บะหมี่
เจาะลึกข้อมูล “ก๋วยเตี๋ยว” เมนูเส้นยอดฮิตของคนไทย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า “ก๋วยเตี๋ยว” หนึ่งในเมนูยอดฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยเหตุผลหลักคือความสะดวก รวดเร็ว และหลากหลาย ทำให้เป็นอาหารที่เหมาะกับทุกช่วงเวลาและทุกเพศทุกวัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ คุณหนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของ เพจการตลาดวันละตอน ที่ปรึกษาด้าน Data Driven Marketing ได้เผยให้เห็นถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “Data ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ทำเอง ก๋วยเตี๋ยวเรือมาแรง” ด้วยเครื่องมือ Social Listening โดยเน้นไปที่ความนิยมที่เพิ่มขึ้น ความหลากหลาย และพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นกระแสของ ก๋วยเตี๋ยวเส้นคลุก ตำเส้นเล็ก ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูสับ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ก๋วยเตี๋ยวเรือ และบะหมี่หมูแดง แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของ ‘เส้นก๋วยเตี๋ยว’ ที่สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู เป็นการสร้างความแตกต่างโดยเน้นไปที่วัตถุดิบพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ หรือแม้กระทั่งการเล่าเรื่อง Storytelling เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ ตอบโจทย์กับการตลาดยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ความนิยมของ ‘ก๋วยเตี๋ยว’ ในสื่อสังคมออนไลน์ คนไทยนิยามคำว่า ก๋วยเตี๋ยว ว่าเป็น “Comfor
ลาขาดงานออฟฟิศ หันขายบะหมี่กล่อง เสิร์ฟถึงที่ พร้อมทาน ขายดีมาก ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้ คุณเปรี้ยว-ปาริชาติ ภาสประเสริฐทรง วัย 43 ปี อดีตพนักงานออฟฟิศหันหลังให้งานประจำ มาเอาดีด้านธุรกิจอาหาร เปิดร้านซีฟู้ดควบคู่กับขายบะหมี่ ยาวนานกว่า 12 ปี “เลิกทำงานออฟฟิศเพราะเงินเดือนน้อย ต้องแต่งตัว ต้องเดินทาง หลายอย่าง เปลี่ยนมาขายเสื้อผ้า พอดีพี่สาวของแฟนขายอาหารซีฟู้ดอยู่แล้ว เราพอได้ความรู้จากเขามาบ้างเลยมาขายซีฟู้ดแทน ขายนานมากเลยต่อยอด ขายซีฟู้ดคู่กับส้มตำ คู่กับติ่มซำ แต่ยังไม่เวิร์กเท่าไหร่ จนมาจบที่บะหมี่ ซึ่งได้สูตรมาจากพ่อสามีนำมาปรับนิดหน่อยให้รสชาติกลมกล่อม” คุณเปรี้ยว เล่าถึงที่มา หลังนำบะหมี่มาขายคู่กับซีฟู้ด คุณเปรี้ยว บอกว่า ยอดขายดีขึ้น เพราะบะหมี่เป็นอาหารจานเดียว ทานง่าย ทานได้ทุกวัน คนจึงเลือกซื้อมากกว่า ส่วนซีฟู้ดลูกค้าจะมาทานในโอกาสพิเศษมากกว่า เช่น เงินเดือนออก วันสำคัญต่างๆ ฯลฯ “เราสังเกตว่า ขายบะหมี่ยอดจะอยู่ในระดับเท่ากัน แต่ถ้าซีฟู้ดยอดขายยังไม่คงที่ ขึ้นลงตามโอกาส ยอดขายวันธรรมดา กับเสาร์-อาทิตย์จะต่างกัน วันไหนขายดี เราจะดูรู้ว่าเป็นวันพิเศษของลูกค้า” จากขายบะหมี
