ทำไรรวย
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รส สูตรเด็ดเมืองโอ่ง ขายถูก15บาท ลูกค้าแน่น เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ด เมืองโอ่ง เจ้าของขายทวนกระแสของแพง ชามละ 15 บาท ทานกันจุกแบบครบเครื่อง จนเป็นขวัญใจคนรายได้น้อย เผยขายมากว่า 38 ปีแล้วจึงมั่นใจในคุณภาพและความอร่อย ที่บริเวณริมถนนสายราชบุรี – ห้วยไผ่ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ติดกับ CJ ซูเปอร์มาเก็ตมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นป้ายราคาถูกแสนถูกขายทวนกระแสราคาต้นทุนสูง โดยจำหน่ายเพียงราคาชามละ 15 บาท ทำให้มีลูกค้าทั้งที่มีรายได้น้อยและลูกที่ชื่นชอบในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวแวะเวียนมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ร้านนี้ นางเพ็ญศรี สิริเอก อายุ 48 ปี หรือที่ลูกค้ารู้จักเรียกกันว่า เจ๊นุ้ย เป็นเจ้าของ เมื่อเข้าไปสัมผัสกับรสชาติของก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ดเมืองโอ่ง ตามคำเล่าของบรรดาลูกค้านักชิมและลูกค้าเจ้าประจำ พบว่าร้านดังกล่าวจัดร้านสไตล์รูปแบบทั่วๆ ไปไม่หวือหวา หรือ ใช้ของตกแต่งที่มีราคาใด มีเพียงรถเข็นตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวตั้งอยู่ด้านหน้าของร้านและมีบริเวณด้านข้าง จำหน่ายทั้งก๋วยเตี๋ยว และ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวหมูแดง แถมยังมีบริการน้ำดื่ม
พอเพียงตามพ่อหลวง รู้จักร้านอาหารตามสั่ง 10 บาท ที่ขายราคาเดิมมา 20 ปี รู้จักร้าน “ป้าอ๋อยลุงหมึก” อาหารตามสั่ง 10 บาท ที่เปิดมาเกือบ 20 ปี ท่ามกลางวิกฤตที่ของทุกอย่างขึ้นหมด แต่ยังคงราคาเดิม ลูกค้าหน้าเก่า-ใหม่ เดินทางมาไม่ขาดสาย อาหารตามสั่ง 10 บาท – เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยชุมชนวัดมหาธาตุ ถนนเพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งร้านข้าว “ป้าอ๋อยลุงหมึก” สามี-ภรรยา ที่ขายในราคาเพียง 10 บาท ผู้สื่อข่าวได่้คุยกับ นางอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี หรือ “ป้าอ๋อย” และ นายวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี หรือ “ลุงหมึก” เจ้าของร้าน ที่ยังคงขายอาหารตามสั่งในราคา 10 บาท มาอย่างยาวนาน ในแบบที่ปริมาณอาหารยังคงเต็มจานเช่นเดิม รสชาติถูกปาก ปริมาณกินได้เต็มอิ่ม “ร้านเปิดขายมาเกือบ 20 ปีแล้ว แม้ร้านจะเป็นที่รู้จัก แต่ยังยืนยันว่าอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ้ว ราดหน้า ยังขายราคา 10 บาทเท่าเดิม ขณะที่เมนูอาหารทะเล หมูกรอบ หรือเมนูจานพิเศษยังขาย 15-20 บาท ไม่มีการขึ้นราคาจากเดิมแต่อย่างไร” ป้าอ๋อย เผย ฉันและสามียึดหลักตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวง เข้าใจถึงความยากจนที่เคย
“มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ต่อยอดใหม่ด้วยน้ำยำแซ่บ สร้างรายได้หลักแสน เมื่อประมาณปี 2559 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี หนุ่มเจนวาย เจ้าของแบรนด์ แม่งโก้ ที่นำเอามะม่วงเบา ผลไม้พื้นเมืองรสเปรี้ยวของภาคใต้ มาแปรรูปทำเป็น “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ขายเป็นอาชีพเสริมชิลๆ (อ่านเรื่องก่อนหน้าได้ที่ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” อาชีพเสริมชิลๆ ของหนุ่มเจนวาย) เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณต่ออีกครั้ง โดยเขา เล่าให้ฟังว่า “ผ่านไปเกือบ 3 ปี ธุรกิจค่อนข้างไปได้ดี เมื่อต้นปี