ภาษียาเส้น
สรรพสามิต ชี้แจง การปรับขึ้น อัตราภาษียาเส้น ขยายเวลาบังคับใช้ ลดความเดือดร้อน นายวรวรรธน์ ภิญโญ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำชาวไร่ยาสูบ ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดกระทรวงการคลัง เอื้อประโยชน์ให้บริษัทบุหรี่นอก สามารถมีระยะเวลาในการปรับตัว เพื่อการแสวงหากำไรจากประกาศกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิตขอเรียนชี้แจงว่า จาก พ.ร.บ.ภาษียาสูบ พ.ศ. 2509 จนถึง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีการปรับขึ้นอัตราภาษียาเส้นเพียงหนึ่งครั้งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 จากอัตราที่ 0.001 บาทต่อกรัม เป็น 0.01 บาทต่อกรัม นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ได้ปรับลดอัตราภาษีตามปริมาณเป็น 0.005 บาทต่อกรัม เพื่อการขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมถึงยาเส้นพันธุ์พื้นเมือง เพื่อเป็นการนำยาเส้นเข้าสู่ระบบสร้างความเท่าเทียม และเยียวยาให้แก่ผู้เสียภาษีรายใหม่ที่ต้องเข้าสู่ระบบ ดังนั้น การขึ้นอัตราภาษียาเส้นตามกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ถือเป็นการขึ้นภาษีครั้งท
คลังเคาะ ยืดเวลาเก็บภาษีบุหรี่ 40% ออกไป 1 ปี ยาเส้น ไม่รอด โดนเก็บภาษีเพิ่ม เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายเวลาการขึ้นภาษีบุหรี่สรรพสามิตจาก 20% เป็น 40% จากเดิมวันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็น 1 ต.ค. 2563 หรือ ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใบยา และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งหมด หลังจากได้รัฐบาลใหม่จะพิจารณาอีกครั้งว่ามีความจำเป็นต้องขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ นอกจากนี้ ครม. ยังได้เห็นชอบให้ขึ้นภาษีสรรพสามิตยาเส้นจาก 0.005 บาทต่อกรัม เป็น 0.1 บาทต่อกรัม หรือเพิ่มขึ้น 20 เท่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบทำให้ยาเส้นแพงขึ้น และกรมสรรพสามิตก็ไม่ได้เก็บภาษีจากส่วนนี้เพิ่มขึ้น น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า การขยายเวลาการขึ้นภาษีบุหรี่ ทำให้ ยสท. ไม่ต้องปรับขึ้นภาษีบุหรี่จากซองละไม่เกิน 60 บาท เป็น 90-100 บาท ขณะเดียวกันก็จะพิจารณารับซื้อใบยาเพิ่มจากเกษตรกร จากแผนเดิมที่จะไม่รับซื้อเลย แต่ต้องตรวจปริมาณใบยาในสต๊อกทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ กรมสรรพส
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้รายได้จากการจัดเก็บภาษียาเส้นปรับสูงขึ้นถึง 200% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเก็บภาษียาเน้นพันธุ์พื้นเมือง และหากแยกภาษียาเส้นพันธุ์พื้นเมืองออกยังพบว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษียาเส้นสูงกว่า 100% ดังนั้นกรมอยู่ทบทวนภาษียาเส้นเพิ่มใหม่ เพราะรู้สึกเป็นห่วงที่การบริโภคสูงขึ้น และถ้าเทียบกับบุหรี่มวน ภาษียาเส้นต่ำกว่ามาก อาจจะเป็นเหตุให้คนหันมาสูบยาเส้นแทนบุหรี่มวน อย่างไรก็ตามการพิจารณาเรื่องนี้คงต้องเกี่ยวพันกับภาษีบุหรี่ใหม่เก็บอัตราเดียวเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2562 จากขณะนี้เก็บ 2 อัตรา ระหว่างบุหรี่ต่ำกว่า 60 บาท และบุหรี่สูงกว่า 60 บาท โดยกรมยังยืนยันนโยบายเดิมคือปรับเป็นอัตราเดียว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงคงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
