พาสต้า อาม่า
ปูนแดงแกงร้อน แบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่จาก “จีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้งพาสต้าอาม่า กับฝันก้าวใหญ่สร้าง ‘อาณาจักรร้านอาหาร’ และก้าวสู่ยอดขาย 1,000 ล้าน ภายใน 3 ปี ในวันที่กำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่าที่เคย ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน คือ “จะทำอย่างไรให้ลูกค้าหวนหา” แต่มีแบรนด์หนึ่งท่ามกลางธุรกิจร้านอาหารมากมาย เมื่อลูกค้าได้เดินเข้าไปฝากท้องไว้หนึ่งมื้อ จะกลายเป็นร้านประจำในดวงใจตลอดไป นั่นคือจุดแข็งของร้านอาหารสไตล์ “จีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมและการยอมรับในวงกว้างอย่าง Pasta Ama ที่เก่งเรื่องเปลี่ยนลูกค้าหน้าใหม่ให้เป็นขาประจำ หวนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่าได้ หลังจากประสบความสำเร็จกับ Pasta Ama ไปแล้ว มีรายได้รวมกว่า 400 ล้านบาท แต่การเติบโตของธุรกิจไม่ได้หยุดที่แบรนด์เดียว จีรภัทรเร่งขยายพอร์ตโฟลิโอไปในธุรกิจของหวาน แตกแบรนด์ใหม่ “Karamizu” ร้านขนมทิรามิสุ ก่อนที่ปี 2569 นี้ จะวนมาที่ความเชี่ยวชาญของตนเองคือร้านอาหาร เมื่อแบรนด์หลักมั่นคงแล้วจึงแตกแบรนด์ใหม่กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
“ผมมีเป้าหมาย ตั้งแต่เรียนจบทำยังไงก็ได้ ภายใน 5 ปี 7 ปี อยากมีเงินล้าน เพราะพนักงานประจำเก็บเงินล้านยากมากในมุมของผม เงินเดือนหมื่นห้า สองหมื่น กว่าจะเก็บได้ ใช้เวลาตั้ง 10 ปี เพราะฉะนั้น ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีรายได้เข้ามามากกว่านี้ ผมเป็นคนไม่อายทำกิน เป็นคนกล้า อยากทำนู่นทำนี่ เลยเริ่มขายน้ำเป็นงานเสริม กับมอเตอร์ไซค์ 1 คันหลังเลิกงาน” คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ เล่าย้อนถึงเป้าหมายชีวิต ก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจ “พาสต้า อาม่า” ร้านอาหารที่ตั้งเป้าเติบโต 300 ล้านบาทในปีนี้ จุดเริ่มต้น พาสต้า อาม่า คุณจี เป็นหนุ่มเชียงใหม่ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในสายงาน HR Business Development ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ยาวนาน 7-8 ปี สลับกับย้ายไปประจำออฟฟิศที่เชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มขายน้ำผลไม้เป็นอาชีพเสริม จนสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แม้จะสร้างรายได้ดี แต่เขามองว่า การหาปลาในเชียงใหม่ ต่อให้ขยายธุรกิจ ขยายลูกค้าไปมากแค่ไหน ก็มีอยู่แค่นั้น ประกอบกับมีเป้าหมายใหม่ “อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม” เขาจึงหอบหิ้วโมเดลร้านน้ำผลไม้เข้
“ปีนี้เราขอตั้งเป้าไว้ที่ 300 ล้านบาท” คือเป้าหมายของ “พาสต้า อาม่า” ธุรกิจร้านอาหารของ “คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ” อดีต HR ผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ อยากหาเงินล้านให้ได้ภายใน 5-7 ปี เขาจึงมุ่งมั่นทำอาชีพเสริม ทั้งขายน้ำผลไม้ ขายข้าวกล่อง สู่การเปิดร้านอาหารเหนือ กระทั่งต่อยอดสู่ ร้านพาสต้า อาม่า สาขาแรกที่ราชเทวี พาสต้า อาม่า คือส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารฝรั่งรสชาติคนไทย ผ่านการ R&D จากคุณจี ทั้งคุณภาพวัตถุดิบ การครีเอตเมนู รสชาติ ราคาที่เข้าถึง รวมถึงการบริการจากพนักงานที่สัมภาษณ์มาด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้พาสต้า อาม่า กลายเป็นร้านขวัญใจผู้บริโภค และเติบโตอย่างสวยงาม กลายเป็นธุรกิจร้อยล้าน ที่เปิดให้บริการ 9 สาขาในปัจจุบัน
