น้ำท่วม
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุน้ำในคลองอัมพวาเอ่อล้นท่วมตลาดน้ำอัมพวา ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก สร้างความตื่นตกใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยน้ำดังกล่าวเอ่อล้นขึ้นมาจากคลองอัมพวา ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมคลองอัมพวา โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำบริเวณสะพานขุนนิกร ได้รับความเดือดร้อนต้องเดินลุยน้ำสูงเกือบ 10 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าของร้านค้าทั้ง 2 ฝั่งก็เตรียมกระดานไม้ไว้กั้นหน้าร้านไม่ให้น้ำเข้าหากเกิดน้ำท่วมสูงขึ้นมา ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในตลาดแม่กลอง ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จากน้ำทะเลที่หนุนสูงส่งผลให้ชาวบ้านในเขตทศบาลเมืองสมุทรสงคราม โดยเฉพาะซอยเพชรสมุทรที่มีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมล้มฟุตบาท นายสมชาย ตันประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ได้นำเจ้าหน้าที่บรรจุทรายใส่กระสอบเตรียมให้บริการประชาชนที่ต้องการนำไปกั้นน้ำที่เอ่อขึ้นมาจากแม่น้ำแม่กลอง ไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย นายมนัส สุดพวง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม กล่าวว่าฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ตกบริเวณใต้เขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ บริเ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่ออน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 40 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเส้นทางคมนาคมภายในหมู่บ้าน บ้านหัวฝาย หมู่ 5 ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน และล่าสุดเวลา 07.30 น. น้ำได้หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร น.ส.ภัทราพร ลายจุด นายอำเภอแม่ออน สั่งการให้ นายก อบต.ออนเหนือ และ อบต.ทุกแห่ง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประสานขอความช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนเขตตัวเมืองเชียงใหม่เกิดฝนตกหนักเมื่อเวลา 01.00 น. เช่นเดียวกัน โดยตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในชุมชนที่ราบต่ำ ระดับน้ำสูง 30-40 เซนติเมตร โดยเฉพาะชุมชนศรีปิงเมือง และชุมชนกำแพงงาม ที่ระดับน้ำสูงจนเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ระดมกำลังและเครื่องสูบน้ำเข้าระบายน้ำที่ท่วมขัง ขยะและผักตบชวาเป็นการด่วนแล้ว คาดว่าจะค่อยๆ ลดระดับลง ในขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อนหนักขอบริจาคเครื่องนอนและของใช้จำเป็น ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า
วันที่ 9 ตุลาคม สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ล่าสุดเช้านี้ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 907.50 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเดิมวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็นอัตราวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนพระรามหก เพื่อให้สมดุลกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า และชะลอน้ำเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่าน บริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงปัจจุบัน ณ เมื่อวานนี้ วันที่ 8 ตุลาคม 2559 ปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทั้งหมด 900.50 ล้าน ลบ.ม. และล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. ของเช้าวันนี้ 9 ตุลาคม 2559 ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 907.50 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพียง 52.50 ล้าน ลบ.ม. และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 หากไม่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สมดุลกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพส
