ผู้ประกันตน
ผู้ประกันตน ติดโควิด มีสิทธิได้เงินชดเชย มาตราไหนได้เท่าไหร่ เช็กเลย! ถือเป็นปัญหาสำหรับคนทำมาหาเช้ากินค่ำอย่างมาก หาก ติดโควิด ขึ้นมา เพราะแปลว่า รายได้ของคุณจะหายไป ซึ่งหากใครที่เป็น ผู้ประกันตน ม.33/39/40 อยู่ ก็เบาใจไปได้เปราะหนึ่ง เพราะยังมีสิทธิได้เงินชดเชย แต่ แต่ละมาตราได้เงินค่าชดเชยเท่าไหร่ล่ะ? สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เผยประกาศ หากผู้ประกันตนทุกมาตรา ติดโควิด หายห่วง เตรียมรับสิทธิชดเชยการขาดรายได้จากการป่วย ไม่ว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ไหน โดยระบุ 1. มาตรา 33 กรณีลาป่วย รับค่าจ้าง 30 วันแรกจากนายจ้าง หากพักรักษาตัวนานเกินกว่า 30 วัน สามารถเบิกสิทธิประโยชน์กรณีขาดรายได้ ตั้งแต่วันที่ 31 ของการลาป่วยเป็นต้นไป รับเงินทดแทน ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท * กรณีเจ็บป่วยทุกกรณีรวมป่วยโควิด ขาดรายได้ นายจ้างจะรับผิดชอบค่าจ้าง 30 วันแรกของปีตามกฎหมายแรงงาน หากเกิน 30วัน ยื่นชดเชยรายได้กับสำนักงานประกันสังคมได้รับ 50% ของค่าจ้างไม่เกิน15,000 บาท เอกสารประกอบการยื่นเบิก 1. สปส.2-01 2. ใบรับรองแพทย์ที่แพทย์สั่งหยุดงานตัวจริง 3. หนังสือรับรองนายจ้าง 4.
ผู้ประกันตนต้องรู้! เปิดวิธี เช็กยอดเงินชราภาพ ประกันสังคม ม.33/39 ทำได้ที่บ้าน ด้วย 3 วิธี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ เผยข่าว คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเป็นการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) โดยระบุเงื่อนไขไว้ ดังนี้ ขอเลือก กรณีให้ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จชราภาพ ขอคืน กรณีให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ขอกู้ ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักค้ำประกันการกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธินำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนประมาณ 5 ล้านคน คนละ 30,000 บาทสำนักงานประกันสังคม จะต้องดำเนินการสำรองเงิน จำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้กองทุนประกันสังคมสูญเสียรายได้จำนวน 6,750 ล้านบาท พร้อมทั้งเสียผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 4.5 เป็นเวลา 1 ปี ในระหว่างร
ไขข้อข้องใจ! ผู้ประกันตน ม.33-39-40 หากติดโควิด-19 จะใช้ ประกันสังคม รักษา-รับเงินชดเชยเท่าไร? เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยประกาศ หากผู้ประกันตน ติดเชื้อโควิด-19 ประกันสังคม พร้อมให้ความช่วยเหลือและชดเชย โดยครอบคลุมการรักษาของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 รวมทั้งการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้แก่ผู้ประกันตนทุกมาตรา ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 จะได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทางการแพทย์ประเภทผู้ป่วยใน ดังนี้ – ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ – ค่าดูแลการให้บริการผู้ประกันตน (ค่าอาหาร 3 มื้อ การติดตามอาการ และการให้คำปรึกษา) – ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด และอุปกรณ์อื่นๆ – ค่ายาที่ใช้รักษา – ค่าพาหนะเพื่อรับหรือส่งต่อผู้ป่วยระหว่างที่พัก โรงพยาบาลสนาม และสถานพยาบาล – ค่าบริการ X-ray – ค่า oxygen ตามดุลยพินิจของแพทย์ โดย สปส. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขฯ ค่าทดแทนเมื่อขาดรายได้ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 – กรณีลาป่วย 30 วันแรกจะได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตามกฎห
