ผลสำรวจ
BrandBuffet.in.th สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ได้เปิดผลสำรวจ “GEN Z TOP BRAND 2026: สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” การจัดอันดับแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมนำเสนออินไซต์เชิงลึกและเครื่องมือวิเคราะห์แบรนด์ยุคใหม่ เพื่อช่วยองค์กรปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กลุ่ม Gen Z ซึ่งเกิดระหว่างปี 2540-2555 และมีอายุประมาณ 14-29 ปี จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของประเทศ โดยภายในปี 2569 คาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของประชากรในประเทศไทย และกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสำคัญที่แบรนด์ไม่อาจมองข้าม ดังนั้นเว็บไซต์ BrandBuffet.in.th จึงจับมือกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listeningทำการสำรวจ “GEN Z TOP BRAND 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” โดยการศึกษาในครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลทั้งจากเสียงใน Social Media ก่อนจะนำมาทำวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative) และ เชิงคุณภาพ (Qualitative) จากกลุ่มตัวอย่างทั้ง Gen X , Gen Y และ Gen
“กรุงศรี” (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปรับตัวสูงขึ้น 71.4% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการมีความรู้ทางการเงิน เพื่อต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเผยอินไซต์พฤติกรรมของคน 4 เจเนอเรชัน ในยุคสมัยใหม่ที่มีโจทย์ชีวิตแตกต่างกัน คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การเงิน เกี่ยวข้องกับ ‘ความยั่งยืน’ อย่างไร หรืออาจมองว่าความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การเงินเกี่ยวข้องกับเกือบทุกมิติของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง” ความตระหนักรู้ด้านการเงินของคนไทย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากรายงาน Saving Behavior Survey : Decoding the Saving Habits of Thai Consumers 2025 ที่รวบรวมข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรี ชี้ว่า ทักษะทางการเงินของคนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4% เพิ่มขึ้นจาก 67.4% ในปี 2563 และสูงกว่า
ตั้งเป้าสุขภาพดีปี 2025 แนะ 6 เคล็ดลับเริ่มต้นง่ายๆ กินอย่างไรให้สุขภาพดี เมื่อปีใหม่มาเยือนอีกครั้ง หลายคนคงเตรียมพร้อมตั้งเป้าหมายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นรับปี 2025 โดยจากผลสำรวจล่าสุดของเฮอร์บาไลฟ์ ‘New Year, New Me’ พบว่า เกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามจาก 11 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังวางแผนตั้งเป้าหมายสำหรับปีใหม่ โดย 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้มีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มพลังงานให้ร่างกายและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ดร.ภญ.วิภาดา แซ่เล้า หัวหน้าฝ่ายการศึกษาด้านโภชนาการและการฝึกอบรมเอเชียแปซิฟิก เฮอร์บาไลฟ์ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมมอบเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้ทุกคนไปถึงผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้ 1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและทำได้จริง หลายครั้งเรามักตั้งเป้าหมายแบบสุดโต่งหรือมีความคาดหวังมากเกินไป ซึ่งการบังคับสมองให้ยอมรับอาหารสุขภาพแบบกะทันหัน อาจทำให้ความต่อเนื่องในระยะยาวเป็นเรื่องยาก ลองเปลี่ยนมาเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริงแทน เช่น ถ้าคุณต้องการลดอาหารขยะ ให้เริ่มจากการเปลี่ยนขนมไม่ดี 1 อย่างในแต่ละวันเป็นตัวเลือกที่ม