เยาวราช หรือ ไชน่า ทาวน์ ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ ที่สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยห้างร้านอาหารหลากหลาย ทั้งร้านหูฉลาม รังนก บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เกาลัดคั่ว ร้านขนมหวานและผลไม้ บรรยากาศที่แสนคึกคัก และเป็นแหล่งอาหารอร่อยนี้เอง ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเดินเที่ยวกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มาที่เยาวราช เดินเล่นเข้าซอยนั้น ลัดเลาะเข้าซอยนี้ จนไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ลักษณะร้านเหมือนตึกแถวทั่วไป ใช้พื้นที่ชั้นล่างบางส่วนในการตั้งหม้อข้าว ถาดอาหาร และโต๊ะอาหาร มีคนนั่งกินข้าวอยู่หน้าร้าน 2 โต๊ะ เห็นสองแม่ลูกกำลังช่วยกันตักและเสิร์ฟอาหารอยู่ ด้วยความหิวจึงเลือกปักหลักทานข้าวเที่ยงที่ร้านแหล่งนี้ เดินเข้าไปสั่งอาหารกับชายที่กำลังตักอาหาร เมื่อเห็นว่าลูกค้ายังไม่เยอะมาก จึงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ทราบภายหลังว่าเขาคือ คุณสมหวัง แซ่ลิ้ม อายุ 47 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารแห่งนี้นั่นเอง เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านอาหารร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่เปิดขายอาหารมานานหลายสิบปี เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาจากซัวเถา มาเช่าตึกอยู่และเปิดร้านข้าวขาหมู ต้มเป็ด และพวกน้ำแกงขาย
หมี่อะยัม (Mie Ayam) หรือ บะหมี่อะยัม (Bakmi Ayam) คือ บะหมี่หน้าไก่ ที่เป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากจะใส่เนื้อไก่แล้ว ยังมักจะใส่เห็ดลงไปด้วย เห็ดที่นิยมคือ เห็ดฟาง แต่เห็ดอีกชนิดที่ทำแล้วอร่อยคือ เห็ดนางรมหลวง (ออรินจิ) หากใส่ไก่และเห็ดจะเรียกชื่อเต็มๆ ว่า “หมี่อะยัมจามูร์” (Mie Ayam Jamur) ถ้าใส่เกี๊ยวด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม ปังสิต”(Mie Ayam Pangsit) ไส้เกี๊ยวจะเป็นเนื้อไก่สับแทนหมูสับ ถ้าใส่ลูกชิ้นเนื้อวัวลงไปด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม บักโซ” (Mie Ayam Bakso) บะหมี่รสขาติแบบนี้เราคุ้นเคยกันดีเพียงแต่เปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นฮาลาล ส่วนผสมอื่นๆ ดูแล้วก็เป็นจีนชัดๆ ที่ดูจะเป็นพื้นเมืองหน่อยก็ตรงน้ำพริกซัมบัลที่เอาไว้เติมความเผ็ด ด้วยความที่อาหารจีน-อินโดนี้เป็นที่คุ้นเคยของคนได้ง่าย ไม่ว่าประเทศไหนก็คุ้นเคยกับอาหารจีนอยู่แล้ว เพราะประชากรชาวจีนและไชน่าทาวน์มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นหมี่อะยัมจึงเป็นอาหารเส้นยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ อธิบายวิธีทำเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากบะหมี่ปกติ ส่วนแรกคือ น้ำซุปจะต้มจากโครงไก่ เมื่อต้มได้ที่แล้วจะใส่ต้นหอมซอยและกระเทียมผัดน้ำมันลงไปซึ่งทำให้น้ำซุปมีความหอม
ช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ คนส่วนใหญ่ต่างเดินทางไปต่างจังหวัด ท่องเที่ยวบ้าง กลับบ้านบ้าง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เดินทางไปท่องเที่ยวนอกเมืองเช่นกัน พาไปเดินเล่นที่ตลาดสนามหญ้า ที่ตั้งอยู่บริเวณหอนาฬิการิมแม่น้ำแม่กลอง แหล่งรวมของอร่อยของชาวราชบุรี ที่ยามเย็นๆ ตลาดแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ของอร่อยชื่อดังของที่นี่มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของทานเล่นเบาๆ อาหารคาว-หวานต่างๆ เมื่อเดินเข้าไป ตั้งใจมาหาอะไรทานก่อนไปถ่ายรูปเล่นริมน้ำ ก็เจอเข้ากับกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่หน้าร้านร้านหนึ่ง ไม่มีป้ายชื่อหน้าร้าน