มะม่วงเบาแช่อิ่ม แบรนด์ แม่งโก้ ได้เข้าตลาดไปประมาณเดือนเมษายนนี้เอง” เขา เล่าต่ออีกว่า “เมื่อธุรกิจมันไปได้ดี แต่มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของ 1. มะม่วงเบามีน้อย ก็มีการไปตกลงซื้อขายมะม่วงกับเจ้าของสวนเอง 7-8 เจ้า ซึ่งเป็นพวกเพื่อน ญาติๆ กันนั่นแหละที่เขาปลูก ผมก็ให้เขาเอามาขายให้โดยตรงไปเลย เสร็จแล้วก็มีการจ้างคนปอกมะม่วงให้ เพราะผมยังไม่มีโรงงานเพื่อผลิตเยอะขนาดนั้น ก็ต้องมีจ้างคนอื่นทำ เพื่อตัดภาระไปด้วย และปัญหาข้อที่ 2 คือ เราเริ่มมีคู่แข่งแล้ว ตรงนี
เตือน! ห้ามแรงงานต่างด้าว แย่งอาชีพคนไทย ฝ่าฝืนปรับ 2 แสน แรงงานต่างด้าว – เฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 เปิดเผยถึงห้ามแรงงานข้ามชาติประกอบอาชีพที่แย่งอาชีพของคนไทย โดยระบุว่า ย้ำเตือนอีกครั้ง ห้ามแรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภททั้งขายของหน้าร้านหรือแย่งอาชีพสงวนของคนไทย ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงถึง 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี กฎหมายกำหนดให้แรงงานต่างด้าวที่มาทำอาชีพสงวนสำหรับคนไทยและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 8 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 – 100,000 บาท ส่วนนายจ้างถูกจับในข้อหาให้ต่างด้าวทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาต หากผิดจริงมีอัตราโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน และหากทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับเพิ่มเป็น 50,000-100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่ง ทั้งนี้ งานที่ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา สามารถทำงานได้ 2 ประเภท คือ งานกรรมกร และงานบ้าน ส่วนงานขายของหน้าร้านหรือการเป็นเจ้าของกิจการยังคงเป็นอาชีพที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำ ตามที่กำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำ บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.
มะพร้าวกะทิพวงร้อย ผลน่ารัก พอเหมาะ พบ 3-5 เปอร์เซ็นต์ ราคาถึง 100 บาท/ลูก มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ เนื้อผลมีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียวเป็นวุ้น หากกินในช่วงที่พอเหมาะจะรสชาติดี เดิมทีมีความเข้าใจว่า กินมะพร้าวกะทิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบัน พิสูจน์แล้ว ไม่มีผลแต่อย่างใด หากพบว่า มะพร้าวต้นไหนเป็นกะทิ มักจะพบในระยะต่อมา มะพร้าวต้นหนึ่งมี 12 ทะลาย ต่อปี อาจจะพบกะทิในทะลายที่ 2 ทะลายที่ 5 แต่ละทะลายอาจจะพบ 1-2 ผล ในทางวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร วิจัยให้ได้มะพร้าวกะทิ 18-20 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง หากปลูกพันธุ์กะทิของศูนย์วิจัยฯ ลงดินไป เมื่อให้ผลผลิต 100 ผล ต่อต้น ต่อปี จะมีกะทิ 18-20 ผล ในทางปฏิบัติ เกษตรกรจะขายผลแห้ง 80 ผล เป็นมะพร้าวขูดน้ำกะทิ (มะพร้าวแกง) ผลละ 7 บาท เป็นเงิน 560 บาท ส่วนผลกะทิ ขายผลละ 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้ 1,360 บาท ต่อต้น ต่อปี ในสภาพความเป็นจริง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่า 100 ผล หรือมากกว่า 100 ผล ต่อต้น ต่อปี ก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ ปลูกมะพร้าวอยู่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 100 ไร่ เป็นมะพร้าวน้ำหอม รบ.1, รบ.