นายอำเภอนครหลวง เมืองอยุธยา รวมมือกับชาวบ้านเร่งป้องนาข้าว ที่กำลังออกรวงใกล้เก็บเกี่ยว มูลค่า 100 ล้านบาท เวลา 07.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 59 นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังหลังเขื่อนพระรามหก เร่งปล่อยน้ำ ลงแม่น้ำป่าสักจำนวนมาก จนทำให้พื้นที่ทุ่งการเกษตรของอำเภอ คือทุ่งแม่ลาหรือทุ่งบึงกุ่ม เนื้อที่เกือบ 20,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลแม่ลา ตำบลพระนอน และ ตำบลท่าช้าง อยู่ติดลำคลองบางพระครู รับน้ำโดยตรงจากแม่นำป่าสัก ซึ่งน้ำล้นตลิ่งในเขตกลางทุ่ง อีกทั้งทุ่งนี้ไม่ได้เป็นทุ่งแก้มลิงรับน้ำ ทำให้ชาวนา ได้ทำนากันเป็นจำนวนมากถึง 17,291 ไร่ ต้นข้าวอยู่ระหว่างออกรวง เหลือเวลาอีก 20-30 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ประเมินแล้วข้าวนาปรังในทุ่งนี้มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยล่าสุดทางอำเภอได้จัดงบประมาณป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติ 300,000 บาท มาปั้นคันดินสูง 1 เมตร ยาว 3 กิโลเมตร ตลอดแนวคลอง เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วม แต่มีน้ำซึมและน้ำฝน ทำให้ต้องระดมเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก มาสูบน้ำด้านในออก พร้อมจัดทอดผ้าป่า หาเงินเป็นค่าน้ำมัน และชมรมผู้ประกอบการธุรกิ
น้ำท่วมกรุงเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวกรุงปั่นป่วนและเกิดภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้น สมาชิกเฟซบุ๊ก Amonrada Pakdeesupon ได้โพสต์ภาพริมฟุตปาธแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรถเข็นขายอาหารอยู่ แต่ที่สำคัญคือ มีแม่ค้ากำลังก้มลงเอาน้ำที่ท่วมปริ่มริมฟุตปาธขึ้นมาล้างหม้อ ล้างจาน โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ฉันมาล้างหม้อล้างชาม รอพี่ที่ท่าน้ำหมอชิต ทุกวันเลยนะ !!!! #แดกไหมหละมึง #น้ำขังริมทาง #น้ำที่ท่าน้ำหมอชิต” จากการสอบถามเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้โพสต์ยืนยันว่าแม่ค้าได้ใช้น้ำที่ท่วมอยู่ ล้างจานและหม้อ เพื่อนำไปใช้ต่อ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กรมชลฯเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที “สิงห์บุรี-อ่างทอง-ลพบุรี-อยุธยา-ปทุมธานี” อ่วม GISTDA ฟันธงไม่ท่วมกรุงซ้ำปี”54 อสังหาฯวอนรัฐเตือนล่วงหน้าก่อน 7 วัน ชี้ “เกาะเกร็ด-บางบัวทอง-สามโคก” เสี่ยงน้ำท่วม ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานสถานการณ์น้ำหลังจากที่ประเทศไทยตอนบนเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและน้ำเหนือไหลหลากว่า ณ วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ สถานี C13 เขื่อนเจ้าพระยา ปรากฏปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับ 1,998 ลบ.ม./วินาที หรือสูงกว่าความพยายามที่จะควบคุมน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ปริมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาทีไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อจากนี้ไป กรมชลประทานได้ประเมินสถานการณ์น้ำ ณ สถานี C2 อ.เมืองนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะสูงสุดประมาณ 2,155 ลบ.ม./วินาที (ณ วันที่ 30 ก.ย. น้ำไหลผ่าน 1,790 ลบ.ม./วินาที) เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่คาดว่าจะมีปริมาณสูงสุดประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที (ณ วันที่ 30 ก.ย. ปริมาณ 108 ลบ.ม./วินาที) จะทำให้น้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ตุลาคม ที่จังหวัดภูเก็ต เกิดฝนตกหนักติดต่อกันกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ถนนหลายสายเกิดน้ำท่วมขังรถไม่สามารถสัญจรได้ โดยเฉพาะในตัวเมืองภูเก็ต จุดแรกที่บริเวณถนนเทพกระษัตรีบริเวณห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ชีพ มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 50-70 เซนติเมตร ทำให้การจราจรติดขัดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตต้องอำนวยความสะดวกทำการปิดการจราจรชั่วคราวบนถนนฝั่งขาออก และให้รถไปวิ่งสวนทางในฝั่งขาเข้า เพื่อเลี่ยงจุดน้ำท่วม ทั้งนี้ ได้มีรถยนต์หลายคันที่จอดไว้บริเวณทางออกของห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ชีพถูกน้ำท่วมเกือบครึ่งคันทำให้ได้รับความเสียหาย ขณะที่รถ จยย.ที่พยายามขับฝ่าน้ำท่วม ถูกน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน ใกล้กันอีก 1 จุด ที่บริเวณซอยลักกงษี-สามกอง ด้านหลังห้างซุปเปอร์ชีพ ในวันนี้ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตรเช่นกัน ทำให้รถสัญจรไปมาด้วยความลำบาก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าต้องเก็บข้าวของหน้าร้านป้องกันการเสียหาย ต่อเนื่องไปที่บริเวณหน้าศาลเจ้าสามกอง ถนนสามกอง-กะทู้ มีน้ำท่วมผิวจราจรและท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าขายอาหารเจหน้าศาลเจ้
