ประกันสังคม
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ดังนี้ กรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐที่ทำความตกลง กรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของเอกชนที่ทำความตกลง ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมจะเกิดขึ้น เมื่อผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับบริการ และรวมถึงหลังจากที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เกิน 6 เดือน กรณีใช้บริการกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงกับ สปส. ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนจะต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วสามารถยื่นขอรับเงินคืนได้ตามหลักเกณฑ์ ผ่านระบบ e-Self Service หรือยื่นที่ สปส.ทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สปส.กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ซึ่งนายจ้างก็ได้สมทบในอัตรา 5% เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนของรัฐบาลที่ร่วมสมทบในอัตรา 2.75% รวมทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 12.75% สำหรับใช้ในการจ่ายสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี ให้แก่ผู้ประกันตน ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน เงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท (คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท) ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตนใน 7 กรณีสำคัญ ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท) : ครอบคลุมการเจ็บป่วย (รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน), คลอดบุตร (เหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง ฝากครรภ์ 1,500 บาท ผู้ประกันตนหญิงรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร สูงสุด 26,250 บาท), ทุพพลภาพ (เงินทดแทนตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาท/เดือน ) และเสียชีวิต (ค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายสมทบ 36 เดือน ขึ้นไปได้รับเพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย) กรณีว่างงาน (87.50 บาท) : รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,50
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เห็นด้วยปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม ระบุต้องแยกส่วนระหว่าง “ประสิทธิภาพในการบริหาร-การเพิ่มเงินสมทบ” เพราะ 2 เรื่องพัฒนาไปพร้อมกันได้ แนะรัฐออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ-ลดหย่อนภาษี เพื่อผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง พร้อมพัฒนาสิทธิประโยชน์ได้ดีกว่า “บัตรทอง” ตอบโจทย์ 2 ความกังวลผู้ประกันตน “เจ็บป่วย-เกษียณแล้วไม่มีเงิน” จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยกำหนดให้มีการปรับเพดานค่าจ้างแบบขั้นบันไดทุก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป และอัตราเงินสมทบยังคงคิดที่ร้อยละ 5 เช่นเดิม ซึ่งในช่วง 3 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2569-2571 เพดานค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน ซึ่งเดิมผู้ประกันตน มาตรา 33 เคยส่งเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาท จะปรับเพิ่มเป็น 875 บาทต่อเดือน ผศ.ดร.ธร ปีติดล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการปรับเพดานจ่ายเงินสมทบในระบบประกันสังคมแ
จ่อขยายเพดานจ่ายเงินสมทบ ประกันสังคม ถึง 2 หมื่นบาท ขยับเกษียณอายุจากเดิม เป็น 65 ปี ตอบโจทย์สังคมสูงอายุ? เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าหารือร่วมกับบริษัทการลงทุน AllianceBernstien Asset Management (Korea) Ltd. เพื่อนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนกลับเข้าสู่กองทุน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน สปส. ได้นำเงิน กองทุนประกันสังคม ไปลงทุนใน 8 กองทุนที่มีความมั่นคงสูง โดยบริษัท AB เป็นบริษัทจัดการบริหารกองทุนของเกาหลี โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางประกันสังคมได้ลงทุนผ่านบริษัทเอเยนซีในประเทศสิงคโปร์ด้วยเงินลงทุนราว 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการลงทุนปีที่ผ่านมามีผลประกอบการอยู่ที่ร้อยละ 4.79 ในเป้าหมายการลงทุนร้อยละ 4 ดังนั้น ก็ถือเป็นตัวเลขที่น่าพึ่งพอใจ แต่การที่จะบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีความยั่งยืนและหลุดออกจากการคาดการณ์ของไอแอลโอ
ผู้ประกันตนต้องรู้! เปิดวิธี เช็กยอดเงินชราภาพ ประกันสังคม ม.33/39 ทำได้ที่บ้าน ด้วย 3 วิธี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ เผยข่าว คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเป็นการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) โดยระบุเงื่อนไขไว้ ดังนี้ ขอเลือก กรณีให้ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จชราภาพ ขอคืน กรณีให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ขอกู้ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักค้ำประกันการกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธินำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนประมาณ 5 ล้านคน คนละ 30,000 บาทสำนักงานประกันสังคม จะต้องดำเนินการสำรองเงิน จำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้กองทุนประกันสังคมสูญเสียรายได้จำนวน 6,750 ล้านบาท พร้อมทั้งเสียผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 4.5 เป็นเวลา 1 ปี ในระหว่างร
