ท่องเที่ยว
บริษัท คำโตโต ครีเอทีฟเอเจนซี่และโปรดักชั่นเฮ้าส์ ที่ก่อตั้งโดย นายวีรชน ศรัทธายิ่ง (บังโต) และทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังเพจเนื้อแท้ ประกาศลุยพาร์ตธุรกิจใหม่ๆ กับ “ธุรกิจการท่องเที่ยวฮาลาล 100%” เนื่องด้วยเห็นอินไซต์คนไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อชื่นชมวัฒนธรรมของต่างแดน ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศมีเงินหมุนเวียนไปทั่วโลกกว่า 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งภูมิภาคเอเชียยังคงครองแชมป์จุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง นำโดยประเทศยอดฮิตอย่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวไทยยอมจ่ายเงินกับค่าที่พัก ค่าอาหาร และเครื่องดื่มมากที่สุด คิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับข้อมูลนักเดินทางยุคใหม่มีแนวโน้มใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉลี่ยสูงกว่า 60,000 บาทต่อคน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมีข้อจำกัดเรื่องการคัดสรรอาหารที่ถูกต้องตามหลักฮาลาล 100% รวมถึงความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจในต่างแดน (การละหมาด) ซึ่งตลาดท่องเที่ยวฮาลาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศมุสลิม แต่เป็น Mega Trend ระดับโลกที่มีกำลังซื้อสูงมาก แต่กลับยังไม่มีแบรนด์ใดเข้า
ตลาดท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อภาคเอกชนและภาครัฐต่างเร่งออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศ ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ “Grab Amazing Thai Rares เที่ยวไทยลึกแบบไม่ลับ” โดยใช้กลยุทธ์ Fandom Tourism ดึงพลังของสองนักแสดงสาว “หลิง-ออม” ซึ่งมีฐานแฟนคลับทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และแฟนคลับชาวจีน มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง พร้อมผลักดันเมืองน่าเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวนอกกระแสให้เป็นจุดหมายใหม่ กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนแนวคิดที่ว่า แฟนคลับในปัจจุบันไม่ได้เพียงติดตามศิลปินผ่านหน้าจอ แต่พร้อมเดินทางไปตามรอยสถานที่ ร้านอาหาร หรือกิจกรรมที่ศิลปินแนะนำ ซึ่งกลายเป็นพฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สร้างเม็ดเงินให้กับพื้นที่ได้จริง ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังมุ่งสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการเดินทางไปยังสถานที่ยอดนิยม แต่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของแ
ใครเลยจะคิดว่ารถไฟไทยชั้นประหยัดที่คนไทยบ่นกันถึงความไม่น่าอภิรมย์ เป็นขนส่งสาธารณะที่คนพยายามจะหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด แม้จะประหยัดสตางค์ในกระเป๋าก็ตาม แต่ความธรรมดานี้ดันไปเตะตาสาวชาวจีนเข้าอย่างจัง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จุดเริ่มต้นของกระแสนี้มาจากภาพถ่ายของ “ฟางหยวน” (Fang Yuan หรือ Moka Fang) นางแบบและแฟชั่นบล็อกเกอร์ชื่อดัง ภรรยาของซูเปอร์สตาร์ฮ่องกง กัวฟู่เฉิง (Aaron Kwok) ที่โพสต์ภาพถ่ายบนรถไฟไทยในบรรยากาศย้อนยุค พร้อมวิวชนบทและแสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง จนทำให้ภาพนั้นถูกแชร์ต่ออย่างมาก ชาวเน็ตจีนต่างอยากตามรอยไปถ่ายภาพเพื่อให้ได้รูปสวย ๆ แบบเธอ จนรถไฟไทยกลายเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพใหม่ ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนกำลังพากันหลงใหลเสน่ห์ของความธรรมดารถไฟไทย จนเกิดเป็นกระแสไวรัลบนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu แอปโซเชียลยอดนิยมของจีน ภาพเหล่านั้นไม่ได้ดูหรูหรา แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์บางอย่างที่ผู้คนรู้สึกได้ทันที ทั้งลมที่พัดผ่านหน้าต่างพัดลมเพดานแบบเก่า เบาะนั่งไม้ วิวทุ่งนาและบ้านเรือนริมทาง ให้ความรู้สึกคล้ายกับภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคเก่า รูปถ่ายเหมือนหลุดออกมาจากหนัง หลังจากภาพเหล่านี้กลายเ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” โดยได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่มีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” จากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์
นายสตีฟ สรเทพ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาลนายกฯ อนุทิน และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ช่วยปลดล็อกช่วงเวลาขายแอลกอฮอล์ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น ให้กับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยคำนึงถึงบริบทของประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจาก 53 ปีที่แล้วของคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเพื่อห้ามข้าราชการออกไปนั่งดื่ม เพราะว่ากฎหมายฉบับล่าสุดที่แก้ไขออกมานั้น นอกจากจะสร้างปัญหาในการทำธุรกิจของร้านอาหารแล้ว ยังมีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วงปลายปี โดยเฉพาะเป็นช่วงไฮซีซันของประเทศไทย ซึ่งจากกฎหมายที่ประกาศออกมาล่าสุดที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลกได้เผยแพร่ถึงความผิดที่นักท่องเที่ยวจะได้รับด้วยหากมีการนั่งดื่มในร้านอาหารเกินเวลาที่กำหนด จึงมีผลกับการตัดสินใจที่จะเลือกมาเที่ยวประเทศไทย โดยทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนใจเลือกที่จะไปประเทศอื่นในอาเซียนแทน การปลดล็อกช่วงเวลาให้ขายแอลกอฮอล์ได้ จะช่วยส่งเสริมให้กับธุรกิจร้านอาหารมีรายได้จากการขาย
สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading D
นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยเฉลี่ย 47,000 บาทต่อคน ในขณะที่ญี่ปุ่น มีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 58,000 บาท คาดการณ์ปี 68 หดตัว 2.8% เหตุเพราะราคาสินค้า-บริการไทย ปรับตัวสูงขึ้นกว่าหลายประเทศ ดูเหมือนว่าในปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ แม้ว่าในช่วงต้นปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาถึง 12.9 ล้านคน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 11 พฤษภาคม 2568 แต่ตัวเลขนี้กลับลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการหดตัวที่น่ากังวล ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินสถานการณ์โดยรวมว่า ปัจจัยลบหลายประการที่ยังคงอยู่และอาจทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ลดลง พฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ คาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอาจหดตัวถึง 2.8% หรือเหลือเพียง 34.5 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 3% จากปี 25
Trip.com ร่วมฉลอง Earth Day 2025 เผยลิสต์ 5 โรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชูคอนเซ็ปต์เพราะทุกวันคือวันรักษ์โลก พร้อมเดินหน้าสร้างความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วโลก แม้ว่า Earth Day หรือ วันคุ้มครองโลก นั้นจะมีเพียงปีละ 1 วัน เพื่อเป็นวันที่เตือนให้เราเฉลิมฉลองและใส่ใจโลกของเรา แต่การทำงานและการลงมือทำเพื่อความยั่งยืนเป็นพันธกิจที่ต้องทำตลอดทั้งปี ในโอกาสนี้ Trip.com ขอแนะนำ 5 โรงแรมจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นในการทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจประจำวัน โรงแรมเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความสนุกสนานและความยั่งยืนสามารถอยู่คู่กันได้ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ พร้อมกับการปกป้องสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเขาเรียกว่าบ้านไปพร้อมๆ กัน Centara Reserve Samui, Thailand (เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ประเทศไทย) ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มริมชายหาดเฉวงอันเงียบสงบ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความยั่งยืน ในฐานะโรงแรมชั้นนำของ เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ผู้นำด้านโรงแรมของไทย โดยรีสอร์ทแห่งนี้มุ่งมั่นในการปกป้องระบบนิเวศอันบอบบางของเกาะสมุย ด้วยสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลั
คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ หลักสูตรของคณะฯ ได้รับรองมาตรฐานระดับโลกที่เรียกว่า UN Tourism TedQual Certified Program จากองค์การการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) และ ได้รับการตรวจประเมินตามมาตรฐาน The International Centre of Excellence in Tourism and Hospitality Education (THE-ICE) ซึ่งเป็นองค์กรประเมินคุณภาพและรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล พร้อมออกแบบรายวิชาใหม่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แสงแข บุญศิริ คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า “หลักสูตรปีการศึกษา พ.ศ. 2568 มีการเสริมให้เข้ากับยุคทองของการท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งปีนี้สร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด มีการเพิ่มรายวิชาใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อการตลาดและการบริหารจุดหมา
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผย ญี่ปุ่นยังติดอันดับประเทศยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เดินหน้ารุกตลาด ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นเติบโต 15% บัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรชี้ ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย โดยบัตรเครดิตยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกในการชำระเงินที่เป็นที่นิยม ด้วยความสะดวกสบายในการใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ โดยในปี 2567 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่ญี่ปุ่น เติบโต 12% ชี้หมวดห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, โรงแรม, เครื่องสำอาง และสินค้าปลอดภาษี ติดอันดับหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรยอดนิยม เตรียมสานต่อแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” จับมือพันธมิตรแบรนด์และร้านค้าชั้นนำกว่า 600 รายทั้งในไทยและญี่ปุ่น จัดดีลช้อป เที่ยว สุดคุ้ม เพิ่มสิทธิพิเศษครบจบทุกประสบการณ์เรื่องญี่ปุ่น ทั้งห้าง, ร้านค้าชั้นนำในญี่ปุ่น, โรงแรม, เว็บไซต์จองเที่ยว, สายการบิน, สิทธิพิเศษที่สนามบิน หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรรับฤดูท่องเที่ยว ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นในปี 2568 กว่า 2,530 ล้านบาท เติบโต 15% เทียบกับปีก่อน นายสม
