ตำนาน
เฮียมักในวัย 74 ปี เล่าถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาว่า “ขายมา 60 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 14-15 แต่ก่อนไม่ได้ขายเต้าฮวย ขายขนมหวาน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เข็นขายในย่านนี้แหละ ท่าเตียน ปากคลองตลาด ขายตั้งแต่ชิ้นละบาทเดียว น้ำตาลสดก็เคยขาย แต่สุดท้ายก็เลิก หันมาขายเต้าฮวยน้ำขิงกับเฉาก๊วยแทน อายุเยอะขึ้น ก็ตั้งร้าน ไม่ต้องหาบขาย” ด้าน ลูกค้าประจำ เล่าเรื่องความประทับใจ “ผมกินมาตั้งแต่สมัยเรียนสวนกุหลาบ นี่เพื่อนผมบินกลับจากต่างประเทศก็จะมากิน แต่ก่อนตรงนี้เป็นกระทรวงพาณิชย์ คนในกระทรวงคนใหญ่คนโต รัฐมนตรีก็มากิน น้ำขิงแกทำอร่อย ไม่เผ็ดร้อนเกิน แต่เดี๋ยวนี้ผมกินไม่ใส่น้ำตาลแล้วนะ อายุเยอะขึ้น หวานมากไม่ได้” “เปิดขายตั้งแต่ 11 โมง บ่าย 2 ก็หมด แต่ต้องตื่นมาแต่เช้า มาเตรียมของ ทุกอย่างใช้เตาถ่าน น้ำเชื่อม น้ำขิง ใช้เตาถ่านต้มหมด เป็นขิงตากแห้งแล้วค่อยเอามาต้ม ส่วนเต้าฮวย เฉาก๊วย ไปรับเขามานะ ไม่ได้ทำเอง ทำเองไม่ไหว” เฮียมัก เล่าเบื้องหลังการขาย “กินตั้งแต่ชามละ 5 บาท ตอนนี้ขายชามละ 15 บาท ก็ยังถือว่าราคาถูก ไปกินที่อื่นไม่ได้ราคานี้นะ ขายกันแพงกว่านี้ทั้งนั้น ไม่อร่อยเท่าร้านนี้ด้วย แกขายจนลูกโต เรีย
เป็นรุ่นใหญ่ ไม่ง่าย! “รวมเก๋า เหล่าเฮีย” ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ครั้งก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยรวบรวม “เหล่าเจ๊” ในตำนานกันไปแล้ว คราวนี้มาถึง “เหล่าเฮีย” กันบ้าง ประวัติชีวิตแต่ละคนไม่ธรรมดาเหมือนกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน จนที่สุดกลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่ ชื่อเสียงโด่งดังในทุกวันนี้ เฮียนพ หมูปิ้ง คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ เฮียนพ ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด เฮียนพ จบการศึกษาแค่ระดับชั้น ม.3 แล้วทำงานโรงงาน จากนั้นผันตัวไปสู่พนักงานโรงแรม กระทั่งเจอวิกฤตต้มยำกุ้งจนถูกเลิกจ้าง แต่เฮียนพ ยังดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ จนมาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง อ้างอิงจาก ชีวิตดั่งนิยาย จากวินมอไซค์ สู่เถ้าแก่ รง.หมูปิ้ง – ไส้กรอกอีสาน เฮียจก โต๊ะเดียว “เฮียจก” หรือ คุณสมชาย ตั้งสินพูลชัย ชื่อเล่น “จิ้งจก” ลูกชายคนที่ 3 ของเถ้าแก่ “สินชัย” เจ้าของร้านขายส่งปูทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเรื่องราวชีวิตที่อร่อยพ
ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ หน้าถัดมา เป็นเวลาอีกค่ำหนึ่ง นังสากลับมากินข้าวที่ทิดสุกตั้งไว้บนเสื่อปูนอกชานเรือนเช่นเคย แต่ สำรับค่ำนี้ ไม่มีพริกกะเกลือผักจิ้ม มีแต่แกงอะไรไม่รู้ จะต้มจืดก็ไม่ใช่ เพราะเห็นเกล็ดพริกแห้งสีแดงแล่นใบ ถั่วฝักยาวสีเขียวหั่นเป็นท่อนสั้น และชิ้นปลาสีขาวนวล อารามหิว นังสาเปิบข้าวกินจนหมดจาน ขณะล้างมือในชามที่ทิดสุกจัดไว้ให้ข้างตัว นังสาเคี้ยวข้าวยังไม่หมดปาก ก็เปรยขึ้น “ข้าว่ามันคาวปลาอยู่นะ ทีหน้าทีหลังลวกเสียก่อน หรือหาอะไรใส่ดับคาว หัดคิดมั่งซี เอ็ง” ทิดสุกพยักหน้ารับคำโดยไม่ต่อล้อต่อเถียง สามวันหลังจากนั้น นังสาได้เปิบข้าวจิ้มพริกกะเกลือและผักสดทุกเย็นย่ำ มิใช่เพราะทิดสุกแก้ลำที่ถูกต่อว่า มันไม่กล้าหรอก แต่มันยังหา “อะไร” มาดับคาวปลานั้นไม่ได้ มันจึงพายเรือไปหาหลวงตาที่วัดพนัญเชิง ซึ่งนอกจากจะเก่งเรื่องทำตะกรุดแจกชายฉกรรจ์ไปรบทัพจับศึกแล้ว ยังชำนาญเรื่องตะโกดัด ทั้ง ว่านสมุนไพร และเครื่องเข้ายากลางบ้านอย่างหาตัวจับยาก หลวงตาไขปัญหาให้มันอย่างเอ็นดู อารามลิงโลด ทิดสุกจ้ำเดินกลับบ้านโดยไม่ลืมหนีบไม้พายกลับไปด้วย ในไถ้คล้องคอ ได้กระชายมาเหง้าหนึ่ง ซึ่งเหลื
