ปู
จากเสียงคลื่นและกลิ่นคาวทะเลในวัยเยาว์ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์บนโต๊ะอาหาร ชีวิตคลุกคลีกับ “ปู” ตั้งแต่ยังไม่ลืมตา โอบล้อมด้วยเรื่องราวของ “วัตถุดิบ” จากท้องทะเลอันอุดมในอดีต คือรสชาติที่บริสุทธิ์ ดั่งผืนป่าโกงกางที่น้ำยังใส แร่ธาตุยังเต็มเปี่ยม เมื่อวันเวลาผันผ่าน แหล่งวัตถุดิบเปลี่ยนไป แต่หัวใจของการปรุงยังคงแน่วแน่ การเดินทางตามหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด แม้ต้องโบยบินข้ามทวีป สู่พม่า ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม หรือแม้กระทั่งมาดากัสการ์ ทุกการเดินทาง ทุกหยาดเหงื่อ คือการบ่มเพาะความเข้าใจในวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง ดุจงานฝีมือที่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจ จากเด็กเก็บออร์เดอร์ข้างถนน สู่ “จกโต๊ะเดียว” ที่ไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่มี “หัวใจ” ที่พร้อมจะปรับปรุงและแก้ไขในทุกวินาที เพราะรสชาติที่แท้จริง เกิดจากการรู้จักวัตถุดิบอย่างแตกฉาน รู้เวลาและจังหวะที่เหมาะสม และเหนือสิ่งอื่นใด คือการสร้าง เอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะนี่ไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือเรื่องราวชีวิตที่ถูกกลั่นกรองผ่านรสชาติ จากทะเลสู่โต๊ะอาหาร ด้วยหัวใจของคนทำ อ่านเรื่องราวการเดินทางของ จกโต๊ะเดียว เพิ่มเติม คลิก
อ.เจษฎาเตือน ‘ปูพิษ’ ร้ายแรงกินแล้วอาจช็อก เป็นอัมพาต ถึงขั้นเสียชีวิต วันที่ 30 ม.ค. รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงรายละเอียด กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพปูในกลุ่มบ้านฉาง@ระยอง พร้อมถามว่า ปูอะไร กินได้ไหม โดย รศ.ดร.เจษฎา ว่า ปูตัวนี้ชื่อว่า Mosaic reef crab หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lophozozymus pictor อยู่ในวงศ์ Xanthidae (พวกปูใบ้) มักพบตามแนวปะการัง ใกล้ชายฝั่ง ขนาดตัวประมาณ 8-10 เซนติเมตร มีสีแดงถึงส้ม พร้อมลวดลายจุดสีขาวคล้ายกระเบื้องโมเสกบนกระดอง มีก้ามสั้นที่มีปลายสีดำ ปัจจุบันถือว่าเป็นปูชนิดที่หาได้ค่อนข้างยาก ปูพิษที่ว่านั้น มักจะเป็นปูในวงศ์ปูใบ้ เช่น ปูใบ้แดง (Artergatis intergerrimus) ปูใบ้ลาย (Lophozozymus pictor) ปูตาเกียง (Eriphia smithi) ปูใบ้ตาแดง (Eriphia sebana) เป็นต้น…ขณะที่ปูใบ้อีกหลายชนิด ก็สามารถนำมากินได้โดยไม่มีพิษ (จึงทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ถ้าเลือกกินผิดชนิด) ซึ่งปูใบ้ชนิดที่มีพิษนั้น มีทั้งพิษที่เกิดจากสารกลุ่มนิวโรท็อกซิน ที่ทำลายประสาท เช่น สาร ซาซิ
เมื่อที่ 27ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศบริเวณบ้านพักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในซอยโยธินพัฒนา3 ว่า ตลอดทั้งวันยังเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีผู้สื่อข่าวที่มาเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวด้านหน้าบ้านพัก และตำรวจสายตรวจสน.ลาดพร้าว ที่ตระเวนมาดูแลความเรียบร้อยตามปกติ โดยบุคคลที่อยู่ภายในบ้านยังคงเก็บตัวเงียบ ส่วนความเคลื่อนไหวของนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ซึ่งเดินทางออกจากบ้านพักไปพักอยู่กับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ โดยเข้ารับการปฐมนิเทศนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2560 ที่โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง (รร.รด.ศสร.)เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา และในวันเดียวกันนี้ยังพักผ่อนทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดกับบุคคลใกล้ชิด และจะเดินทางไปเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ตามปกติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากที่บุคคลใกล้ชิดได้รับการติดต่อและยืนยันว่าเดินทางไปพักอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ในช่วงเวลานี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้เวลาเพื่อ
