ธุรกิจอาหาร
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อที่เปราะบาง “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกำลังซื้อ เอสเอ็มอี ภาคเกษตร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT TALK ครั้งที่ 25 “Food Economy: เมื่ออาหารกลายเป็นแรงขับเศรษฐกิจไทย” ระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ Food Economy ในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากผู้บริโภคสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า หมวดร้านอาหารยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยอดใช้จ่ายหมวดร้านอาหารเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนครั้งการใช้จ่ายต่อสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนว่าอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น “ในมุมของเคทีซี อาหารคือมากกว่ากา
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เดินหน้าพัฒนาหลักสูตร การออกแบบอาหารที่อุดมด้วยพืช เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน หรือ Plant-Rich Diet รองรับกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบเมนูอาหารเฉพาะบุคคล มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านอาหารสุขภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน รศ.ดร.ฐิตา ฟูเผ่า ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ส่งผลให้แนวคิด Plant-Rich Diet ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Plant-Rich Diet ไม่ได้หมายถึงการงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่คือการเพิ่มสัดส่วนพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ด สาหร่าย และวัตถุดิบทางเลือกจากพืช ขณะเดียวกันยังสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพได้ใน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ในปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นผลหลักจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้แก่ ต้นทุนการทำธุรกิจที่เร่งตัวสูงขึ้น กดดันกำไรสุทธิลดลง ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่เร่งตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบทยอยปรับตัวขึ้น อาทิ ข้าวสาร อาหารสด ผักและผลไม้ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ทำให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มทยอยปรับขึ้นราคาเฉลี่ย 10-20% เทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ รายได้ของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีแนวโน้มลดลงจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง ซึ่งแต่เดิมก็มีความเปราะบางอยู่แล้ว ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยคาดว่าจะลดลงจากปีก่อน จึงประเมินว่า มูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 จะโตเพียง 2.5% ชะลอตัวลงจากที่เติบโต 4.5% ในปีที่ผ่านมา และการเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นผลด้านราคาเป็นหลัก สำหรับกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันตามประเภทและกลุ่มลูกค้า โดยมองว่ากลุ่มที่มีความเปราะบางท่ามกลางต้นทุนที่สูงได้แก่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ค
งานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก TUTTOFOOD ถือเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจอาหารชั้นนำแห่งยุโรปตอนใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–14 พฤษภาคม 2026 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เตรียมเปิดเวทีต้อนรับการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในเวทีโลก โดยปัจจุบันมีผู้แสดงสินค้ายืนยันเข้าร่วมแล้วกว่า 80% และถือเป็นสัดส่วนผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 30% ส่งผลให้คาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงานจะเพิ่มขึ้นราว 15–20% จากครั้งที่ผ่านมา สำหรับผู้ประกอบการไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายสู่ตลาดส่งออกใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูง ทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง และอีกหลายภูมิภาค สอดคล้องกับความต้องการสินค้าอาหารเอเชียและอาหารไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา งาน TUTTOFOOD ได้สร้างความโดดเด่นในฐานะงานแสดงสินค้าอาหารระดับนานาชาติที่พลาดไม่ได้ของทวีปยุโรป โดยมีองค์กรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (TPOs) และผู้ประกอบการมืออาชีพจากทั่วโลกมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีประเทศชั้นนำเข้าร่วมแสดงสินค้า อาทิ สเปน โปแลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน สหรัฐอเมริกา แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบก
นายสตีฟ สรเทพ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาลนายกฯ อนุทิน และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ช่วยปลดล็อกช่วงเวลาขายแอลกอฮอล์ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น ให้กับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยคำนึงถึงบริบทของประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจาก 53 ปีที่แล้วของคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเพื่อห้ามข้าราชการออกไปนั่งดื่ม เพราะว่ากฎหมายฉบับล่าสุดที่แก้ไขออกมานั้น นอกจากจะสร้างปัญหาในการทำธุรกิจของร้านอาหารแล้ว ยังมีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วงปลายปี โดยเฉพาะเป็นช่วงไฮซีซันของประเทศไทย ซึ่งจากกฎหมายที่ประกาศออกมาล่าสุดที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลกได้เผยแพร่ถึงความผิดที่นักท่องเที่ยวจะได้รับด้วยหากมีการนั่งดื่มในร้านอาหารเกินเวลาที่กำหนด จึงมีผลกับการตัดสินใจที่จะเลือกมาเที่ยวประเทศไทย โดยทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนใจเลือกที่จะไปประเทศอื่นในอาเซียนแทน การปลดล็อกช่วงเวลาให้ขายแอลกอฮอล์ได้ จะช่วยส่งเสริมให้กับธุรกิจร้านอาหารมีรายได้จากการขาย