ม.40 ใครจ่ายเงินสมทบเกิน ไม่ต้องกังวล ประกันสังคม แนะวิธี ขอรับเงินคืนได้ วันที่ 10 พ.ค. 2565 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกาประกาศลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 40 เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบ ต่ออีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในงวดเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2565 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกันตน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 40 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในอัตราใหม่ 3 ทางเลือก คือ 1. ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย จากเดิมจ่ายในอัตรา 70 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่ เป็น 42 บาท/เดือน 2. ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และกรณีชราภาพ จากเดิมจ่ายในอัตรา 100 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 60 บาท/เดือน 3. ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร จากเดิมจ่ายในอัตรา 300 บาท/เด
ไขข้อข้องใจ! ผู้ประกันตน ม.33-39-40 หากติดโควิด-19 จะใช้ ประกันสังคม รักษา-รับเงินชดเชยเท่าไร? เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยประกาศ หากผู้ประกันตน ติดเชื้อโควิด-19 ประกันสังคม พร้อมให้ความช่วยเหลือและชดเชย โดยครอบคลุมการรักษาของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 รวมทั้งการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่ผู้ประกันตนทุกมาตรา ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 จะได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทางการแพทย์ประเภทผู้ป่วยใน ดังนี้ – ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ – ค่าดูแลการให้บริการผู้ประกันตน (ค่าอาหาร 3 มื้อ การติดตามอาการ และการให้คำปรึกษา) – ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด และอุปกรณ์อื่นๆ – ค่ายาที่ใช้รักษา – ค่าพาหนะเพื่อรับหรือส่งต่อผู้ป่วยระหว่างที่พัก โรงพยาบาลสนาม และสถานพยาบาล – ค่าบริการ X-ray – ค่า oxygen ตามดุลยพินิจของแพทย์ โดย สปส. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขฯ ค่าทดแทนเมื่อขาดรายได้ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 – กรณีลาป่วย 30 วันแรกจะได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตามกฎห
หยุดยาวหายห่วง! ป่วยฉุกเฉิน–ติดโควิด ใช้ประกันสังคม รักษาได้ทุก รพ. ฟรี! วันที่ 14 เมษายน 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยสูงขึ้น ไม่ต่ำกว่า 25,000 รายต่อวัน และคาดการณ์ว่ายอดผู้ติดเชื้อหลังเทศกาลสงกรานต์จะพุ่งสูงขึ้น หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด อาจทำให้มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 100,000 รายต่อวัน “เรื่องดังกล่าว ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ประกันตน จึงกำชับให้ สํานักงานประกันสังคม เตรียมแผนรับมือต่อการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้น ตนจึงได้จัดการประชุมผ่านระบบวิดีโอ (VDO conference) ร่วมกับสถานพยาบาลกว่า 200 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ยังสถานพยาบาลตามสิทธิ และสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม หรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพทุกแห่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สำนักงานจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถาน
ผ่านฉลุย! มาตรการลดเงินสมทบ ประกันสังคม ม.33 ม.39 นาน 3 เดือน วันที่ 5 เมษายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และผู้ใช้แรงงาน ได้ออก 10 มาตรการ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ใช้แรงงาน หนึ่งในนั้นคือการลดเงินสมทบประกันสังคม เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง ผู้ประกอบการ และพี่น้องผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และบริการของทั้งในและต่างประเทศ โดยวันนี้ (5 เมษายน 2565) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการในการช่วยเหลือลดเงินสมทบนายจ้าง ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมร้อยละ 5 เหลือฝ่ายละร้อยละ 1 ของค่าจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ปรับลดอัตราเงินสมทบ จากเดิมร้อยละ 9 (เดือนละ 432 บาท) เหลือร้อยละ 1.9 คิดเป็นเงินเดือนละ 91 บาท โดยเริ่มตั้งแต่งวดเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2565 สำหรับฝ่ายรัฐบาลยังส่งเงินสมทบในอัตราเดิมค
3 นาที 4 ขั้นตอน! เปลี่ยนโรงพยาบาล ประกันสังคม ผ่านออนไลน์ ถึง 31 มี.ค.นี้ วันที่ 2 มีนาคม 2565 เพจ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน โพสต์แจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับการเปลี่ยนโรงพยาบาล ประกันสังคม ของผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 โดยเน้นย้ำว่า ให้รีบเปลี่ยนด่วน ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น การเปลี่ยนโรงพยาบาล ปี 2565 มี 3 เหตุผล ได้แก่ เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี ย้ายสถานประกอบการ ย้ายที่อยู่ สามารถยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลผ่านออนไลน์ง่ายๆ เข้าไปที่เว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th และ Log in คลิกคำว่า “ผู้ประกันตน” คลิก “ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล” เช็กโรงพยาบาลที่ว่างและกดเลือกสถานพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยน รอผลการอนุมัติ โดยสิทธิจะปรากฏในวันที่ 1 หรือ 16 ของเดือน หากผู้ประกันตนไม่สะดวกยื่นผ่านออนไลน์ ก็สามารถยื่นผ่านนายจ้าง หรือยื่นที่สำนักงานประกันสังคมได้ด้วยหมดเขต 31 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง …………………………………………̷
