น้ำปลาไทย
ของดีเมืองตราด “สามกระต่าย” น้ำปลาไทยขวัญใจเพื่อนบ้าน ส่งขายกัมพูชาเดือนละแสนขวด “ธุรกิจนี้ว่าไปแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจเท่าไหร่ น่าจะมาแบบจับพลัดจับผลูมากกว่า” คุณวิบูลย์ เครือลอย ผู้บริหารวัย 60 เศษ ของบริษัท เทพพรชัย อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลา ตรา “สามกระต่าย” โอท็อป 5 ดาว ของจังหวัดตราด ที่มีเสียงร่ำลือหนาหู หากใครไปเที่ยวเมืองตราด แล้วไม่ได้หิ้วน้ำปลายี่ห้อนี้ติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน ถือว่าพลาดอย่างแรง เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนที่มากิจการของครอบครัวให้ฟังว่า แต่เดิมเมื่อราว 40 ปีก่อน คุณกุลวิทย์ เครือลอย คุณพ่อของเขา ประกอบอาชีพทำการประมง มีเรือจับและรับซื้อปลาแถวเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งปลาที่จับและรับซื้อมานั้น จะถูกขายต่อให้กับโรงน้ำปลาเจ้าใหญ่-แบรนด์ดัง อย่าง ทิพรส ปลาหมึก ตราชั่ง ฯลฯ ซึ่งฐานการผลิตอยู่ในพื้นที่แตกต่างกันไป มีทั้งอำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ปากน้ำระยอง จังหวัดระยอง และ จังหวัดชลบุรี โดยโรงน้ำปลาแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีเรือบรรทุกขนาดใหญ่ ความจุประมาณ 70-80 ตัน แล่นมารับซื้อ ปลาไส้ตัน หรือ “ปลาหัวอ่อน” ตามภาษาคนตราด จากกิจการ
“น้ำปลาไทย” กว่าจะส่งไปขายเมืองนอก ไม่ใช่ง่าย โดนไล่อออกจากร้านมาแล้ว! ความ “มั่งคั่ง และ “มั่นคง” ของธุรกิจน้ำพริกมูลค่านับพันล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” มีจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว จากบรรพบุรุษ รุ่นพ่อ-แม่ ซึ่งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อดทน ขยัน และบากบั่น มากพอที่จะ ให้รุ่นลูก-หลาน ยึดถือเป็นแบบอย่างและสานเจตนารมณ์ต่อมาจนถึงวันนี้ จากทำกันอยู่ “ครัวหลังบ้าน” มาถึงปัจจุบัน กิจการเติบโตเป็น บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด ในฐานะเจ้าของสินค้าในกลุ่มเครื่องปรุงรสและเครื่องจิ้มนานาชนิด ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราพันท้ายนรสิงห์” มีโรงงานผลิตตั้งบนที่ดินกว่า 80 ไร่ อยู่ริมถนนใหญ่ เขตตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุดผลิตภัณฑ์แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” นับร้อยรายการ ถูกส่งออกไปจำหน่ายไปขายยังต่างแดน กว่า 50 แห่ง นับตั้งแต่ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งประเทศแถบโซนเอเชียด้วย คุณสุนทร วัฒนาพร ประธานกรรมการบริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สิ
แม่บ้านไทยในสหรัฐ เรียกร้องหน่วยงานตรวจพิสูจน์ “น้ำปลาไทย” ชี้ความปลอดภัยผู้บริโภคต้องเท่าเทียม จากกรณี หน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ(FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาสองยี่ห้อดังของไทย เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็งนั้น เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ออกสำรวจปฏิกิริยาบริโภคตามพื้นที่ต่างๆ เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้น โดยจากการสุ่มสำรวจตามร้านก๋วยเตี๋ยวย่านประตูน้ำ พบว่ายังมีการใช้น้ำปลาหนึ่งในสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวกันอยู่ตามปกติ และจากการสอบถาม แม่ค้าส้มตำ ท่านหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านอยู่หน้าห้างดังย่านเตาปูน ให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าวมาก่อน และคิดว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับการทำมาหากินของตัวเอง เพราะไม่ได้เลือกใช้น้ำปลาสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวอยู่แล้ว เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงและมีรสเค็มเกินไป ทำให้ปรุงอาหารยาก ส่วนคุณป้า อีกท่าน ซึ่งกำลังมาเลือกซื้อน้ำปลาอยู่ภายในห้างดังกล่าว กล่าวสั้นๆ ไม่ใช้น้ำปลาสองยี่ห้อที่ตกเป็นข่าวอยู่แล้ว เพราะที่บ้านไม่ทานผงชูรส จึงเลือกใช้น้ำปลาดี ที่ไม่มีส่
ด่วน! อเมริกา สั่งแบน น้ำปลาไทย ร้านอาหารไทยอ่วม หันไปใช้เกลือ อเมริกา แบน น้ำปลาไทย / วันที่ 22 ต.ค. นายนพดล ทองมี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ขณะนี้ Office of Compliance, Center of Food Safety and Applied Nutri-tion ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาจากไทย เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง เพราะการหมักน้ำปลาจะใช้เป็นปลาตัวเล็กจึงไม่สามารถชำแหละเอาไส้ปลาออกได้ FDA สุ่มตรวจว่าน้ำปลามีสารทำให้เกิดมะเร็ง ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือต้องต้ม แม้ว่าประเด็นนี้ทางผู้ประกอบการไทยเองมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ สคร.ห่วงว่าประเด็นจะส่งผลต่อร้านไทยในสหรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 กว่าร้าน และยังมีร้านอาหารเอเชียจากกัมพูชา เวียดนาม ซึ่งต่างก็จำเป็นต้องบริโภคน้ำปลา ทำให้ตอนนี้หลายแห่งหันไปใช้เกลือแทน ก็จะเกิดปัญหารสชาติอาหารตามมา ท้ายสุดกลัวว่าจะเกิดปัญหาคล้ายซอสศรีราชาที่เสียโอกาสส่งออกในตลาดนี้ไปเลย อย่างไรก็ตาม ต้องประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ
