น้ำท่วม
มาแล้วจ้า! เย็นนี้ไม่พลาด อุตุฯเตือนเหนือ-ใต้ เตรียมรับมือฝนหนักจากพายุมังคุด 17-19ก.ย. เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุ “มังคุด” (MANGKHUT)” โดยมีใจความว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 23.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า ในช่วงวันที่ 17-18 ก.ย. 2561 จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าสู่เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาค
เตือนทั่วไทย ฝนแช่ตัว ตกหนัก 9-10 ก.ย. ระวังฝนสะสมกระหน่ำทั้งวันทั้งคืน! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561) โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 9-10 กันยายน 2561 บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 9 กันยายน 2561 ภาคเหนือ จังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เตือนมรสุมลูกใหม่! ถล่มเกือบทั้งปท. รอบนี้โดนหนักยาวๆถึง 10 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2561) ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 07 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 7-10 กันยายน 2561 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ทำให้ร่อง มรสุม เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับพื้นที่ที่คาดว่ามีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ วันที่ 7 กันยายน 2561 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก แล
กรมอุตุฯ เตือน ฝนถล่ม เหนือ-อีสานต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ภาคใต้ปริมาณฝนลดลง แต่ยังมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร เตือนเดินเรือด้วยความระมัดระวัง กรุงเทพฯ วันนี้ตกหนักร้อยละ 60 กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 31 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามั
วันที่ 29 ส.ค. ซินหัวของจีน รายงานว่า เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเขตพะโค พื้นที่ตอนกลางของประเทศพม่า หลังปริมาณน้ำล้นเขื่อนสวาร์ชวงทำให้สปิลเวย์ถล่ม ส่งผลกระทบกับชาวบ้านหลายพันคน น้ำจากเขื่อนยังท่วมปิดทางหลวง ระหว่างนครย่างกุ้ง และนครมัณฑะเลย์ เมืองสำคัญ 2 เมืองของพม่า นอกจากนี้ยังทำให้สะพานสวาร์ชวงได้รับความเสียหายอย่างหนัก รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ของทางการได้อพยพชาวบ้านหลายพันคนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบสภาพเขื่อน และกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้เส้นทางการเดินทางกลับมาใช้ได้อีกครั้ง AFP AFP AFP REUTERS ด้าน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ได้เดินทางไปตรวจสอบสะพานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งนับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก หลังคณะกรรมการอิสระระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ออกรายงานให้มีการสอบสวน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย และนายทหารระดับสูงของกองทัพพม่า อีกหลายนาย หลังมีการนำเสนอข้อมูลหลักฐานว่า ทหารพม่าก่ออาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ พร้อมฆาตกรรมหมู่ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน บังคับเป็นทาสกามต่อชาวโรฮิงยา ในช่วงเวลาที่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ พื้นที่ลุ่มต่ำในศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ เช่น บ้านพัก ผวจ. รอง ผวจ. ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อาคารแฟลตห้องพัก ทั้งตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด ถูกน้ำจากหนองกุดทิง เอ่อล้นไหลเข้าท่วม ระดับน้ำสูง 30–50 เซนติเมตร ยังไม่มีทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าโรงจอดรถทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ของอาคารศาลากลางจังหวัด ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ หลังมีมวลน้ำสะสมจากฝนตกเป็นจำนวนมากไหลหลากลงมาจากหนองกุดทิง พื้นที่ชุ่มน้ำโลก เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ อาคารของศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีหน่วยงานราชการกว่า 30 หน่วยงาน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ มีเพียงอาคาร สนง.พัฒนาฝีมือแรงงาน สนง.จัดหางาน สนง.สรรพสามิต สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์ และ สนง.สหกรณ์ ทั้ง 5 แห่ง อาศัยอยู่นอกอาคารศาลากลาง ยังไม่ถูกน้ำท่วมในตัวอาคาร และสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ แต่ประชาชนที่จะมาใช้บริการ ไม่ได้รับความสะดวกเท่านั้น น้ำท่วมศูนย์ราชการ ด้าน นายนิรันต์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.บึงกาฬ สั่งการให้
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ระหว่างวันที่ 22 – 28 ส.ค.61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 23-28 ส.ค.61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 23-28 ส.ค.61 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง อนึ่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเ
น่านอ่วม! / วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดน่าน โดยระดับน้ำจากลำน้ำสาขาต่างๆและแม่น้ำน่านเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดจุดวัดระดับน้ำ เอ็น1 กาดแลง อยู่ที่ 8.30 เมตร และที่จุดวัดระดับน้ำ เอ็น64 บ้านผาขวาง ระดับอยู่ที่ 10.10 เมตร ส่งผลให้มีน้ำล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1 พันครัวเรือน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงกลาง,ปัว,ท่าวังผา,แม่จริม,สันติสุข,เมืองน่าน ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้อำเภอภูเพียง น้ำล้นทะลักท่วมพื้นที่ติดริมแม่น้ำน่าน ที่ตำบลฝายแก้ว ,ม่วงตึ๊ด และตำบลท่าน้าว โดยเฉพาะจุดบ้านแสงดาว – ท่าล้อ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง ระดับน้ำสูงกว่า 1.30 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยทางหน่วยทหารและป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ได้นำเรือท้องแบนไว้บริการประชาชนสัญจรเข้าออกบ้านเพื่อไปทำงาน และซื้ออาหารน้ำดื่ม น้ำทะลักไหลท่วม 7 หมู่บ้าน กว่า 1พันหลังคาเรือน เดือดร้อน ด้านนายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กำลังทหาร ม.พัน 15 เร่งบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อนำปิดรอยรั่วผนังกั้นน้ำที่บริเวณบ้านสวนตาลล่าง ต.ในเวียง
รับมือน้ำท่วมฉับพลัน / เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก.ได้ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น โดยอยู่ห่าง จาก จ.น่าน ประมาณ 250 กิโลเมตร ส่งผลให้ช่วงวันที่ 17 – 20 ส.ค.ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 – 4 เมตร อีกทั้งกรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่มเป็นพิเศษ ได้แก่ น่าน (อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.บ่อเกลือ อ.แม่จริม อ.เวียงสา) แพร่ (อ.สอง อ.วังชิ้น อ.ร้องกวาง)
วันที่ 6 ส.ค เฟซบุ๊ก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ได้ออกมาโพสต์เตือนประชาชนถึงการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2561 จะเกิดคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และฝนตกหนักบางแห่งทั่วทุกภาคของประเทศ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีคำแนะนำแนวทางการปฏิบัติตนของประชาชนให้เกิดความปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ก่อนน้ำท่วม – ปลดเมนสวิตช์ก่อนอพยพ – ย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ให้น้ำท่วมถึง ขณะน้ำท่วม – บ้าน 2 ชั้น ควรมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น ปลดสวิตช์เบรกเกอร์ชั้นล่าง – บ้านชั้นเดียว งดใช้ไฟฟ้าและย้ายออกจากบ้าน – อย่าสัมผัสสวิตช์และงดใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือสัมผัสน้ำ – ควรยืนที่แห้ง สวมรองเท้ายาง – ห้ามใช้งานปลั๊กและสวิตช์ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึงเด็ดขาด หลังน้ำท่วม – เครื่องใช้ไฟฟ้าควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ ความชำนาญตรวจสอบ แก้ไขให้มั่นใจว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งาน ประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยที่เก