สองแม่ลูกเปิดร้านพอเพียง ขายอาหารตามสั่ง เมนูละสิบบาท ริมถนนแสงชูโตสายเก่า เลยสามแยกไฟแดงวังขนายเล็กน้อย ช่วงก่อนถึงวัดวังขนาย ตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่ตั้งของร้านพอเพียง เป็นร้านจำหน่ายอาหารตามสั่งหลากหลายเมนู ในราคาแค่จานละสิบบาท เจ้าของร้านคือ นางนฤมล ธนพลอนันต์ อายุ 51 ปี และนางสาวศุภนันท์ ธนพลอนันต์ อายุ 26 ปี สองแม่ลูกเจ้าของร้าน กล่าวว่า เดิมที นางสาวศุภนันท์ ทำงานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเอกชน ตัดสินใจลาออกมาช่วยแม่ค้าขายและมาร่วมกันเปิดร้านพอเพียง เพื่อจำหน่ายอาหารตามสั่งหลากหลายเมนูให้กับลูกค้า ในราคาเมนูละสิบบาท เมนูที่ลูกค้าให้ความนิยมกันมากก็อย่างเช่น ข้าวผัดกะเพราหมูสับ ข้าวผัดพริกแกงหมูกรอบ ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ข้าวหมูหวานและสุกี้ จำหน่ายในราคาจานละสิบบาท แต่ถ้าจะเพิ่มไข่ดาวก็คิดเพิ่มแค่เมนูละ 5 บาทเท่านั้น และยังมีเมนู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว มากมายหลากหลายเมนู ไว้บริการลูกค้า แต่หากลูกค้าอยากทานอาหารทะเล เช่น กุ้ง หรือปลาหมึก คิดราคาจานละ 20 บาท “ลูกค้าหลายคนที่มาทานอาหารที่ร้านมักจะถามคำถามเดียวกันว่า ขายราคาถูกแบบนี้แล้วจะได้กำไรเหรอ ซึ่งทั
ถึงหูหนวกแต่ไม่ยอมแพ้! ทำงานมาหลายอย่าง ทั้งวาดรูป งานบริษัท ปัจจุบันเป็นบาริสต้าร้านกาแฟดัง คุณออ-บุญมี เรือนปัญญา หนุ่มพิการบกพร่องทางการได้ยิน ผู้ไม่ยอมแพ้! ใช้ความสามารถและความขยัน อดทน จนได้เป็นบาริสต้า ร้านกาแฟดัง ทรูคอฟฟี่ (True Coffee) ภายใต้โครงการ “True Coffee Deaf Barista” บาริสต้าหนุ่ม เริ่มเล่าถึงการทำงานให้ฟังโดยใช้ภาษามือ มีล่ามคอยแปลให้เพื่อความเข้าใจว่า รักในอาชีพ บาริสต้ามาก หนึ่งปีเต็มที่ได้ทำงาน พยายามทำงานเต็มที่ ขอบคุณมากที่ให้โอกาสตรงนี้ ก่อนเล่าย้อนว่า เมื่อก่อนตอนทำงานด้านศิลปะ วาดรูปการ์ตูน ภาพเหมือนจริงขายที่ถนนข้าวสาร จตุจักร และสยาม งานนี้เหนื่อยเหมือนกัน เพราะต้องวนทำหลายๆ ที่ มีปัญหาบ้าง เลยเปลี่ยนมาทำงานบริษัทอยู่ได้ 4 ปี ถอดใจกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดเพื่อดูแลพ่อแม่ ในหัวก็คิดอยู่ตลอดว่าต้องเปลี่ยนๆ ต้องทำงานๆ เป็นจังหวะดีที่ทรูคอฟฟี่เปิดโครงการสนับสนุนการทำงานแก่ผู้พิการทางการได้ยิน จึงมาสมัคร เพราะเป็นคนชอบทางกาแฟอยู่แล้วด้วย “ได้ยินข่าว มาสมัครทันทีครับ เข้าสัมภาษณ์ผ่านก็ดีใจ ภูมิใจ” “ผมต้องจำขั้นตอนต่างๆ ให้ได้ กาแฟเมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว
ปัจจุบันงานทางการเกษตรกำลังเป็นอีกหนึ่งสายงานที่คนหนุ่มสาวในยุคนี้เลือกทำ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกันมา เพื่อให้กิจการงานเหล่านั้นคงอยู่ ซึ่งบางรายถึงกับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเพื่อเล่าเรียนทางสายเกษตรโดยตรง เป็นการหาวิชาและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดให้กับธุรกิจของตนเอง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มผลผลิตให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น คุณพรภินันท์ ดุสฎีกาญจน อยู่บ้านเลขที่ 77/7 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรสาวคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่ยึดอาชีพทางการเกษตรคือ ทำสวนกล้วยไม้ โดยรับช่วงต่อจากครอบครัว พร้อมทั้งศึกษาเทรนด์ทางการตลาดใหม่ๆ ด้วยการออกจำหน่ายผลผลิตของตามงานต่างๆ จึงทำให้เกิดความชำนาญและรู้ถึงความต้องการของตลาด และเกิดความชำนาญที่จะผลิตกล้วยไม้ออกมาแต่ละช่วงให้สอดคล้องกับความต้องการ ครอบครัวทำสวนกล้วยไม้ มากว่า 40 ปี คุณพรภินันท์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้เมื่อสมัยยังเด็กการปลูกกล้วยไม้ ถือเป็นอาชีพหลักของครอบครัวมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า เมื่อเจริญวัยก็เกิดความรู้สึกว่าอาชีพที่ทำกันมาน
ต้นสำรอง พืชท้องถิ่นในเขตภาคตะวันออก พบได้ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกรอบต้น เรียงกันเป็นชั้นๆ มีสรรพคุณหลากหลาย มีผลออกปลายกิ่ง เรียกว่าลูกสำรอง หรือผลสำรอง ในหนึ่งกิ่งจะมี 4-5 ผล ภายในผลมีเมล็ด ลักษณะผลกลมรี เหี่ยวย่น แห้ง ผลแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเมล็ด มีเยื่อหุ้ม มีสารเมือกเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาแช่น้ำ หรือถูกน้ำจะพองตัว กลายเป็นวุ้นคล้ายเยลลี่ ที่บ้านหนองสนม จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ นำลูกสำรอง หรือผลสำรองมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำสำรอง รสชาติอร่อย วางจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก คุณอ้อย-กนิษฐา ธนะจินดา อายุ 51 ปี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่มต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำขายและวางจำหน่ายได้ จึงเลือกนำผลไม้ท้องถิ่นทางภาคตะวันออกมาทำ ด้วยกรรมวิธีที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นำมาต้ม ผสมรสชาติให้หลากหลาย คือ ตะไคร้ หญ้าหวานกับดอกคำฝอย ใบเตย และเก๊กฮวย พี่อ้อย เล่าต่อว่า แรกๆ ทำขายแค่สูตรดั้งเดิม ขายให้กับนายทุน พ่อค้าคนกลาง รายได้ไม่ตาม