LINE for Business เปิดสูตรลับพลิกความท้าทายสู่โอกาสใหม่ ให้ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มไทยฝ่ากระแส Red Ocean บนเวทีสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “LINE FOOD TECH 2025” เจาะลึกวัตถุดิบปรุงแบรนด์ให้เติบโตรับการแข่งขัน ชูเทรนด์การใช้ดาต้าผสานเทคโนโลยี สร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อรองรับความคาดหวังของผู้บริโภคไทยพร้อมเปิดมุมมองจากแบรนด์ระดับท็อปร่วมแชร์ประสบการณ์จริงในการต่อยอดใช้เทคโนโลยีและดาต้า ขับเคลื่อนธุรกิจให้การเติบโตอย่างแตกต่าง ภาพรวมตลาดอาหารและเครื่องดื่มไทยยังดุเดือด จิตวิสุทธิ์ จุฑาวิจิตร หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม LINE ประเทศไทย เผยว่า ข้อมูลล่าสุดจาก DBD พบว่า ธุรกิจกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการจดทะเบียนบริษัทใหม่พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ชี้ให้เห็นถึงภาวะการแข่งขันอย่างดุเดือดในปี 2025 ของธุรกิจกลุ่มนี้ ทำให้หลากหลายแบรนด์หันมาสร้าง “Seamless Experience” หรือประสบการณ์ไร้รอยต่อเพื่อรองรับความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้บริโภคไทย นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องคุณภาพ ราคา และความแตกต่างของแบรนด์ ซึ่งแพลตฟอร์ม LINE ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้าง Seamless Experien
เซ็นกรุ๊ป เปิดวิสัยทัศน์ธุรกิจปี 2568 ย้ำความเป็นผู้นำที่ประกอบธุรกิจอาหารอย่างมั่นคงและยั่งยืนของประเทศไทย พร้อมชู Everyday Zen เพื่อให้ผู้บริโภคคิดถึงเซ็นกรุ๊ป และความหลากหลายของแบรนด์ในเครือ โดยมุ่งผลักดันเป้าหมายเติบโตในอนาคตเฉลี่ย 10% ต่อปี คุณสรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นกรุ๊ป ในฐานะผู้ประกอบการด้านธุรกิจอาหารในเครือ รวม 10 แบรนด์ ประกอบด้วยแบรนด์อาหารญี่ปุ่น 6 แบรนด์ คือ Zen, AKA, On the Table, Din’s, TETSU, Sushi Cyu & Carnival และแบรนด์อาหารไทย 4 แบรนด์ คือ เขียง, ตำมั่ว, ลาวญวน, De Tummour ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ที่มองหาอาหารที่มีคุณภาพและความคุ้มค่าจากร้านอาหารระดับ Premium ไปถึงร้านอาหารแนว Casual Dining โดยปีนี้ เซ็นกรุ๊ป จะมาเล่าถึงทิศทางและกลยุทธ์สำคัญของแต่ละแบรนด์อาหารในเครือฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมชูคอนเซ็ปต์ Everyday Zen เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคคิดถึงเซ็นกรุ๊ปในทุกมื้ออาหาร คุณจอมขวัญ จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหา
เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และนักศึกษา ให้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการรู้เป้าหมายลูกค้า คุณภาพรสชาติและความอร่อยยังคงเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกเข้าใช้บริการร้านอาหาร หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จึงได้จัดกิจกรรม DPU Talk : กลยุทธ์รอด อยู่ให้ได้ รวยให้เป็น! โดยเชิญกูรูในวงการอาหารมาร่วมแชร์ประสบการณ์ นายพุฒิเมธ พิทักษ์ชาติวงศ์ หรือ คุณพิท จาก Kit D Studio ที่ปรึกษาด้านธุรกิจอาหาร ได้เผยแนวโน้มธุรกิจร้านอาหารปี 2025 ว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตในตลาด พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางรายที่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการแต่ละรายมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในมุมมองที่แตกต่างกัน แม้จำนวนผู้ประกอบการธุรกิจอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายได้อย่างชัดเจน กำหนดก
คุณปรียดา ศรีพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารคุณภาพจากทั่วโลก เปิดเผยว่า “ในปี 2568 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย และระดับภูมิภาค ซึ่งเห็นได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง โดยเน้นที่คุณภาพ ความปลอดภัย ความสะดวก และการตอบโจทย์เฉพาะทางมากขึ้น ทำให้ธุรกิจอาหารจึงต้องก้าวไปให้ไกลกว่าการขายสินค้า เป็นโซลูชันแบบครบวงจร ทั้งสูตรเฉพาะ การแปรรูป และบริการหลังการขาย โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า มองว่าในอนาคตอันใกล้ ความสามารถในการรองรับความต้องการที่หลากหลายและตอบโจทย์เฉพาะของลูกค้าแต่ละกลุ่มธุรกิจ จะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการสินค้า Ready-to-Eat, กลุ่มที่เน้นสูตรเฉพาะ หรือธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านปริมาณและบรรจุภัณฑ์ เราตั้งใจพัฒนาศักยภาพของเราให้พร้อมรองรับโจทย์เหล่านี้ได้ครบวงจรและแม่นยำยิ่งขึ้น” ดังนั้น เมื่อมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารที่สูงและเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Food Service ซึ่งคู่แข่งไม่ได้จำกัดแค่ด้านราคา แต่เป็นเรื่องของค
เบทาโกร เร่งเครื่องรุกตลาดโลก ดันพอร์ตอาหารนวัตกรรมและบริการครบวงจร ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารทั่วโลก ตั้งเป้าส่งออกเติบโต 15-20% บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย มุ่งมั่นในการเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคนด้วยอาหารที่ดีกว่า เปิดเกมรุกเร่งเครื่องขยายเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ เสริมการรับรู้และสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ดันอาหารนวัตกรรมออกสู่ตลาด พร้อมเป็นพันธมิตรธุรกิจที่มอบสินค้าและบริการครบวงจรเพื่อปั้นความสำเร็จแก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร มุ่งหวังส่งมอบอาหารที่ดีกว่าสู่ตลาดโลก ดร. โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปีนี้เบทาโกรมุ่งยกระดับกลยุทธ์ธุรกิจส่งออกไปสู่การเป็นผู้ให้บริการอาหารแปรรูปแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการบริการและธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และธุรกิจค้าปลีก โดยเน้นย้ำว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากความใส่ใจในคุณภาพ ความปลอดภัยและความอร่อยของผลิตภัณฑ์ นอกจากจะตอบโจทย์ควา
