ธุรกิจน้ำหอม
ในช่วงเวลาที่ Sabrina Carpenter กำลังเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่มาแรงที่สุดของโลก เธอยังสร้างอีกหนึ่งความสำเร็จที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือธุรกิจน้ำหอมส่วนตัวภายใต้แบรนด์ “Fragrance by Sabrina” ที่เพิ่งทำยอดขายทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกในปี 2025 ตัวเลขนี้ไม่เพียงยืนยันว่าน้ำหอมของเธอไม่ใช่แค่สินค้าที่ขายได้เพราะกระแสความดัง แต่ยังกำลังกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของวงการความงามที่ขับเคลื่อนโดยคนดัง (celebrity beauty) ในยุคนี้ จากขวดแรกสู่รายได้เก้าหลัก Carpenter เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นแรกในชื่อ Sweet Tooth เมื่อปี 2022 ผ่านการร่วมมือกับ Scent Beauty บริษัทพัฒนาน้ำหอมเดียวกับที่เคยทำงานร่วมกับ Kylie Minogue โดยวางจุดยืนเป็นน้ำหอมกลิ่นหวานสไตล์ของหวาน ราคาที่จับต้องได้ง่าย อยู่ในช่วง 29-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อขวด ต่างจากน้ำหอมระดับหรูที่มักตั้งราคาหลักร้อยดอลลาร์ หลังจากนั้นแบรนด์ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Cherry Baby, Me Espresso และล่าสุดอย่าง Lemon Pie ซึ่งบริษัทวางเป็นหมากสำคัญสำหรับการบุกตลาดต่างประเทศในปี 2026 ผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด Stephen Mormoris ซีอีโอของ Sc
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก
