ปัญญาประดิษฐ์
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
ส่อง AI เทรนด์ในปี 2025 เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ไม่อยากโดน Disrupt ต้องปรับตัว วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) พาส่องเทรนด์ AI ปี 2025 เครื่องมืออัจฉริยะที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หนทางสู่โอกาส-ทางรอด-การปรับตัว ในโลกของการทำงาน เรียน และชีวิตประจำวัน ผศ.ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (College of Engineering and Technology : CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวถึงเทรนด์ที่น่าจับตามอง ปี 2025 ว่า AI ยังเป็นเทคโนโลยีที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการเรียน ที่ทุกช่วงวัยไม่ควรมองข้าม ควรเตรียมพร้อมเพื่อก้าวให้ทันความท้าทายใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญมากต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้งานต่างๆ สามารถเรียนรู้และนำมาช่วยทั้งในการทำงาน การเรียน และอื่นๆ ช่วยสร้างความได้เปรียบที่เหนือกว่าจากทักษะการใช้งาน AI อย่างไรก็ตาม AI อาจมีบทบาทด้านลบได้ในแง่ของการทดแทนคนทำงานได้เช่นกัน ทั้งนี้ McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ได้ส
AI พนักงานคนใหม่ที่ไม่เคยลาออก ปรับใช้แทนลูกน้องบางส่วน แล้วจะรู้ว่า “สบายใจ สบายเงิน” คงไม่กล้าปฏิเสธใช่ไหมครับว่า AI ฉลาด “จนน่ากลัว” แท้จริงแล้วคนที่ฉลาดกว่า คือผู้ที่คิดและสร้าง AI นั่นแหละครับ ซึ่ง AI เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเรานานพอสมควรแล้ว เพียงแต่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในรูปแบบต่างๆ เช่น ระบบนำทางที่ช่วยคิดทางที่ดีที่สุดให้เรา พูดจาบอกกล่าวเราได้ พาไปหลงกันบ้าง ก็คงต้องอภัยกันไป แต่ดูว่านับวัน ความแม่นยำยิ่งมากขึ้น คนที่เล่น Facebook ก็คงเข้าใจความน่าสยองพองขนอันหนึ่งร่วมกัน นั่นคือ แค่พูดคุยกันถึงเรื่องอะไร เดี๋ยวเดียว โฆษณาที่เกี่ยวกับสิ่งนั้น จะโผล่มาหลอกหลอนเรา จนนอนไม่หลับ ใครที่จิตอ่อน ก็ต้องยอมนิ้วลั่น กดสั่งซื้อกันไป ส่วนใครจิตแข็ง ก็รีบหาเรื่องอื่น พูดถึงสิ่งอื่น จะได้เบี่ยงเบนให้ AI ได้ทำงานใหม่ มาถึง พ.ศ. นี้ รูปแบบหนึ่งของ AI ที่เรียกกันว่า Generative AI หรือชื่อเรียกสั้นๆ ว่า Gen AI ถือเป็นปัญญาประดิษฐ์เพื่อมวลมนุษยชาติจริงๆ Gen AI ถูกออกแบบมาให้ใช้ภาษาในการสื่อสารกับมนุษย์แบบเป็นธรรมชาติ ที่เรียกว่า NLP (Natural Language Processing) จากเดิม คนที่จะสื่อสารกับ AI ได้ ต้
AI กำลังจะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่? ผลสำรวจเผย คนไทยกว่า 70% ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา ส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นคนมีรายได้สูง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม BBDO Bangkok รายงานว่า ปัจจุบันในยุคที่กระแส AI มาแรงสุดๆ และเข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันของเราให้ล้ำไปอีกขั้น BBDO Bangkok ได้เผยผลสำรวจเจาะลึกความคิดเห็นผู้บริโภคไทยและพฤติกรรมการใช้ AI จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คนในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิด ความเข้าใจที่มีต่อ AI และพฤติกรรมการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ พบว่าปัจจุบัน คนไทย 73.84% ได้ใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิต ด้วยเหตุผลว่า AI ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ช่วยประหยัดเวลา และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า คนที่มีรายได้น้อยกว่า 25,000 บาท มีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จาก AI น้อยกว่าคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีคนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก AI อีกกว่า 25% โดยพบว่า เหตุผลของผู้ชายและผู้หญิงที่ไม่ใช้ AI นั้นแตกต่างกันไป โดยเพศหญิงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตั
AI ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือผู้ช่วยต่อยอดสิ่งใหม่ เพิ่มความรู้ ความสามารถ ให้มนุษย์ ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เริ่มเข้ามามีส่วนในการทำงานที่หลากหลายมิติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานกราฟฟิก งานเขียน งานดนตรี ส่งผลให้คนทำงานสร้างสรรค์เริ่มมีความกังวล และตั้งคำถามมากมายว่า AI จะเข้ามาทดแทน หรือส่งผลกระทบต่อสายงงานอาชีพมากแค่ไหน ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้จัดงาน Creativities Unfold 2023 งานชุมนุมทางความคิดสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ประจำปี ภายใต้งาน CREATIVE BUSINESS CONNEXT โดยได้มีการเชิญผู้นำความคิดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น ภายใต้ธีม VISIONAIRE: Reminisce/The Way Forward-แปลงอดีต เปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคต หนึ่งในนั้นคือ พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร จาก MIT Media Lab นักเทคโนโลยี นักวิจัย ผู้ลุ่มหลงการผนึกกำลังของมนุษย์และ AI ได้มาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับ AI ในหัวข้อ Human+AI for the Future of Entertainment & Storytelling ได้อย่างน่าสนใจ AI กับการปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ สำหรับพัทน์แล้ว AI (Artifi
สอน. ชูปัญญาประดิษฐ์ เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย สู่สากล สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ดำเนินการจัดทำโครงการ “พัฒนาระบบวิเคราะห์และชี้นำเตือนภัยอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย” โดยเน้นแนวทางที่จะต่อยอดและบูรณาการร่วมกับระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้ามาเป็นแกนหลักในการพัฒนาระบบวิเคราะห์และชี้นำเตือนภัยอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย นอกจากนี้ จะได้พัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์การดำเนินงานตามภารกิจหลักของสำนักงานฯ และเชื่อมโยงกับระบบศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytic) สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต นายนรุณ สุขสมาน รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “การจัดทำโครงการ “พัฒนาระบบวิเคราะห์และชี้นำเตือนภัยอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ระยะที่ 2 เพ
พึ่ง AI ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด! ธุรกิจ ต้องมี เซอร์วิสมายด์ จาก มนุษย์ สำคัญไม่แพ้กัน เทคโนโลยีที่ฉลาดเกินไป ความมีหัวใจก็จืดจาง แม้เรากำลังย่างก้าวเข้าไปสู่โลกที่ฉลาดล้ำ จนแทบจินตนาการไม่ออก ว่าเทคโนโลยี สามารถฉลาดไปได้อีกมากเพียงไหน หลายธุรกิจหันมาพึ่งพิงเทคโนโลยี เพื่อการทำงานแทนมนุษย์ในหลายเรื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่บางทีก็ “พลาด” ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่เรียกสั้นๆ ว่า AI เป็นความมหัศจรรย์ของมวลมนุษยชาติ ช่วยนำความก้าวหน้ามาสู่หลายธุรกิจ ที่รู้จักใช้งานอย่างชาญฉลาด หลายธุรกิจคิดว่า AI มาแทนมนุษย์ได้ แต่เชื่อเถอะ อะไรที่ต้องใช้ “หัวจิตหัวใจ” AI ไม่รู้จัก งานบริการหลายอย่าง ยังต้องการมนุษย์ ที่สื่อสารกับมนุษย์ โดยเฉพาะ “ยามที่มีปัญหา” แต่ไม่ได้แปลว่า ทุกปัญหา ต้องให้มนุษย์มาจัดการ เพราะบางปัญหา AI ก็สามารถช่วยได้ ปัญหาพื้นๆ ที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ เช่น วิธีการใช้งาน สถานที่ติดต่อ ขั้นตอนการดำเนินการบางอย่าง ฯลฯ ซึ่งต้องไม่ใช่ปัญหาที่มาพร้อมกับความรู้สึกผิดหวัง โกรธ ไม่พึงพอใจ ความเดือดเนื้อร้อนใจ ปัญหาที่มาพร้อมอารมณ์ ผิดหวัง โกรธ ไม่พึงพอใจ ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือปัญหา
บพค.เร่งสร้างความเข้าใจ “AI” ไม่แย่งงานคน เชื่อเป็นฐานสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วันที่ 8 มี.ค.64 ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ AI ไทยสามารถ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความสำคัญ ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยได้รับทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) “ก่อนเริ่มโครงการ เราได้ทำการวิจัย ทั้งสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ เอกชน หรือถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ว่าถ้าจะเราทำโครงการนี้เพื่อให้คนไทยเข้าใจเรื่องของปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้นควรต้องทำอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ยังได้เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์จากลุ่มตัวอย่าง 400 คนใน 4 จังหวัดใหญ่ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยแบ่งเป็นประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการธุรกิจ ว่าคนไทยเข้าใจ ได้ยิน หรือรับรู้เรื่องเ
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมนั่งดูข่าวการทดลองรถบรรทุกไร้คนขับบนถนนจริง ของแบรนด์รถยนต์เจ้าดัง แล้วเกิดความคิดหลายอย่างระคนกัน วันนี้เลยอยากชวนคุยเรื่องอนาคต ที่ยังคาดคะเนได้ไม่ชัดเจนกันบ้าง เรื่องการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการทดลอง ทดสอบกันมานาน และมีข่าวออกมาเป็นระยะถึงการ “ใกล้เคียงความจริง” ความจริงที่ว่าคือ มันจะใช้ได้จริงๆ บนท้องถนนอันโกลาหลวุ่นวาย โดยไม่เกิดอันตราย สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือ แบรนด์สินค้าด้านการสื่อสารไร้สายหลายเจ้า ทั้งที่โด่งดังสุดของโลก ยังให้ความสนใจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ การทดลองรถบรรทุกไร้คนขับ กำลังบ่งบอกว่า ผู้พัฒนาหรือค่ายรถยนต์ต่างๆ มุ่งการไร้คนขับไปที่ รถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถส่วนบุคคลหรือเปล่า เพราะมานั่งคิดดู รถส่วนบุคคล ถึงไร้คนขับ ผมยังเชื่อว่าเจ้าของรถอาจไม่สบายใจเวลานั่ง แล้วปล่อยให้รถทำหน้าที่เอง อีกประการขับเองก็ได้อรรถรส สนุกสนานกว่าในบางคราว แต่หากใช้เพื่อการพาณิชย์ คุ้มค่าน่าสนใจ และเพิ่มยอดขายให้รถประเภทนี้แน่นอน เพราะประหยัดการจ้างคนไปอีกเยอะ “คนขับรถกำลังจะตกงานหรือ”ผมว่าไม่เพียงคนขับรถหรอกครับ ที่กำลังจะตกงาน การ
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมนั่งดูข่าวการทดลองรถบรรทุกไร้คนขับบนถนนจริง ของแบรนด์รถยนต์เจ้าดัง แล้วเกิดความคิดหลายอย่างระคนกัน วันนี้เลยอยากชวนคุยเรื่องอนาคต ที่ยังคาดคะเนได้ไม่ชัดเจนกันบ้าง เรื่องการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการทดลอง ทดสอบกันมานาน และมีข่าวออกมาเป็นระยะถึงการ “ใกล้เคียงความจริง” ความจริงที่ว่าคือ มันจะใช้ได้จริงๆ บนท้องถนนอันโกลาหลวุ่นวาย โดยไม่เกิดอันตราย สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือ แบรนด์สินค้าด้านการสื่อสารไร้สายหลายเจ้า ทั้งที่โด่งดังสุดของโลก ยังให้ความสนใจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ การทดลองรถบรรทุกไร้คนขับ กำลังบ่งบอกว่า ผู้พัฒนาหรือค่ายรถยนต์ต่างๆ มุ่งการไร้คนขับไปที่ รถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถส่วนบุคคลหรือเปล่า เพราะมานั่งคิดดู รถส่วนบุคคล ถึงไร้คนขับ ผมยังเชื่อว่าเจ้าของรถอาจไม่สบายใจเวลานั่ง แล้วปล่อยให้รถทำหน้าที่เอง อีกประการขับเองก็ได้อรรถรส สนุกสนานกว่าในบางคราว แต่หากใช้เพื่อการพาณิชย์ คุ้มค่าน่าสนใจ และเพิ่มยอดขายให้รถประเภทนี้แน่นอน เพราะประหยัดการจ้างคนไปอีกเยอะ “คนขับรถกำลังจะตกงานหรือ”ผมว่าไม่เพียงคนขับรถหรอกครับ ที่กำลังจะตกงาน การ
