำชาไปด้วยคุยการค้าไปด้วย เลยชอบซื้อผลไม้ของไทยเพ
หนึ่งในหัวข้อน่าสนใจในเวิร์กช็อป T-Brand to China 2.0 พาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน คือ “Smart Supply Chain : OEM & QC Update 2026 รู้แหล่งผลิต เทคนิคหาโรงงาน OEM จีน และเจรจาต้นทุน” ที่ได้ ผศ.ดร.ไอซ์ ธีรศานต์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ โดย ผศ.ดร.ไอซ์ ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า “จีน” มีวัตนธรรมที่ใกล้เคียงกับ “ไทย” แล้วแพลตฟอร์มที่เราใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือยูทูบ นั้นทำมาเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่แพลตฟอร์มของจีนทำมาเพื่อ “ค้าขาย” โดยเฉพาะ หลายคนมองว่าจีน “ล้าหลัง” แต่เมื่อเดินทางไปจีน จะพบว่าเป็นประเทศที่ปรับเปลี่ยนทุกเดือนและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ถ้าจะไป “ตามหาของที่จีน” ผู้ประกอบการต้องมีของที่อยากได้ มีรูปและมีจินตนาการ ไม่อย่างนั้นจะเหนื่อยฟรี โดยมีแหล่งในแต่ละเมือง แบ่งเป็น กว่างโจ เด่นเรื่องผ้าและสิ่งทอ, เซินเจิ้น เด่นเรื่อง Gadget โทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อี้อู เด่นเรื่องของใช้จิปาถะและใช้ในชีวิตประจำวัน, ซัวเถา เด่นเรื่องของเล่นและพลาสติก และ
ปิดฉากความสำเร็จ สำหรับกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน จัดโดยกองบรรณาธิการเส้นทางเศรษฐี สื่อเพื่อ SMEs ผสานพลังเครือข่ายในเครือข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชน และมติชนอคาเดมี โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank, ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่, นารา กรุ๊ป และบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) บรรยากาศวันแรก (28 มี.ค.) เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างๆ แห่เข้าร่วมจนที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน ก่อนเริ่มคลาสแรกด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้น “China Geopolitics 2026 ไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมิโลก? และโอกาสของสินค้าไทย” โดย ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ที่มาอัปเดตสถานการณ์โลกทั้งฝั่งจีน สหรัฐอเมริกา และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง รวมทั้งวิเคราะห์หมากกระดานโลกต่อท่าทีของจีนท่ามกลางความขัดแย้งทางอาวุธในตะวันออกกลาง สงครามการค้าและเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นใ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับสินค้าไทย เจาะตลาดอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในจีน ทั้ง Tmall, Douyin และ Kuaishou สร้างการรับรู้รวมกว่า 10 ล้านครั้ง ยอดผู้ชม 840,000 คน และสร้างยอดขายกว่า 2.54 ล้านหยวน โดยมี ‘ข้าวหอมมะลิ’ เป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการ Live Commerce ผ่าน Influencer เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยในตลาดจีน ว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าไทยผ่านการถ่ายทอดสด (Live Streaming) บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ Tmall, Douyin และ Kuaishou ภายใต้กิจกรรม “2026 China–Thailand Spring Festival Celebration: Live Gala” ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งตรุษจีน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยในตลาดจีน โดยก่อนการจัดกิจกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ดำเนินการเตรียมความพร้อม โดยจัดกิจกรรมฝึกอบรมและคัดเลือกสินค้าไทยจากผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 50 ราย ผ่านกิ
การเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภค เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ความต้องการและพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้า ผู้ประกอบการจะสามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำและถูกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย การทำความเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคจีน ถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าทางเลือก เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่และกำลังซื้อมหาศาล การลงทุนเวลาศึกษาและเจาะลึกพฤติกรรมของชาวจีนจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแดนมังกร คุณเฟิร์น-ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เป็น “สัญญาณ” ให้ตัดสินใจไปค้าขายที่จีนไว้อย่างน่าสนใจ บนเวที สัมมนาพิเศษ “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” ภายใต้หัวข้อ Think Reiginal การเปิดตัวไปสู่โลกกว้างเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ว่า “ตอนนี้จีนกลายมาเป็นประเทศที่มีอิทธิพล เราจึงอยากไปก่อนที่มี ‘วิกฤต’ ในตอนที่เรามีความสุขอยู่ โดยเริ่มต้นทำสินค้าที่คนจีนคิดอยู่แล้วว่า เรา(ไทย)เก่งอะไร ลองไปทำโฆษณาและลองทำสินค้าด้วยเงินตัวเองแล้วขายเลย กลายมาเป็น ‘รังนก’” ค