มีแค่ป้ายบอกเมนูอาหารและราคาอยู่ 3 บรรทัด “บะหมี่ 35 เกี๊ยว 35 และ บะหมี่เกี๊ยว 45” กับคนสามสี่คน ที่กำลังขะมักเขม้นทำบะหมี่อยู่ มองเลยเข้าไปในร้าน เห็นคนนั่งกันเกือบเต็มไปเสียทุกโต๊ะ ประจวบเหมาะกับมีที่ว่างพอดีจึงเดินเข้าไปนั่ง เขียนออร์เดอร์อาหารไปทั้งหมด 3 อย่าง ซึ่งก็คือเมนูที่เห็นในป้ายเล็กๆหน้าร้าน แล้วไปยื่นให้คนรับออร์เดอร์ นั่งรออยู่เกือบ 20 นาที ออร์เดอร์ที่สั่งก็มาเสิร์ฟ เลยถือโอกาสถ่ายรูปหน้าตาอาหารเสียหน่อย ก่อนลงมือทาน เริ่มที่บะหมี่แห้ง เป็นบะหมี่แห้งหมูแดง
หมี่อะยัม (Mie Ayam) หรือ บะหมี่อะยัม (Bakmi Ayam) คือ บะหมี่หน้าไก่ ที่เป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากจะใส่เนื้อไก่แล้ว ยังมักจะใส่เห็ดลงไปด้วย เห็ดที่นิยมคือ เห็ดฟาง แต่เห็ดอีกชนิดที่ทำแล้วอร่อยคือ เห็ดนางรมหลวง (ออรินจิ) หากใส่ไก่และเห็ดจะเรียกชื่อเต็มๆ ว่า “หมี่อะยัมจามูร์” (Mie Ayam Jamur) ถ้าใส่เกี๊ยวด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม ปังสิต”(Mie Ayam Pangsit) ไส้เกี๊ยวจะเป็นเนื้อไก่สับแทนหมูสับ ถ้าใส่ลูกชิ้นเนื้อวัวลงไปด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม บักโซ” (Mie Ayam Bakso) บะหมี่รสขาติแบบนี้เราคุ้นเคยกันดีเพียงแต่เปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นฮาลาล ส่วนผสมอื่นๆ ดูแล้วก็เป็นจีนชัดๆ ที่ดูจะเป็นพื้นเมืองหน่อยก็ตรงน้ำพริกซัมบัลที่เอาไว้เติมความเผ็ด ด้วยความที่อาหารจีน-อินโดนี้เป็นที่คุ้นเคยของคนได้ง่าย ไม่ว่าประเทศไหนก็คุ้นเคยกับอาหารจีนอยู่แล้ว เพราะประชากรชาวจีนและไชน่าทาวน์มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นหมี่อะยัมจึงเป็นอาหารเส้นยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ อธิบายวิธีทำเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากบะหมี่ปกติ ส่วนแรกคือ น้ำซุปจะต้มจากโครงไก่ เมื่อต้มได้ที่แล้วจะใส่ต้นหอมซอยและกระเทียมผัดน้ำมันลงไปซึ่งทำให้น้ำซุปมีความหอม
ใครที่ว่าแน่ต้องลองมากินที่นี่ ที่ร้านบะหมี่ล้มยักษ์ ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล กับบะหมี่ไซส์ยักษ์ขนาดชามละ 250 บาท ชามนี้ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jirawat Kongpiban เดินทางไปรีวิวร้านบะหมี่ล้มยักษ์ ซอยประชาราษฏ์ 26 ย่านท่าน้ำนนท์ โดยบะหมี่ชามใหญ่ที่สุดคือราคาชามละ 250 บาท ทั้งเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ทำเอง หมูแดงสูตรพิเศษและเกี๊ยวหมูเด้ง นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีชามละ 150 บาท และโปรโมชั่นพิเศษจากทางร้านนั่นคือสตรีมีครรภ์รับประทานฟรี นอกจากนี้ เพจชีวิตติดรีวิว ก็รีวิวบะหมี่ล้มยักษ์เช่นกัน ว่า ที่สุดแห่งเมืองนนท์แล้วตอนนี้…กับร้าน #บะหมี่ล้มยักษ์ ร้านขายบะหมี่ย่านท่าน้ำนนท์ ต้องบอกเลยว่าร้านนี้คนรุม แบบว่าโต๊ะเต็มตลอด เส้นตีเอง รับประกันความเหนียวนุ่ม… ร้านนี้เจ๊ไปกับเพื่อน 2 คน ไปดูหน่อยสิที่เขาลำลือกันว่าเป็นอย่างไร ถาดใส่บะหมี่ที่เห็นนี้ราคา 250฿ ใหญ่ที่สุดในร้าน ควรทาน 5-6 คน ดีงามด้วยหมูแดงสูตรลับจากทางร้าน เกี้ยวหมูทำเองเนื้อเด้ง แต่ไม่มีแค่นี้ ยังมีไซต์ 150฿ ซึ่งไซต์นี้ถ้าหากสั่งแล้วทานหมด ทานฟรีไปโลด (กระซิบว่า ตั้งแต่เปิดร้านมามีคนทานหมดแค่ 4 คน) อย่าหวังเลยว่าจานนี้จะหมด 555 เห็