ผู้ประกันตน เฮ! พฤษภาคม-กรกฎาคม นี้ ครม. ไฟเขียว ลดเงินสมทบประกันสังคม ผู้ประกันตน ทั้ง 3 มาตรา เหลือ 1% 1.9% และ เหลือ 42-60-180 ตามลำดับ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รานงานข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลดอัตราเงินสบทบของผู้ประกันตน 3 มาตรา คือ มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ดังนี้ 1. นายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ลดจ่ายเงินสมทบจากอัตราที่เท่ากัน 5% ต่อเดือน เหลือเป็น 1% ต่อเดือน เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป 2. ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 1.9% 2.1 มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยทำงานอยู่ในบริษัทเอกชน และมีประกันสังคมมาตรา 33 มาก่อน แล้วลาออกจากงาน หรือออกจากมาตรา 33 จากนั้นสมัครใจส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมต่อ เพื่อรับสิทธิทดแทนและคุ้มครอง 6 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ
ผู้ประกันตน ม.33 ควรรู้! ส่งเงินสมทบประกันสังคม กี่เดือน ถึงจะใช้สิทธิประโยชน์ได้? เฟซบุ๊ก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายชลอ ลิ้มศิริ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง การส่งเงินสมทบประกันสังคมและเงื่อนไขการเกิดสิทธิประโยชน์ ว่า เงินสมทบ คือเงินที่นายจ้าง ลูกจ้าง ต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยนายจ้างหักจากค่าจ้างของลูกจ้างในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้างในแต่ละเดือน ซึ่งฐานค่าจ้างที่จะนำมาคำนวณต่ำสุดเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน เดือนละ 15,000 บาท (เงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 83 บาท และไม่เกินเดือนละ 750 บาท) รัฐบาลจะออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งลูกจ้างผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน เงื่อนไขการเกิดสิทธิแต่ละกรณีแตกต่างกัน – สำหรับกรณีเจ็บป่วย ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่รับบริการทางการแพทย์ – ส่วนกรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบครบ 5 เดือน ภายใน 15 เด
ดีเดย์ 7 ม.ค. นี้ ผู้ประกันตน ม.33 – 39 – 40 ที่ได้รับสิทธิ เตรียมรับ 5 พันบาท ใครยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบคลิกเลย! เฟซบุ๊ก แจ้งข่าวประกันสังคม รายงานข่าว ประชาสัมพันธ์กำหนดการโอนเงินเยียวยารอบใหม่ 5 พันบาท ต่อราย สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ ในวันที่ 7 มกราคม 2565 เช็กสิทธิ ได้ที่นี่ คลิก โดยผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับเงิน สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเยียวยาได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มกราคม 2565 สำหรับอาชีพกลางคืน-อิสระ ที่ยังไม่ได้สมัคร (ตามประกาศ ครม.) ลงทะเบียน คลิก
ประกันสังคม ไฟเขียว! ขยายอายุเกษียณ เป็น 60 ปี ชี้ ไม่กระทบ ผู้ประกันตน ใกล้เกษียณ เพจ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยข่าว ความคืบหน้าการดำเนินการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เนื่องจากโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้มีจำนวนแรงงานลดลง ในขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้มีจำนวนผู้สูงอายุและผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ระบบการแพทย์ที่ดีขึ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนจะได้รับบำนาญเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น เนื่องจากบำนาญประกันสังคมเป็นการดูแลตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นก็จะตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงขึ้นมากจนเกินไป ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องนำส่ง สำนักงานประกันสังคม จึงมีนโยบายการปรับปรุงอายุเกิดสิทธิรับบำนาญ (หรือที่เรียกกันว่าอายุเกษียณ) เพื่อให้เกิดสมดุลกับโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ และควบคุมต้นทุนของระบบบำนาญให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเป็นมาตรการปกติที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกดำ