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda เปิดเผยว่า จิสด้าได้ติดตามสถานการณ์น้ำด้วยภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ซึ่งมีฝนตกในปริมาณมาก พบว่าขณะนี้มีน้ำท่วมทุ่งประมาณ 1 ล้านไร่ ซึ่งถือว่ายังน้อยหากเทียบกับเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อนที่จะมีน้ำท่วมเฉลี่ย 2 ล้านไร่ ดังนั้น แนวโน้มน่าจะเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอีก 7 วัน จะถึง 2 ล้านไร่ ทั้งนี้ ใน 1 ล้านไร่ ที่ท่วมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรแล้ว และใกล้จะเก็บเกี่ยว แต่ยังมีพื้นที่ปลูกใหม่ประมาณ 1 แสนไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 10 เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแถบ จ.พิจิตร จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก “วันนี้เรื่องน้ำในทุ่งถือว่าบริหารจัดการได้ดีมากกว่าเมื่อเดือนกันยายน 2554 ที่มีน้ำท่วมทุ่งมากถึง 18 ล้านไร่ ดังนั้น ประชาชนอย่าเพิ่งหวั่นวิตก อย่างไรก็ตาม จิสด้าจะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะนี้หากดูจากสถานการณ์ร่องฝนจะพบว่า ฝนทางภาคเหนือลดลง แต่ที่ยังมีร่องฝนคือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่ยังต้องเฝ้าระวัง แต่ไม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนให้จาก จ.พระนครศรีอยุธยาที่กำลังเดินทางมาถึง จ.ปทุมธานีใน 1-2 วันนี้ โดยระดมกำลังดำเนินการออกปฏิบัติการตามจุดต่างๆ ดังนี้ จุดที่ 1 ที่สถานีสูบน้ำประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลองรังสิต อ.ธัญบุรี – ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 10 เครื่อง-อัตราสูบ 42 ลบ.ม./วินาที จุดที่2 ที่สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี-จำนวน 8 เครื่อง-อัตราสูบ 48 ลบ.ม./วินาทีซึ่งการสูบน้ำของทั้ง 2 สถานี เพื่อรับน้ำจากเหนือมาจากพระนครศรีอยุธยามาลงในทุ่งรังสิต อีกส่วนจะเป็นน้ำฝน/ที่มาจากท่อระบายน้ำ ถนนพหลโยธิน, ถนนลำลูกกา และจะช่วยรับน้ำจากตอนเหนือของกทม. ที่จะระบายผ่านคลองเปรมประชากรลงคลองรังสิต ทั้งนี้ ได้เตรียมการระวังและป้องกันปัญหาน้ำท่วม อันอาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก และน้ำเหนือหลาก ตลอด 24 ชั่วโมงแล้วซึ่งคาดว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นชาวบ้านบางส่วนที่อยู
วันที่ 28 กันยายน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมาเกือบ 1,800 ลบ.ม./วินาทีนานหลายวัน และยังมีประกาศจะปล่อยมาถึง 2,000 ลบ.ม./วินาที ทำให้ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมหนักในชุมชนริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนพักอยู่อาศัยส่วนใหญ่ของคนในจังหวัด รวมแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ บางบาล เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร รวม 73 ตำบล 425 หมู่บ้าน 18,472 หลังคาเรือน มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร หนักที่สุดในเขตอำเภอบางบาลและเสนา ประมาณ 1 เมตร จุดลุ่มต่ำประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ส่วนเส้นทางน้ำไหล พบว่า ในส่วนของเจ้าพระยา ได้ไหลมารวมกับแม่น้ำป่าสักอีก 401 ลบ.ม./วินาที ตรงเกาะเมืองกรุงเก่า และมวลน้ำทั้งหมดไหลไปท่วมพื้นที่ 10 ตำบลของ อ.บางปะอิน ที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาครบแล้ว ส่วนที่อำเภอบางไทรติดแม่น้ำน้อย ท่วมแล้ว 21 ตำบล โดยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยไหลมารวมกันที่เขตตำบลช้างใหญ่ สนามไชย และ ต.โพแตง ของอำเภอบางไทรซึ่งถูกน้ำท่วมตามชุมชนริมน้ำแล้วเช่นก
