Featured Inspiration SMEs

ไม่มีต้นทุนชีวิต จบแค่มัธยม แต่ปั้นธุรกิจน้ำหอมไทย ในวันที่ใครๆ เชื่อว่าของนอกดีกว่า จนลูกค้ายุโรป-อเมริกาสั่งซื้อไม่ขาด

กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้”

“ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด
คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด

โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต

การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ

“ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน”

ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการขาย การดูแลลูกค้า และการบริหารเงินตั้งแต่อายุยังน้อย

“ตอนนั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ แต่พอมองย้อนกลับไป ทุกอย่างที่ทำในวันนั้นกลายเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก” เธอเล่าเสริม

น้ำหอมแบรนด์ไทย
น้ำหอมแบรนด์ไทย

ก้าวเข้าสู่วงการน้ำหอมในวันที่ตลาดยังไม่รู้จัก

หลังจากทำงานโรงแรม คุณนิ่มมีโอกาสร่วมงานกับบริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจด้านน้ำหอมและสารแต่งกลิ่น ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นตลาดที่ใหม่มากสำหรับประเทศไทย

“คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักธุรกิจน้ำหอม ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ลูกค้าของเราจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตเทียนหอม ธูป หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารแต่งกลิ่น”

หน้าที่หลักของเธอในเวลานั้นคือการขายและดูแลลูกค้า ผ่านโทรศัพท์ อีเมล และการนัดหมายเข้าพบลูกค้าโดยตรง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหลัก

ในตอนนั้นเองที่เธอนึกขอบคุณประสบการณ์การทำงานที่โรงแรมดุสิตธานีที่ทำให้เธอมีใจรักในด้านการบริการ

ประสบการณ์จากอเมริกาที่เปลี่ยนมุมมองทั้งชีวิต

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อคุณนิ่มได้ลงหลักปักฐานกับสามีผู้เป็นเจ้าของบริษัทน้ำหอมที่เธอทำงานด้วยนั่นเอง และได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกา จนได้สัมผัสอุตสาหกรรมน้ำหอมในระดับสากล

“พอไปเห็นที่อเมริกา เราถึงรู้ว่าน้ำหอมไม่ได้มีไว้แค่ฉีดตัว แต่มันอยู่ในทุกอย่าง ทั้งเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภค และยังมีงานวิจัย งานพัฒนา และห้องแล็บที่จริงจังมาก”

ประสบการณ์ดังกล่าวเปิดโลกทัศน์ให้เธอเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยสามารถพัฒนาธุรกิจด้านน้ำหอมให้เติบโตได้เช่นเดียวกับต่างประเทศ

“ตอนนั้นคิดเลยว่า ถ้านำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศกลับมาใช้ในเมืองไทย น่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้อีกมาก”

น้ำหอมแบรนด์ไทย
น้ำหอมแบรนด์ไทย

ผู้บุกเบิกในวันที่ยังไม่มีใครเชื่อ

ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำและเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

“เราเริ่มจากการนำเข้าวัตถุดิบและสารแต่งกลิ่นจากต่างประเทศก่อน เพราะตอนนั้นในไทยยังไม่มีใครทำมากนัก”

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การนำเข้าสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

“สมัยนั้นคนจะคิดว่าน้ำหอมดีๆ ต้องมาจากฝรั่งเศส ถ้าเป็นแบรนด์ไทย หลายคนยังไม่มั่นใจ เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยคุณภาพและความจริงใจ พยายามปรับทัศนคติของคนไทย ว่าแบรนด์ไทยก็สู้แบรนด์นอกได้” 

จากการเป็นผู้นำเข้าและจัดหาวัตถุดิบ ธุรกิจค่อยๆ ขยายตัวสู่การพัฒนาสูตร การผลิตสินค้า และการเป็นโรงงานครบวงจรในเวลาต่อมา 

โดยเธออธิบายว่า ตลาดน้ำหอมมีหลากหลายมาก มีทั้งน้ำหอมฉีดตัว น้ำหอมปรับอากาศห้องพัก น้ำหอมที่ใส่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ฯลฯ น้ำหอมเหล่านี้ต้องใช้หัวน้ำหอมหรือที่เรียกว่า Fragrance ซึ่งบริษัทอเมอเอเชี่ยนฯ ของเธอนอกจากจะผลิตหัวน้ำหอมแล้ว ก็ยังขยายกิจการมาผลิตและจำหน่ายน้ำหอมที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน

น้ำหอมไม่ใช่แค่กลิ่น แต่คือความเข้าใจผู้คน

สำหรับคุณนิ่ม การพัฒนาน้ำหอมไม่ใช่เพียงเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

