ข่าววันนี้

ด่วน! อเมริกา สั่งแบน น้ำปลาไทย ร้านอาหารไทยอ่วม หันไปใช้เกลือ

ด่วน! อเมริกา สั่งแบน น้ำปลาไทย ร้านอาหารไทยอ่วม หันไปใช้เกลือ

อเมริกา แบน น้ำปลาไทย / วันที่ 22 ต.ค. นายนพดล ทองมี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ขณะนี้ Office of Compliance, Center of Food Safety and Applied Nutri-tion ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาจากไทย

เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง เพราะการหมักน้ำปลาจะใช้เป็นปลาตัวเล็กจึงไม่สามารถชำแหละเอาไส้ปลาออกได้

FDA สุ่มตรวจว่าน้ำปลามีสารทำให้เกิดมะเร็ง ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือต้องต้ม แม้ว่าประเด็นนี้ทางผู้ประกอบการไทยเองมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ สคร.ห่วงว่าประเด็นจะส่งผลต่อร้านไทยในสหรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 กว่าร้าน และยังมีร้านอาหารเอเชียจากกัมพูชา เวียดนาม ซึ่งต่างก็จำเป็นต้องบริโภคน้ำปลา

ทำให้ตอนนี้หลายแห่งหันไปใช้เกลือแทน ก็จะเกิดปัญหารสชาติอาหารตามมา ท้ายสุดกลัวว่าจะเกิดปัญหาคล้ายซอสศรีราชาที่เสียโอกาสส่งออกในตลาดนี้ไปเลย อย่างไรก็ตาม ต้องประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่อไป

รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา FDA จัดให้บริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จํากัด เข้าในบัญชี Import Alert 16-120 และกักกันการนําเข้า เนื่องจากละเมิดกฎระเบียบ HACCP สําหรับสินค้าอาหารทะเล โดยระบุว่ากระบวนการผลิตน้ำปลาอาจจะก่อให้เกิดสาร Histamine และสารพิษจากเชื้อแบคทีเรีย clostridium butolinum ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ Import Alert ข้างต้นปรากฏว่ามีบริษัทผู้ส่งออกน้ำปลาไทย ได้แก่ 1) Saigon International (2004) จ.ราชบุรี 2) Tang Sang Hah จ.สมุทรปราการ (ทิพรส) ครั้งแรก วันที่ 21 เม.ย. 57 และครั้งที่ 2 วันที่ 20 พ.ค. 57 และล่าสุด 3) Thai Fishsauce Factory (Squid Brand) Co., Ltd. (ตราปลาหมึก) เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 61

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประสานกับบริษัทผู้ที่ถูกห้ามนำเข้าแล้ว ทราบว่าอยู่ระหว่างการแก้ไข โดยเคสนี้จะแตกต่างจากเคสของน้ำปลาทิพรสก่อนหน้านี้ ซึ่งทางสหรัฐขอให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้มีสารเจือปนและให้ต้ม

ฝ่ายชี้แจงว่ากระบวนการหมักน้ำปลาโดยใช้ความเค็มเป็นกระบวนการปกติของคนเอเชียที่มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล สามารถถนอมอาหารโดยใช้ความเค็ม แต่ไม่สามารถนำไปต้มได้เพราะจะทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายปัญหาไปได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำปลา

ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 22 ต.ค. 2561

Related Posts

แกร็บ ประเทศไทย ปิดเวที “GrabNEXT 2026” ชี้ อาหารไทยครองใจคนทั่วภูมิภาค ยอดสั่งซื้อ 2.2 หมื่นล้านบาท ใน 7 ประเทศ
แฟนเพลงยอมบินข้ามประเทศ ไป ‘ดูคอนเเสิร์ต’ แถมพกเงินเที่ยวต่อยาวๆ ดันยอดแพ็กเกจทริปพุ่ง 64%
เมืองไทยประกันชีวิต ปรับโฉมเว็บไซต์ 'เมืองไทยยูแอล พลัส' ใหม่ ปลดล็อกแผนชีวิตให้ยั่งยืนรับเทรนด์ Longevity
ถอดรหัส ‘ไปรษณีย์ไทย’ พลิกบทบาทจากผู้ส่งพัสดุสู่พาร์ตเนอร์ธุรกิจหนุนปลดล็อก SMEs ไทย ฝ่าความผันผวนมรสุมโลก
MK x แหลมเจริญซีฟู้ด ผสานจุดแข็ง 2 แบรนด์ ผ่านกลยุทธ์ Portfolio Synergy สร้างประสบการณ์กินรูปแบบใหม่