เปิดขั้นตอน-เอกสาร ใครพลาดสิทธิ รับเงินเยียวยาผู้ประกันตน 1 ต.ค.นี้ รีบยื่นทบทวน เพจ เราชนะ เผย ใครพลาดสิทธิเยียวยา รีบทบทวนสิทธิด่วน ทำเร็วได้เงินเร็ว ทำช้าเลยเวลาระวังพลาดสิทธิ สำหรับผู้ที่ตรวจสอบสิทธิแล้วยัง “ไม่ได้รับสิทธิ” มีขั้นตอนการทบทวนสิทธิ ดังนี้ 1. ดาวน์โหลดเอกสารแบบคำขอทบทวนสิทธิเยียวยาที่ คลิก 2. กรอกแบบคำขอทบทวนสิทธิ ลงลายมือชื่อ ระบุเลขบัตรประชาชนให้ชัดเจน หรือแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเสร็จ สลิปชำระเงินสมทบ (ถ้ามี) พร้อมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมติดต่อกลับได้ 3. นำแบบที่กรอกครบถ้วนแล้วส่งมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงสำนักงานประกันสังคมที่สะดวก 29 จังหวัดสีแดงเข้ม หรือยื่นโดยตรงที่สำนักงานประกันสังคม สามารถยื่นทบทวนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึง 31 ตุลาคม 2564 เท่านั้น
รอลุ้น! ครม.เตรียมจ่ายเยียวยา ม.33 รอบสอง พรุ่งนี้รู้ผล! เมื่อวันที่ 6 กันยายน เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว น.ส.ลัดดา แซ่ลี้ โฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมาว่า วันที่ 7 กันยายน กระทรวงแรงงาน จะนำเสนอการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด รอบที่ 2 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติกรอบวงเงินให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกคนละ 2,500 บาท หลังจากจ่ายงวดแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 คนละ 2,500 บาท ในรอบที่ 2 จะได้รับเฉพาะ 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มตามประกาศ ศบค. เท่านั้น เนื่องจากทั้ง 13 จังหวัด ถูกสั่งปิดกิจการ/กิจกรรม ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่ 16 จังหวัดสีแดงเข้ม ที่เพิ่งถูกสั่งปิดกิจการ/กิจกรรมในช่วงเดือนสิงหาคม จึงไม่ได้สิทธิรับเงินเยียวยาในรอบที่ 2 ทั้งนี้ ในการจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 คนละ 5,000 บาท ก็จะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หลังจาก ครม. มีมติเห็นชอบ
ผู้ประกันตน รับเยียวยาต่อ 1 เดือน ใครยังไม่ได้ ยื่นทบทวนสิทธิ 1 ก.ย. นี้ วันที่ 31 ส.ค. เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายผู้ประกันตนมาตรา 39 และ มาตรา 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ 13 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และอยุธยา ซึ่งก่อนหน้านี้รับสิทธิเยียวยาไปแล้ว 5,000 บาทต่อคน จะได้รับสิทธิเยียวยาเพิ่ม 5,000 บาทต่อคน อีก 1 เดือน รวมเป็น 2 เดือน ส่วนพื้นที่ 16 จังหวัด ที่จะได้รับเงินเยียวยา 1 เดือน มีจำนวน 3.2 ล้านราย รวมวงเงิน 1,320 ล้านบาท ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วน หลังขึ้นทะเบียนผ่าน www.sso.go.th แล้วไม่ได้รับสิทธิเงินเยียวยาและไม่ได้รับการโอนเงิน 5,000 บาท สามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 64 เป็นต้นไป โดยวิธีการทบทวนสิทธิ มีดังนี้ 1. โทรติดต่อหมายเลข 1506 2. ติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพื้นที่สีแดงที่ตนเองอยู่ โดยใช
