บุญรอดบริวเวอรี่
ในวันที่ชื่อ “ตระกูลภิรมย์ภักดี” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปย้อนดูจุดเริ่มต้นและวิสัยทัศน์ของ “พระยาภิรมย์ภักดี” ผู้ก่อตั้งเบียร์สิงห์ ที่เริ่มสร้างธุรกิจนี้จาก “หยาดเหงื่อ” จนกลายเป็น 1 ใน 5 ตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศไทย จุดเริ่มต้นจากนายห้างค้าไม้ ย้อนกลับไปในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ต้นกำเนิดเบียร์สิงห์ ถือกำเนิดขึ้นในย่านสัมพันธวงศ์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2415 จนได้ไปร่ำเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เนียมที่วัดเชิงเลน ต่อมาในวัย 30 ปี ได้เริ่มทำ “ธุรกิจค้าไม้” โดยซื้อไม้ซุงของห้างกิมเซ่งหลีไปขายต่อให้โรงเลื่อยในคลองบางหลวง คลองบางลำพู และโรงเลื่อยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่เพียงธุรกิจค้าไม้เท่านั้น เมื่อเห็นว่าการเดินทางข้ามฟากระหว่างธนบุรีและพระนครในสมัยก่อนลำบาก ในปี 2453 จึงตัดสินใจก่อตั้ง “เรือเมล์ขาว” ธุรกิจเดินเรือที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการคมนาคมในยุคนั้น จุดกำเนิด “เบียร์สิงห์” จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2471 เมื่อรัฐบาลมีแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และตัดถนนใหม่ ซึ่งจะทับเส้นทางเดินเรือของท่านโดยตรง พร
บุญรอดบริวเวอรี่ ยักษ์เครื่องดื่มสัญชาติไทยอายุกว่าศตวรรษ เป็นหนึ่งธุรกิจที่ไม่เพียงก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 แต่ยังสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสงคราม ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ฯลฯ ในงานสัมมนา PrachachatExclusive Forum 2026 : The LongGame เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย จัดโดยประชาชาติธุรกิจ นั้น เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ และทายาทรุ่น 4 ของบุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์สิงห์ หนึ่งในยักษ์เครื่องดื่มของไทย เผยถึงแนวคิดการบริหารที่พาบุญรอดและธุรกิจในเครือ ไม่เพียงฝ่าความท้าทาย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่จะมาถึงในอนาคต แต่รวมถึงการทำให้แบรนด์อายุ 93 ปีนี้ ยังคงมีความเป็นวัยรุ่น สามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เชื่อมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ ในอนาคตอันใกล้นี้ หรือช่วงปี 2573 โลกยังเต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากการเข้าสู่ยุคของ AI, หุ่นยนต์ และการตกงานครั้งใหญ่ แม้แต่ในธุรกิจเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์เองยังต้องเผชิญกับแนวโน้มที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ แต่ละเจเนอเรชั่นดื่
ทีเอ็มบี จับมือ ”กลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่” พันธมิตรธุรกิจรายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือคู่ค้า SMEs ตั้งรับเชิงรุก ผ่านโปรแกรมซัพพลายเชน ลดภาระทางการเงิน ทั้งมาตรการพักชำระหนี้และอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ลดผลกระทบการจ้างงาน หวังช่วยให้ SMEs ก้าวข้ามวิกฤตฟื้นตัวโดยเร็ว นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า การตั้งรับเชิงรุกในสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารเข้าใจปัญหาและพร้อมช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ จึงได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ผ่านโปรแกรมซัพพลายเชน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือพยุงอุตสาหกรรมหลักของไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน โดยจับมือกับกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ พันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นพันธมิตรลูกค้าหลักของโปรแกรมซัพพลายเชนมายาวนาน มาร่วมให้ความช่วยเหลือคู่ค้า SMEs เพราะมีความตั้งใจตรงกัน มองว่า SMEs เป็นกำลังสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจไทย มาตรการช่วยเหลือจากทีเอ็มบีให้แก่คู่ค้า SMEs ของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ในครั้งนี้ ได้