การบุกตลาดจีน เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ประกอบการหลายๆ คนคาดหวังอยากที่จะไปให้ได้ ด้วยโอกาสที่มากมาย ทั้งเรื่องของขนาดประชากรและมีกำลังซื้อที่มหาศาล โอกาสในการสร้างผลกำไรและการเติบโตของธุรกิจ แต่หนทางหรือวิธีการอะไรที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามไปยังเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ วันนี้ ผู้เขียนจะพาทุกท่านได้รู้จักกับ ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาดและโซเชียลมีเดียในจีนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจระหว่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นกูรูตัวจริงในสายการตลาดจีนอีกท่านหนึ่งที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์มากมาย ดร.ปณิชา หรือ คุณเฟิร์น เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Mango China Group ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer หรือ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดในจีน ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการบุกตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เธอยังเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์โซเชียลมีเดียที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภคของจีน ทั้งความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและความชอบ โดยจะให้คำปรึกษาไปยังผู้ประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่ในการเลือกใช้แพลต
หนึ่งในคนไทยที่รู้จัก “ตลาดจีน” อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ในฐานะนักธุรกิจ แต่ยังเป็นผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้บริโภคชาวจีนมายาวนานกว่า 20 ปี คุณเปี๊ยก-บุญชัย ลิ่มอติบูลย์ CEO Moomall / Co-Founder ของ PUNDAI – ปันได้ และเจ้าของช่อง TikTok พี่เปี๊ยกจัดให้, พี่เปี๊ยกบ้านอยู่จีน ผู้ติดตามหลักแสน เริ่มต้นจากการเป็นนักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อที่จีน สู่การเป็นนักขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับชาวต่างชาติในช่วงยุคบูมของจีน ก่อนจะหันมาเรียนรู้โลกออนไลน์ และเริ่มเข้าใจ “วิธีขาย” ให้ถูกจริตผู้บริโภคแดนมังกร จากนักเรียนไทย สู่การบุกตลาดจีน คุณเปี๊ยกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการไปเรียนต่อปริญญาโท และหลังจากนั้นได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทเกี่ยวกับไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ย้อนกลับไปช่วงปี 2010 ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของอสังหาฯ ในจีน โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งที่มีชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนกันอย่างคึกคัก “เพราะฉะนั้น คนก็เลยนิยมซื้อเพื่อลงทุน โดยเป็นการปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติ ทำให้ผมเข้าไปอยู่ในพวกอาคาร คอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จ เนื่องจากคนที่ซื้อไปเขาไม่ได้ซื้อเพื่อความสวยงาม แต่ทำยังไงก็ได้
เผย ครึ่งปี 2567 จีน นำเข้าทุเรียนไทยลดลง ยอดซื้อเวียดนามพุ่ง ผู้สื่อข่าวรายงาน ข้อมูลจาก ศุลกากรแห่งชาติจีนฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว www.oosmoac.go.th/guangzhou เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศจีน อนุญาตให้นำเข้าทุเรียนผลสด จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นประเทศล่าสุด ที่จีน อนุญาตให้นำเข้าทุเรียนผลสดได้ โดยได้มีการลงนามพิธีสาร ว่าด้วยข้อกำหนดด้านมาตรการสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกทุเรียนสดจากประเทศมาเลเซีย ไปยังประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ทั้งนี้ จากสถิติศุลกากรแห่งชาติจีน ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2567 พบว่า ประเทศจีน มีการนำเข้าทุเรียนผลสด ปริมาณกว่า 833,675 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,968 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้น 5.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ครึ่งปีแรกของปี 2566 มีปริมาณนำเข้า 786,937 ตัน) และมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อันดับที่ 1 ไทย มีปริมาณการนำเข้า 558,309 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,855 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วน 66.97% ของปริมาณการนำเข้าทุ
“ทุเรียนไทย” ครองใจผู้บริโภคและโตต่อเนื่องในตลาดจีน แต่อาจจะเผชิญการแข่งขันจากเวียดนาม หนานหนิง, 16 เม.ย. (ซินหัว) — ยามฤดูเก็บเกี่ยวและจำหน่าย “ราชาแห่งผลไม้” อย่างทุเรียนเวียนมาถึง ทุเรียนจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะทยอยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยรสชาติที่อร่อยและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุเรียนเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้น กลายเป็นหนึ่งในผลไม้ตัวเลือกของหลายครอบครัวชาวจีน “ไทย” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตและส่งออกทุเรียนแห่งสำคัญของโลก แต่ละปีส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นปริมาณมาก โดยปริมาณการส่งออกทุเรียนของไทยสู่จีนในปี 2023 เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.7 เมื่อเทียบปีต่อปี และทุเรียนที่ส่งออกสู่จีนคิดเป็นร้อยละ 70 ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทย ขณะความนิยมทุเรียนในจีนเพิ่มขึ้นไม่หยุดและความต้องการของตลาดยังคงแข็งแกร่งในปี 2024 “ทุเรียนไทยอร่อยและมีกลิ่นหอมมาก แต่ละปีครอบครัวต้องซื้อทุเรียนหมอนทองของไทยมารับประทานกัน โดยตอนนี้นอกจากทุเรียนไทยแล้วยังมีทุเรียนเวียดนามให้เลือกซื้อ นี่เป็นเหมือนโบนัสของคนรักทุเรียนR