AI กำลังจะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่? ผลสำรวจเผย คนไทยกว่า 70% ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา ส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นคนมีรายได้สูง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม BBDO Bangkok รายงานว่า ปัจจุบันในยุคที่กระแส AI มาแรงสุดๆ และเข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันของเราให้ล้ำไปอีกขั้น BBDO Bangkok ได้เผยผลสำรวจเจาะลึกความคิดเห็นผู้บริโภคไทยและพฤติกรรมการใช้ AI จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คนในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิด ความเข้าใจที่มีต่อ AI และพฤติกรรมการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ พบว่าปัจจุบัน คนไทย 73.84% ได้ใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิต ด้วยเหตุผลว่า AI ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ช่วยประหยัดเวลา และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า คนที่มีรายได้น้อยกว่า 25,000 บาท มีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จาก AI น้อยกว่าคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีคนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก AI อีกกว่า 25% โดยพบว่า เหตุผลของผู้ชายและผู้หญิงที่ไม่ใช้ AI นั้นแตกต่างกันไป โดยเพศหญิงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตั
ผลสำรวจชี้ คนไทย 59% ไม่อยากลงทุนทำธุรกิจ เพราะกลัวเจ๊ง ข้าวของราคาแพง และไม่มีเงินทุน กรุงเทพโพลล์ ร่วมกับ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ประจำไตรมาส 2 ของปี 2567” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,228 คน โดยได้เปรียบเทียบกับการสำรวจคร้ังที่ผ่านมา ช่วงเดือน มี.ค. 2567 ในประเด็นต่างๆ พบว่า ประชาชนเห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการเริ่มธุรกิจในอนาคตมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.9 ลดลงร้อยละ 8.4 รองลงมาคือ มีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจในอนาคตข้างหน้า คิดเป็นร้อยละ 42.6 ลดลงร้อยละ 2.5 และมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มทำธุรกิจใหม่ คิดเป็นร้อยละ 38.7 ลดลงร้อยละ 5.9 ขณะที่เห็นว่าไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว คิดเป็นร้อยละ 59.9 เพิ่มขั้นร้อยละ 3.5 ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง พบว่า ร้อยละ 50.4 กลัวความล้มเหลว กลัวขาดทุน รองลงมาคือ ปัญหาข้าวของราคาแพง ค่าครองชีพสูง คิดเป็นร้อยละ 45.1 รองลงมาคือ ไม่มีเงินทุนมากพอ คิดเป็นร้อย
ผลสำรวจชี้ ทักษะการใช้งาน AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงาน ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ร่วมกับ LinkedIn เผยผลงานวิจัย Work Trend Index 2024 เกี่ยวกับสถานะความคืบหน้าของคนทำงานในประเทศไทยและทั่วโลก ในการนำนวัตกรรม AI มาใช้ในที่ทำงาน รายงาน Work Trend Index 2024 รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจพนักงานและผู้บริหารกว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศทั่วโลก* รวมถึงประเทศไทย พร้อมด้วยแนวโน้มตลาดแรงงานและเทรนด์การจ้างงานผ่านทาง LinkedIn รวมถึงข้อมูลที่เก็บรวบรวมมานับล้านล้านรายการจากการใช้งาน Microsoft 365 และการศึกษาวิจัยลูกค้าของบริษัทที่อยู่ใน Fortune 500 นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปัจจุบัน Generative AI เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับ และนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในที่ทำงาน จะเห็นได้ว่าพนักงานส่วนใหญ่เลือกนำ AI มาช่วยสะสางภาระงานในแต่ละวัน โดยที่ไม่ได้รอดูว่าองค์กรจะมีเครื่องมือ บริการ วิสัยทัศน์ หรือแนวทางการใช้งานอย่างไร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องเร่งตอบสนองต่อปรากฏการณ์นี้ เพื่อให้องค์กรและพนักงานได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใ
พบ เด็กกทม. ครองแชมป์ ไม่กินผัก ติดบุหรี่ไฟฟ้า สุขภาพจิตมีปัญหา นับเป็นเวลา 2 ทศวรรษแล้วที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม จัดทำรายงานสุขภาพคนไทย ด้วยข้อมูลจากการสำรวจและบทวิเคราะห์เพื่อสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและผลักดันนโยบายสุขภาพของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากข้อมูล 7 ตัวชี้วัดทางสุขภาพที่สำคัญจำแนกตามเขตภูมิภาคเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พบเด็กกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ครองแชมป์ไม่กินผัก สุขภาพเสี่ยงเพราะอาหารไขมันสูง และตั้งแต่วัย 15 ปี ติดบุหรี่ไฟฟ้า สุขภาพจิตมีปัญหา รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คือ หนึ่งในเบื้องหลังสำคัญของการรายงานข้อมูลสถานการณ์ทางสุขภาพของคนไทยฉบับนี้ เปิดเผยว่า ครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน ไปจนถึงชุมชน คือหน่วยทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่สามารถมีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของคนไทยแต่ละช่วงวัยได้ การขับเคลื่อนรณรงค์ทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่ที่ดำเนินการโดยชุมชน สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ในบ้าน
ผลสำรวจชี้ คนไทยมีรายได้เดือนชนเดือน และหมดเงินไปกับ ค่าน้ำมัน-เล่นหวย-ช้อปปิ้งออนไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 กรุงเทพโพลล์ โดย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นของประชาชนเรื่อง “ความเป็นอยู่ของคนไทยในครึ่งปีแรกของปี 66” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,077 คน ผลการสำรวจระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจชีวิตความเป็นอยู่ในภาพรวมเฉลี่ย 3.07 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว เฉลี่ย 4.00 คะแนน ขณะที่ด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เฉลี่ย 2.03 คะแนน ส่วนสถานการณ์ทางการเงินในช่วงครึ่งปีแรก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 40.1 ระบุว่า มีรายได้แบบเดือนชนเดือน ไม่พอเก็บออม/ยังไม่ได้ออมเลย รองลงมาร้อยละ 26.1 ระบุว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต้องหยิบยืม/เงินขาดมือ และร้อยละ 23.8 ระบุว่า มีรายได้เพียงพอ มีเงินออมลดลง/ไม่ได้ตามเป้า ที่เหลือร้อยละ 10.0 ระบุว่า มีรายได้เพียงพอ มีเงินออมตามเป้า ทั้งนี้ เมื่อถามต่อว่าหมดเงินไปกับเรื่องใดบ้างนอกจากค่าอ
ผลสำรวจยูโอบีเผย ธุรกิจเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปีนี้ เอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปรับตัวสู่ดิจิทัล และสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ยูโอบีได้จัดทำรายงานเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรใหญ่รวม 530 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตขององค์กรและการฟื้นฟูธุรกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง โดยผลสำรวจพบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว และยังต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล พร้อมนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ภาคธุรกิจเชื่อมั่นผลประกอบการเติบโต ผลสำรวจร้อยละ 76 หรือ 3 ใน 4 ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการขององค์กรในปี 2566 มีแนวโน้มสูงขึ้น ธุรกิจด้านการผลิตและวิศวกรรมมีความเชื่อมั่นสูงสุด (ร้อยละ 85) ตามด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโรงแรม (
CMMU เผย คนไทยเสนอใช้ Soft Power 3 สิ่งดึงรายได้เข้าประเทศ พร้อมเผยกลยุทธ์ให้ธุรกิจสร้างแบรนด์-ยอดขาย มัดใจลูกค้าชั่วข้ามคืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยผลสำรวจ มุมมองคนไทยในการใช้ “Soft Power” เพื่อส่งเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ เพื่อสร้างพลังของประเทศ พบว่าคนไทย 73.2% บอกว่า ควรนำเสนออาหารและเครื่องดื่ม รองลงมา 59.1% คือการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และ 56.8% คือการเผยแพร่ศิลปะและวรรณกรรม นอกจากนี้ ซีเอ็มเอ็มยู ได้ทำการวิจัยการนำ “Soft Power” เพื่อนำมาปรับใช้กับภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ ฯลฯ ด้วยการคิดค้น กลยุทธ์ซอฟต์ (SOFT Strategies) ที่จะทำให้ แบรนด์สินค้าแทรกซึมเข้าไปอย่างแนบเนียนในกลุ่มผู้บริโภค ผ่าน 4 กลยุทธ์ ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า จากการข้อมูลของ “Brand Finance” บริษัทด้านกลยุทธ์การประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แบ่ง Soft Power ออกเป็น 7 หมวดหมู่ย่อย ประกอบไปด้วย 1. การบริหารและการปกครอง (Governance) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Internat
