น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในแง่ผู้ทรงปรีชาสามารถ ทั้งด้านกฎหมาย การทูต การทหาร และงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะการทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องขังหญิง ทรงมีบทบาททั้งในระดับประเทศและเวทีนานาชาติพร้อมกันได้อย่างโดดเด่น พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ด้านกฎหมาย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสองสาขา คือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และเคยทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานอัยการจริง ตั้งแต่อัยการผู้ช่วย ไปจนถึงอัยการจังหวัด ได้รับขนานพระนามจากสื่อไทยและต่างประเทศในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ด้านการต่างประเทศและสิทธิมนุษยชน พระองค์เคยทรงเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา อีกทั้งทรงทำงานร่วมกับ UN ในประเด็นสิทธิสตรีและผู้ต้องขังหญิง จนเกิดแนวทางที่เรียกว่า “Bangkok Rules” ซึ่งเป็นข้อกำหนดสากลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ด้านการ
การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร นำมาซึ่งความโศกเศร้าท่วมท้นจิตใจพสกนิกรไทยทั้งปวง บ้างร่ำไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ บ้างหลั่งน้ำตาสะท้านในอก ทว่าไม่น้อยนอกจากแสดงความรู้สึกผ่านคราบน้ำตา ยังลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ หนึ่งในนั้นก็คือ เกลือ เป็นต่อ – กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดัง กับทีมบทซิทคอม ช่อง ONE 31 ที่เรียกตัวเองว่า ‘คนเขียนบทของพระราชา’ “เนื่องจากทุกคนเสียใจจากการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราเห็นนักดนตรีเล่นดนตรีถวายท่าน เห็นจิตรกรวาดรูปถวายท่าน ทุกคนทำสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองเพื่อถวายความอาลัย เลยคิดว่าเราควรทำอะไรบ้างในฐานะวิชาชีพนี้เลยจะทำละครเทิดพระเกียรติ” เกลือเป็นต่อบอกถึงที่มาของละครเรื่องใหม่ ละครเรื่องที่พวกเขาตั้งใจกันสุดฝีมือ และพร้อมใจกันให้ชื่อว่า “เราเกิดในรัชกาลที่ 9” โดยเกลือว่า “ทุกคนทุ่มเทมาก” “เราดูสารคดี ดูข่าว รู้สึกว่าเราควรต้องทำอะไรสักอย่าง แสดงความรักด้วยอะไรสักอย่าง คิดว่าควรทำอะไรดี น้
