Featured ข่าววันนี้

เปิดอาณาจักร “ตระกูลภิรมย์ภักดี” จากธุรกิจค้าไม้ สู่โรงเบียร์แห่งแรกของไทย เริ่มขายขวดละ 32 สตางค์ ก่อนเติบโตหมื่นล้าน

ในวันที่ชื่อ “ตระกูลภิรมย์ภักดี” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปย้อนดูจุดเริ่มต้นและวิสัยทัศน์ของ “พระยาภิรมย์ภักดี” ผู้ก่อตั้งเบียร์สิงห์ ที่เริ่มสร้างธุรกิจนี้จาก “หยาดเหงื่อ” จนกลายเป็น 1 ใน 5 ตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศไทย

จุดเริ่มต้นจากนายห้างค้าไม้

ย้อนกลับไปในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ต้นกำเนิดเบียร์สิงห์ ถือกำเนิดขึ้นในย่านสัมพันธวงศ์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2415 จนได้ไปร่ำเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เนียมที่วัดเชิงเลน

ต่อมาในวัย 30 ปี ได้เริ่มทำ “ธุรกิจค้าไม้” โดยซื้อไม้ซุงของห้างกิมเซ่งหลีไปขายต่อให้โรงเลื่อยในคลองบางหลวง คลองบางลำพู และโรงเลื่อยริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไม่เพียงธุรกิจค้าไม้เท่านั้น เมื่อเห็นว่าการเดินทางข้ามฟากระหว่างธนบุรีและพระนครในสมัยก่อนลำบาก ในปี 2453 จึงตัดสินใจก่อตั้ง “เรือเมล์ขาว” ธุรกิจเดินเรือที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการคมนาคมในยุคนั้น

จุดกำเนิด “เบียร์สิงห์”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2471 เมื่อรัฐบาลมีแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และตัดถนนใหม่ ซึ่งจะทับเส้นทางเดินเรือของท่านโดยตรง พระยาภิรมย์ภักดีจึงต้องมองหา “น่านน้ำใหม่” ทันที

ท่านได้มีโอกาสพบกับมิสเตอร์ไอเซนโฮเฟอร์ และได้ลิ้มรส “เบียร์เยอรมัน” จนเกิดความประทับใจ จึงคิดว่าน่าจะทำขายในเมืองไทยได้ จึงยื่นหนังสือขออนุญาตตั้งโรงต้มกลั่นเบียร์แห่งแรกของไทยในปี 2473 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 600,000 บาท ในที่สุด วันที่ 4 สิงหาคม 2476 จึงถือเป็นวันเกิดของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

หลังก่อสร้างโรงงานเสร็จในปี 2477 บริษัทก็เปิดตัวเบียร์ยี่ห้อ “โกลเด้นไคท์” และ “สิงห์” ขายราคาขวดละ 32 สตางค์ ด้วยความมุ่งมั่นและความอุตสาหะ ทำให้ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี บริษัทสามารถครองตลาดเบียร์ได้อย่างรวดเร็วถึงราว 40% จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่ครองใจคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย

สืบทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น

จากรุ่นของพระยาภิรมย์ภักดี ธุรกิจได้ถูกส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 และ 4 ปัจจุบันภายใต้การนำของ คุณเต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี ทายาทรุ่นที่ 4 และล่าสุดในปี 2567 ทาง Forbes ได้จัดอันดับให้ คุณสันติ ภิรมย์ภักดี เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 19 ของไทย ตระกูลภิรมย์ภักดีได้ขยายอาณาจักรภายใต้ชื่อ “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” ที่ไม่ได้มีแค่เบียร์ แต่ยังมีน้ำดื่ม โซดา อาหาร และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผลประกอบการของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ปี 2568 มีรายได้ 12,777 ล้านบาท ขาดทุน 4,783 ล้านบาท และ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ปี 2567 มีรายได้ 3,950 ล้านบาท กำไร 3,135 ล้านบาท

อ้างอิง

วิกิพีเดีย

ศิลปวัฒนธรรม 

CredenData

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว