ผลสำรวจ
ผลสำรวจชี้ คนไทยมีรายได้เดือนชนเดือน และหมดเงินไปกับ ค่าน้ำมัน-เล่นหวย-ช้อปปิ้งออนไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 กรุงเทพโพลล์ โดย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นของประชาชนเรื่อง “ความเป็นอยู่ของคนไทยในครึ่งปีแรกของปี 66” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,077 คน ผลการสำรวจระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจชีวิตความเป็นอยู่ในภาพรวมเฉลี่ย 3.07 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว เฉลี่ย 4.00 คะแนน ขณะที่ด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เฉลี่ย 2.03 คะแนน ส่วนสถานการณ์ทางการเงินในช่วงครึ่งปีแรก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 40.1 ระบุว่า มีรายได้แบบเดือนชนเดือน ไม่พอเก็บออม/ยังไม่ได้ออมเลย รองลงมาร้อยละ 26.1 ระบุว่า มีรายได้ไม่เพียงพอต้องหยิบยืม/เงินขาดมือ และร้อยละ 23.8 ระบุว่า มีรายได้เพียงพอ มีเงินออมลดลง/ไม่ได้ตามเป้า ที่เหลือร้อยละ 10.0 ระบุว่า มีรายได้เพียงพอ มีเงินออมตามเป้า ทั้งนี้ เมื่อถามต่อว่าหมดเงินไปกับเรื่องใดบ้างนอกจากค่าอ
ผลสำรวจยูโอบีเผย ธุรกิจเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปีนี้ เอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปรับตัวสู่ดิจิทัล และสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ยูโอบีได้จัดทำรายงานเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรใหญ่รวม 530 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตขององค์กรและการฟื้นฟูธุรกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง โดยผลสำรวจพบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว และยังต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล พร้อมนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ภาคธุรกิจเชื่อมั่นผลประกอบการเติบโต ผลสำรวจร้อยละ 76 หรือ 3 ใน 4 ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการขององค์กรในปี 2566 มีแนวโน้มสูงขึ้น ธุรกิจด้านการผลิตและวิศวกรรมมีความเชื่อมั่นสูงสุด (ร้อยละ 85) ตามด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโรงแรม (
CMMU เผย คนไทยเสนอใช้ Soft Power 3 สิ่งดึงรายได้เข้าประเทศ พร้อมเผยกลยุทธ์ให้ธุรกิจสร้างแบรนด์-ยอดขาย มัดใจลูกค้าชั่วข้ามคืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยผลสำรวจ มุมมองคนไทยในการใช้ “Soft Power” เพื่อส่งเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ เพื่อสร้างพลังของประเทศ พบว่าคนไทย 73.2% บอกว่า ควรนำเสนออาหารและเครื่องดื่ม รองลงมา 59.1% คือการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และ 56.8% คือการเผยแพร่ศิลปะและวรรณกรรม นอกจากนี้ ซีเอ็มเอ็มยู ได้ทำการวิจัยการนำ “Soft Power” เพื่อนำมาปรับใช้กับภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ ฯลฯ ด้วยการคิดค้น กลยุทธ์ซอฟต์ (SOFT Strategies) ที่จะทำให้ แบรนด์สินค้าแทรกซึมเข้าไปอย่างแนบเนียนในกลุ่มผู้บริโภค ผ่าน 4 กลยุทธ์ ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า จากการข้อมูลของ “Brand Finance” บริษัทด้านกลยุทธ์การประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แบ่ง Soft Power ออกเป็น 7 หมวดหมู่ย่อย ประกอบไปด้วย 1. การบริหารและการปกครอง (Governance) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Internat
นิด้าโพล เผย ผลสำรวจวัยรุ่นไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ เหตุสัดส่วนไม่มีแฟนเพิ่มขึ้น วันที่ 9 ก.พ. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 – 25 ปี กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,263 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อวันวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จากการสำรวจเมื่อถามถึงการมีแฟนของวัยรุ่นไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.11 ระบุว่า มีแฟน รองลงมา ร้อยละ 43.55 ระบุว่า ไม่มีแฟน และร้อยละ 1.34 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าใช่แฟนหรือเปล่า และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย ปี 2558 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า มีแฟน มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่มีแฟน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ด้านความคิดเห็นของวัยรุ่นไทยต่อความสำคัญของวันวาเลนไทน์ พบว่า ร้อยละ 6.02 ระบุว่า มีความสำคัญมากที่สุด ร้อยละ 24.86 ระบุว่า ค่อนข้างมีความสำคัญ ร้อยละ 45.60 ระบุว่า ไม่ค่อ
ผลสำรวจ ชี้ เด็กไทยอยากเป็น “หมอ” มากสุด ส่วน “ยูทูบเบอร์” ติดอาชีพมาแรง แซง อาชีพ “ทหาร” และ “นักกีฬา” กลุ่มบริษัทอเด็คโก้เผยผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 11 ปี 2563 ที่สำรวจในกลุ่มตัวอย่างเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จำนวน 4,050 คน จากทั่วทุกภูมิภาค พบว่าอาชีพในฝันของเด็กไทยในปีนี้ “หมอ” นำลิ่วมาอันดับหนึ่ง ด้านอันดับสองยังคงเป็นอาชีพ “ครู” ไม่ต่างจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า ส่วนใหญ่เด็กที่เลือกอาชีพหมอเป็นเด็กที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่เด็กที่เลือกครูส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อาศัยในจังหวัดอื่น ซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ส่วนอาชีพมาแรงประจำปีนี้ ได้แก่ อาชีพ “ยูทูบเบอร์” ที่ไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สาม แซงอาชีพ “นักกีฬา” และ “ทหาร” โดยเด็กไทยมองว่าอาชีพยูทูบเบอร์เป็นอาชีพที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ สบาย รายได้สูง มีอิสระ มีชื่อเสียง และคิดว่าตัวเองมีทักษะและความสามารถในการทำอาชีพนี้ได้ หลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากยูทูบเบอร์และนักแคสเกมที่ตนชื่นชอบ และสาเหตุที่ทำให้อาชีพยูทูบเบอร์เป็นอาชีพมาแรงประจำปีนี้คือ
รู้หรือไม่? ทำงานในองค์กรอาชีพใด มีความสุขมากที่สุด เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 62 สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจความสุขของคนทำงานในองค์กร พ.ศ. 2561 จำแนกตามอาชีพ พบว่า ผู้บัญญัติกฎหมายและผู้จัดการมีคะแนนความสุขสูงสุด อยู่ที่ 66.98 คะแนน รองลงมาคือผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ มีคะแนนความสุข 66.34 คะแนน รองลงมาคือผู้ประกอบวิชาชีพช่างเทคนิคสาขาต่างๆ ซึ่งมีคะแนนความสุข 62.34 คะแนน และเสมียนมีคะแนนความสุข 60.52 คะแนน
วันที่ 21 กรกฎาคม สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยแพร่ผลสำรวจภาคสนาม หัวข้อเรื่อง “สุข ทุกข์ คนไทย” นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยว่า ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,060 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ(Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่างวันที่ 15 -20 กรกฎาคม 2562 พบว่าเมื่อถามถึงผลงานรัฐบาลลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาป ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนไทย สุข หรือ ทุกข์ แค่ไหน เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง พบว่าจำนวนมาก หรือร้อยละ 40.7 ทุกข์มากสุด ร้อยละ 19.1 ทุกข์ ร้อยละ 32.1 กลาง ๆ มีเพียงร้อยละ 6.1มีความสุข และเพียงร้อยละ 2.0 เท่านั้นที่สุขมากสุด เมื่อจำแนกตามพรรคการเมืองที่นิยมชอบฝ่ายค้าน และ ฝ่ายรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.0 ของผู้นิยมพรรคฝ่ายค้าน ทุกข์มากสุด มากกว่า ร้อยละ 31.8 ของผู้นิยมพรรคฝ่ายรัฐบาลที่เป็นทุกข์มากสุด เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง ที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึง สุข หรือ ทุกข์ เมื่อเห็นนักการเมืองเดินสายวิจารณ์การเมืองไทยให้โลกฟั
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2559 โดยพบว่า ร้อยละ 85 ของครัวเรือนที่มีการสำรวจระบุว่าเป็นหนี้เฉลี่ยครัวเรือนละ 298,005 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 เมื่อเทียบปี 2558 ที่มีหนี้ 248,004.65 บาทต่อครัวเรือน โดยถือเป็นจำนวนหนี้ที่สูงสุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่การทำสำรวจตั้งแต่ปี 2551 นายธนวรรธน์ ระบุว่า จากผลสำรวจพบว่า จำนวนหนี้ในระบบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 62.3 จากปีก่อนที่อยู่ร้อยละ 48.7 ขณะที่หนี้นอกระบบลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 51.3 แต่ขณะนี้ลดลงเหลือร้อยละ 37.7 โดยลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี โดยส่วนใหญ่พบว่า ประชาชนมีหนี้เพิ่มขึ้นจากการซื้อบ้าน รถยนต์ และกู้เพื่อลงทุนเพิ่ม ซึ่งเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เป็นเฉพาะกลุ่มคน เช่น กลุ่มที่รับจ้าง หรือเกษตรที่มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้รายได้ลดลง แต่โดยภาพรวม ปัญหาหนี้ไม่น่ากังวล นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลรับรู้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นอย่างดี และพยายามออกมาตรการต่างๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป
