ท่องเที่ยวชุมชน
อพท. เดินหน้ายกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชียงคาน จ.เลย ทั้งวิถีประมง เที่ยวชมสตรีตอาร์ท ริมน้ำโขงชมภาพ 3 มิติ ทั้งบนบกและล่องเรือ พร้อมปักหมุดท่องเที่ยวเส้นทางวัฒนธรรมล้านช้าง เชื่อมไทย- ลาว ดึงนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศ เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม หวังสร้างตลาดขยายวันท่องเที่ยวเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชนยั่งยืน คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยระหว่างการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่พิเศษ จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2562 เพื่อศึกษาศักยภาพพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในปี 2562 คาดว่าจังหวัดเลย จะมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านคน แต่จำนวนวันพักขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1.5 วัน ทำให้ อพท.ได้ร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในทุกช่วงฤดูกาล โดยยึดแนวทางการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่คำนึงถึงความยั่งยืนที่มุ่งกระจายรายได้ท่อง
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งพัฒนาโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ CIV ของปี 2562 เตรียมปั้นแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองใหม่จำนวน 215 ชุมชน ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ชี้เทรนด์การท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญในปีนี้อยู่ใน 7 รูปแบบ แผนในการพัฒนาโครงการหมู่บ้าน CIV ของปีนี้ กสอ.จะมุ่งดำเนินโครงการและกิจกรรมที่เข้มข้นทั้ง การสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ การพัฒนาแอปพลิเคชั่น การพัฒนาการตลาดให้มีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือต่างๆ อาทิ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) โครงการไทยเด่น การฝึกอบรมเชิงลึกในด้านการทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะบุคคล ซึ่งจะช่วยลดการกระจุกตัว พร้อมผลักดันให้เมืองรองในแต่ละภูมิภาคเติบโตขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักในอนาคต นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2562 กสอ.ยังคงมุ่งดำเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ CIV ด้วยแผนงานและกิจกรรมต่างๆอย่างเข้มข้น ซึ่งในปีนี้จะผลักดันให้หมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาแล้วก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งผลิตสินค้า และบริการที่เป็นที่นิยม เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนมีรายไ
พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท.ร่วมกับ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษในปี 2560 เพื่อประเมินผลความสำเร็จ โดย อพท.ให้ความสำคัญกับการจ้างงานในผู้สูงวัย และผู้พิการ เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาใช้ประยุกต์กับพื้นที่พิเศษแล้ว ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่าย และที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่าย ผลปรากฏว่า อัตราการจ้างแรงงานท้องถิ่นในกลุ่มที่เป็นภาคีเครือข่าย มีอัตราสูงถึง 62.46% หรือเติบโตกว่า 33% หรือคิดเป็นจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นจาก 1,095 คนเป็น 1,456 คน อัตราดังกล่าวเพิ่มสวนทางกับการจ้างงานในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่เครือข่าย มีอยู่ในอัตรา 34.25% ลดลงกว่า 30% หรือคิดเป็นจำนวนราว 4.17 หมื่นคน ลดลงจากที่เคยสูงถึง 5 หมื่นคนในปี 2559 นอกจากนั้น เมื่อเจาะลึกไปยังประเภทแรงงานในพื้นที่พิเศษพบด้วยว่า ในปีที่ผ่านมา ทุกๆ แรงงาน 100 คน จะมีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 34 คน, ผู้พิการ 1 คน,
