ท่องเที่ยว
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสระแก้ว ยกขบวนผู้ประกอบการกว่า 25 ราย ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการชุมชนจังหวัดสระแก้ว ในงาน “มหกรรมแสดงสินค้าและเปิดตลาดเส้นทางการท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว (Road show)” หวังสร้างการรับรู้ในวงกว้าง กระตุ้นท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน นายเสริมศักดิ์ วงศ์วิเศษ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี ปฏิบัติหน้าที่ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวจัดเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตระหนักและเล็งเห็นถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่จะส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว คือใช้การประชาสัมพันธ์เป็นสื่อกลางและเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ รับทราบถึงกิจกรรมการท่องเที่ยว และเกิดแรงจูงใจเดินทางมาเที่ยวจังหวัดสระแก้ว กิจกรรมในวันนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ให้รู้จักกับจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวชุมชน ที่ต่างตั้งใจหย
คุ้งบางกะเจ้า เตรียมพัฒนา 5 แนวทาง สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คุ้งบางกะเจ้า สู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน– ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน เห็นชอบแผนดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี ตามที่ อพท. เสนอ เน้นสร้างการมีส่วนร่วม และความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการ หวังใช้กลไกการท่องเที่ยวช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ครั้งที่ 1/2561 มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานการประชุม เห็นชอบแผนการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามที่ อพท. นำเสนอ ประกอบด้วย 5 แนวทาง คือ สร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชนท้องถิ่น, สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน, ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน, ส่งเสริมความเข้มแข็งโดยใช้กลไกบริหารจัดการด้
“ก๊าแก่ว” คนไทยเรียก “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” คนเวียดนามนิยมทำหม้อไฟ อาหารของแต่ละภาคนั้นล้วนแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวกำหนดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ถิ่นอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ในประเทศเวียดนาม เมนูประจำถิ่นใต้ที่ขึ้นชื่อว่าโอชารสและยังเป็นของดีที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นั่นคืออาหารที่ปรุงมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ด้วยมีลำตัวทู่ยาวเรียว มีชื่อในภาษาเวียด ว่า “ก๊าแก่ว” (Cá kèo) เป็นปลาประจำถิ่นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ส่วนชื่อในภาษาไทยคือ “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” หรือชาวจีนเรียกว่า “ปลาอั้งโกหลัน” ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกับปลาตีน มีถิ่นที่อยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา ชาวใต้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลาท่องเที่ยว” เพราะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากในราวเดือน 11 และ12 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปลาท่องเที่ยว จะย้ายถิ่นจากที่ขุดรูอยู่บนพื้นทะเลสาบที่เป็นโคลนไปยังที่อยู่ใหม่ตามปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ชาวสงขลา จะจับไปต้มส้ม หรือทอดกิน พอเหลือรอดให้ได้ไปท่องเที่ยววางไข่ต่อไป ส่วนชาวเวียดนามนิยมนำมาทำเป็นหม้อไฟ เรียกว่า “เหลาก๊าแก่ว” (Lẩu cá kèo) โดยจะนำหอมแดงกับกระเทียมสับล