“กลิ่นเดียวกัน คนแต่ละประเทศก็ชอบไม่เหมือนกันค่ะ อย่างกลิ่นวานิลลา กลุ่มลูกค้าในยุโรป อเมริกา หรือเอเชีย ก็มีความชอบต่างกัน”

เธออธิบายว่า การสร้างสรรค์น้ำหอมจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ รวมถึงความร่วมมือจากนักปรุงน้ำหอม หรือ Perfumer จากหลากหลายประเทศทั่วโลก

“เราเปรียบเหมือนเชฟค่ะ” เธอเปรียบเปรย “โดยการใช้วัตถุดิบจากหลายประเทศมาสร้างสรรค์เป็นสูตรเฉพาะที่ตอบโจทย์ลูกค้าไม่ต่างจากเชฟที่ทำอาหารเลยค่ะ”

คิดล่วงหน้า 3–5 ปี เพื่ออยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

เมื่อถามถึงเคล็ดลับการบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

เธอตอบทันทีว่า “ต้องมองอนาคต เราไม่เคยมองแค่วันนี้ เราจะคิดเสมอว่าอีก 3-5 ปีข้างหน้าผู้บริโภคต้องการอะไร”

ไม่ว่าจะเป็นกระแสรักษ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ บริษัทจะเริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อมก่อนที่กระแสเหล่านั้นจะกลายเป็นตลาดหลัก

“ถ้าเห็นว่าอะไรจะมา เราต้องรีบเรียนรู้ก่อน พอถึงเวลาจริง เราจะพร้อมกว่าคนอื่น”

ในอนาคต เธอเตรียมขยายกำลังการผลิต เพราะปัจจุบันมีการสั่งซื้อจากยุโรปและอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในตลาดตะวันตก มาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 

พร้อมกับจะชูความเป็นแบรนด์ที่ “Made in Thailand” ด้วยสินค้าแนวธรรมชาติที่เป็นความโดดเด่นของประเทศไทย อาทิ เทียนจากขี้ผึ้งแทนพาราฟิน หรือสินค้าที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรเอเชีย รวมถึงนำกลิ่นระดับพรีเมียมไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์อย่างแชมพู โลชั่น และผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ 

กลับสู่ห้องเรียนในวันที่เป็นผู้บริหารแล้ว

แม้จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ แต่เธอยังคงเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

ในช่วงโควิด เธอตัดสินใจกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เพื่อศึกษาด้านบริหารธุรกิจอย่างจริงจัง โดยศึกษาหลักสูตรเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ที่วิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งสามารถเรียนป.โทขนานไปด้วยกันได้ด้วย จนสำเร็จหลักสูตรมหาบัณฑิตจากวิทยาลัยดุสิตธานีในที่สุด

“การได้เรียนกับคนหลายเจเนอเรชันทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น เข้าใจความคิดของคนรุ่นใหม่ และนำมาปรับใช้กับการบริหารองค์กรได้ และพอศึกษาต่อในระดับปริญญาโทก็เปิดโอกาสให้ได้พบปะนักธุรกิจและผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือคอนเนกชัน ประสบการณ์ และอาจารย์ที่ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้เราจนถึงทุกวันนี้”

ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ

ก่อนจบบทสนทนา เราถามถึงคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง เธอใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า

“อันดับแรกต้องถามตัวเองก่อนว่า รักสิ่งนั้นจริงไหม เพราะเวลาธุรกิจเจอปัญหา ความรักในสิ่งที่ทำจะเป็นแรงผลักดันให้เราเดินต่อ

“อย่ากลัวที่จะฝันใหญ่ค่ะ ทุกธุรกิจเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกันหมด แต่ต้องมีแผน มีวินัย และพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา”

และสิ่งสำคัญที่สุดในมุมมองของเธอคือ “ผู้คน”

“คอนเนกชันสำคัญมาก ความน่าเชื่อถือ ความตรงต่อเวลา และการรักษาคำพูด คือสิ่งที่ทำให้เราเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้”

จากเด็กฝึกงานวัยยี่สิบต้นๆ สู่ผู้บริหารหญิงผู้บุกเบิกธุรกิจน้ำหอมไทยแห่งบริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด เรื่องราวของเธอสะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากการกล้าเรียนรู้ กล้าปรับตัว และไม่หยุดพัฒนาตัวเองในทุกช่วงของชีวิต

Related Posts

ไม่มีต้นทุนชีวิต จบแค่มัธยม แต่ปั้นธุรกิจน้ำหอมไทย ในวันที่ใครๆ เชื่อว่าของนอกดีกว่า จนลูกค้ายุโรป-อเมริกาสั่งซื้อไม่ขาด
ตลาดบิวตี้ไทยโต 4 แสนล้าน! ถอดสูตรคิด ทำไม “Zadi & Jo” เลือกเจาะกลุ่มวัยเรียน อายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