ตัดแว่น
หากพูดถึงธุรกิจ ‘ร้านแว่นตา’ ที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคือ ‘แว่นท็อปเจริญ’ ที่เปิดให้บริการ 2,000 กว่าสาขา แต่น้อยครั้งที่เราจะเห็นคนเข้าใช้บริการ ทำให้เกิดคำถามมากมาย ว่าแบรนด์นี้สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้อย่างไร ท่ามกลางสมรภูมิร้านแว่นเกิดใหม่มากมาย วันนี้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จะพาไปพูดคุยกับ นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ผู้สืบทอด ‘เจริญการแว่น’ สู่ ‘แว่นท็อปเจริญ’ นพศักดิ์ เล่าว่า พ่อของเขาทำแว่นตา มาตั้งแต่ พ.ศ. 2490 หากนับถึงปัจจุบันคือ 78 ปี ส่วนตนเองทางบ้านตั้งใจอยากให้เรียนหมอ เพราะเป็นเด็กเรียนเก่ง ได้ที่ 1 ของโรงเรียน แต่กลับต้องหยุดความตั้งใจนั้นไว้ เมื่อพ่อและแม่เสียชีวิต “ผมกลายเป็นลูกกำพร้า ต้องออกจากโรงเรียนมาทำธุรกิจแว่นตา แต่ตอนเรียนคุณพ่อเคยบอกไว้ว่า ถ้าไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่เป็นไร จะทำธุรกิจอะไร ทำแว่นตาดีสุด แว่นตามงานสบาย กำไรเยอะ อย่าไปทำอย่างอื่น ผมก็จำฝังหัว ถ้าจะอดตาย ก็ทำแว่น” นับจากนั้น นพศักดิ์ จึงเข้ามารับช่วงต่อ ณ ตอนนั้นเขามีอายุประมาณ 16 ปี เรียนจบแค่ชั้น ม.3 เขาเล่าว่า ชื่อเดิมสมัยพ่อ คือ ‘เจริญการแว่น’ พร้อมหน่วยรถเร่ขายแว่นตาทั่วประ
นัดคิวตีสองยังได้! อายโฮม ร้านแว่นตาในบ้าน เปิด 24 ชม. รับลูกค้าแค่ 5 คน/วัน ธุรกิจร้านแว่นตา ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ เพราะสามารถพบเห็นได้ทั่วไป อีกทั้งบริการวัดหรือตัดแว่นสายตาก็มีมานานแล้วเช่นกัน แต่จะมีร้านไหนบ้างที่ฉีกกฎร้านแว่นตาได้เท่ากับร้านนี้ ทั้งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง แถมยังใช้เวลาในการวัดสายตา ตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดนานถึง 2 ชั่วโมง และที่สำคัญ รับลูกค้าจำกัดวันละ 5 คนเท่านั้น ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ คือบริการจากร้าน “EyeHome ร้านแว่นตาอายโฮม” ของ คุณชิง-ธนิดา ผดุงเกียรติสกุล วัย 30 ปี และ คุณปลั๊ก-ประมาณ ภัทรชัยวงศ์ สองเจ้าของที่ช่วยกันเปิดร้านแว่นตามานานกว่าปีครึ่ง ก่อนมาเปิดร้านแว่นตา คุณชิงคว้าปริญญาใบแรก จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้ศึกษาต่อปริญญาตรีใบที่สอง ในคณะทัศนมาตรศาสตร์ เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดสายตาโดยเฉพาะ ใช้เวลาเรียนนานถึง 6 ปี ก่อนใช้เวลาอีกหลายปีทำงานในร้านแว่นตาตามห้างสรรพสินค้า เพื่อหาประสบการณ์ “จากการทำงานทำให้เห็นปัญหา ว่าร้านแว่นตาส่วนใหญ่ ลูกค้าชอบมาใช้บริการในเวลาเดียวกัน ทำให้ร้านไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ จะวัดนานก็เกรงใ