กรมการท่องเที่ยว จัดงาน “เที่ยวนี้ดีต่อใจ นักท่องเที่ยวสุขใจ…ชุมชนไทยยั่งยืน” แถลงนโยบายท่องเที่ยวไทย รับปี 2562 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism หรือ DOT) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงทิศทางดำเนินงานในปี พ.ศ. 2562 พร้อมเผยนโยบายขานรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ชูการพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน-สร้างรายได้ ปลูกจิตสำนึกการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อให้นักท่องเที่ยวสุขใจ ชุมชนไทยยั่งยืน นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ “เที่ยวนี้ดีต่อใจ นักท่องเที่ยวสุขใจ…ชุมชนไทยยั่งยืน” พร้อมด้วย นางสาววันทนา แจ้งประจักษ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะผู้บริหารระดับสูงของกรมการท่องเที่ยว แถลงความพร้อมของกรมการท่องเที่ยวในการดำเนินงาน มุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ธุรกิจบริการท่องเที่ยวให้สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยียุคดิจิตอลเป็นเครื่องมือยกระดับการท่องเที่ยวไทย อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจบริการ
ก้าวเข้าสู่ปี 2559 นักษัตรปีวอก “มิส มิลเลียนแนร์” มีไอเดียซนๆ ที่ทั้งแหวกแนวและน่าสนใจมาฝากกันอีกเช่นเคย ในเปรูมีโรงแรมสำหรับคนที่รักความท้าทายและธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงต้องทดสอบความกล้าในการปีนขึ้นยอดเขาที่ยากลำบาก เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามเกินบรรยาย แต่ยังต้องชื่นชอบความเรียบง่าย เพราะด้วยข้อจำกัดทำให้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก โรงแรมสุดแหวกแนวแห่งนี้มีชื่อว่า Sky Lodge Suites ของบริษัท Natura Vive ที่อยู่บนไหล่เขาของเทือกเขาในเมืองคัสโก แต่ Sky Lodge Suites ไม่ได้สร้างอยู่บนพื้นเหนือยอดเขา ทั้ง 3 ห้องพักแขวนอยู่ริมหน้าผา ที่มีความสูงราว 400 เมตร ออกแบบมาเอาใจลูกค้าที่หลงรักความหวาดเสียวอย่างเต็มที่ โดยห้องพักของโรงแรมแห่งนี้มีลักษณะเป็นแคปซูลที่ใช้กระจกใสแบบหนาทั้งหมด รวมทั้งใช้กรอบอลูมิเนียมและเหล็กยึดไว้กับหน้าผา ให้ความรู้สึกเหมือนลูกค้าลอยอยู่กลางอากาศเวลาอยู่ในห้องพัก และสามารถชมวิวได้แบบ 300 องศา ห้องพักแต่ละห้องมี 4 เตียง มีห้องน้ำในตัว และพื้นที่รับประทานอาหาร นอกจากนี้ ยังมีไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างที่ได้จากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งไว้ Sky Lodge S
คุณณรล วิทูรประสาทผล หมอดูตัวเลขที่คนทั่วไปจะรู้จักในนาม “อาจารย์ฉุย” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์เลขมงคล คร่ำหวออยู่ในวงการมานานกว่า 5 ปี ดีกรีวิศวกร ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อาจารย์ฉุย เผยว่า ในปีหน้า ปี 60 ศาสตร์เลขมงคลก็ยังคงคึกคัก โดยตัวเลขที่เป็นมงคล คือ เลข 65 เป็นเลขคู่ทรัพย์ คู่โชค เป็นเลขแห่งความโชคดี ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขาย เลขมงคล คือ 42 และ 24 ผู้ที่ทำงานประจำ เลขมงคล คือ 15และ 51 ผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว เลขมงคล คือ 45 54 ผู้ที่เป็นข้าราชการ (ประเภทพลเรือน) เลขมงคล คือ 1 ผู้ที่เป็นข้าราชการ (สู้รบ อาทิ ทหาร ตำรวจ) เลขมงคล คือ 3 ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ประเภทศิลปิน เลขมงคล 6 ส่วนนักแสดงเลข 4 ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ประกอบอาชีพค้าขายอาหาร เลขมงคลเลข 2 5 ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ประเภทนักวาด เลขมงคล 6 9 ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ประเภทนักข่าว เลขมงคล 1 4 เลขมงคลของวันเกิดแต่ละวัน ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เลขแห่งความสมหวัง คือ 4 เรื่องสุขภาพดี เลข 2 การเงินดีเลข 7 เลข
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ออกประกาศเตือนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน โดยระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางสถานเอกอัครราชทูตได้รับแจ้งจากชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน เกี่ยวกับการถูกขโมยทรัพย์สินและหนังสือเดินทางเป็นจำนวนมาก ทางสถานเอกอัครราชทูตจึงขอแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปสวีเดนหรืออยู่ระหว่างการท่องเที่ยวในสวีเดน ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างการเดินทางหรือขณะอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟใต้ดิน สถานีรถไฟฟ้า ป้ายโดยสารรถขนส่งมวลชน ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานอาร์ลันดา และสถานีที เซ็นทราเลน ซึ่งเป็นสถานีขนส่งใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม และโรงแรมที่พักต่างๆ ในช่วงเช็กอิน-เช็กเอาต์ เนื่องจากการลักขโมยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่สามารถระวังตัวได้เต็มที่ นอกจากนี้ ไม่ควรสนทนากับคนแปลกหน้า (หากไม่จำเป็น) เนื่องจากบ่อยครั้งที่การเข้ามาทักทาย สอบถามเส้นทาง หรือขอความช่วยเหลือของบุคคลแปลกหน้า รวมทั้งการชี้ให้ดูสิ่งของที่ตกลงบนพื้น เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากนักท่องเที่ยวเ
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่จังหวัดสตูล จากกรณีที่กรมทางหลวงชนบทมีการจัดโครงการประกวดภาพถ่ายสายทางและสะพานกรมทางหลวงชนบทที่มีความงดงาม โดยให้แขวงทางหลวงชนบทแต่ละจังหวัดจัดประกวดภาพถ่ายเส้นทางที่อยู่ในจังหวัดของตนเองเพื่อส่งเข้าประกวดระดับประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภาพได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับประเทศเป็นผลงานของนายณัฐชาติ สัญญพันธ์ ชื่อภาพ “ไม่มีที่สิ้นสุด” นายรักชาติ บุหงาชาติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานก่อสร้างและสะพานของกรมทางหลวงหลวงที่สอดคล้องกับเส้นทางชมทิวทัศน์ของแต่ละพื้นที่ที่มีความสวยงาม เส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับชุมชน ชุมชนกับเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง กระจายความเจริญจากเมืองเข้าสู่ท้องถิ่น เป็นเส้นทางที่ผ่านไปในพื้นที่ธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ และควรได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางที่ทันสมัยและเข้าถึงประชาชน นายรักชาติ กล่าวอีกว่า แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดสตูลจึงได้ส่งภาพ “ไม่มีที่สิ้นสุด” ของนายณัฐชาติ เข้าร่วมประกวดระดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครนายก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้แวะเก็บบรรยากาศทุ่งบัวแดง ที่ ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากจอดรถตามไหล่ทางอย่างเนืองแน่น ที่พากันแห่ชมทุ่งบัวแดง จึงแวะลงไปสอบถาม ด.ญ.นภัสสร เทียนงาม อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนครนายก 1 ในนักท่องเที่ยวที่พาเพื่อนๆ มาเซลฟี่ถ่ายรูปในสถานที่ดังกล่าว เล่าว่า เห็นในเฟซบุ๊กถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีดอกบัวแดงที่สวยมาก รู้สึกแปลกตาและตื่นเต้นกับดอกบัวที่บานสะพรั่งเต็มท้องนา จึงชวนเพื่อนๆ เดินทางมาชมทุ่งบัวแดงดังกล่าว ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางพัฒานา วงษ์ดี หรือป้าสำเภา อายุ 59 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 8 ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก เจ้าของที่ที่มีทุ่งบัวแดงอยู่เต็มไปหมด เล่าว่า ประกอบอาชีพทำนามากว่า 30 ปี มีเนื้อทำนาอยู่ 17 ไร่ และได้เห็นบัวเเดงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทุกครั้งหลังทำการเก็บเกี่ยวข้าว เจ้าดอกบัวแดงนั้นก็จะผุดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ถอนทิ้งบ้างเก็บไปทำอาหารบ้าง จนมาปีนี้จึงลองปล่อยให้ดอกบัวแดงขึ้นอย่างเต็มที่และดอกบัวแดงนั้นได้ขึ้นเองกินพื้นที่ทำ
วันที่ 4 ต.ค. ที่อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บาสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ่างน้ำผุดที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะอ่างน้ำที่มีตาน้ำผุดขึ้นมาจากชั้นใต้ดินเป็นจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีเนื้อที่กว่า 179 ไร่ ซึ่งทางพัฒนาการอำเภอพระแสงร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านโอทอป โดยในส่วนของอ่างน้ำผุดได้จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกับประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับธรรมชาติ ทรายขาวละเอียดที่พุงออกจากผิวดินใตท้องน้ำเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือด เป็นหนึ่งในจุดขายที่สวยงามของ อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ดึงความสนใจให้กับน้ำท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้น ประกอบกับน้ำที่ผุดออกมาจากใต้ดินจนทำให้เหมือนทรายเดือดก็ยังใสสะอาดจนได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาเล่นน้ำคลายร้อนในช่วงหน้าร้อน ภายใต้ธรรมชาติที่ร่มรื่น อีกทั้งยังมีปลาแวกว่ายให้ได้ชมกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมพายเรือคายัค ในการพายขึ้นไปดูจุดต้นน้ำภ
