ยั่งยืน
ว่ากันว่า ปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป จะไม่ใช่ปีของการทำธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งเหตุปัจจัยนั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้น ส่วน “โลก” ก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือปัจจัย “ชี้เป็น ชี้ตาย” ธุรกิจไหนจะอยู่รอด และธุรกิจไหนจะเติบโต สิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้อีกประการหนึ่ง คือ “ธุรกิจยั่งยืน” จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ซึ่งกำลังกลายเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ในสายตานักลงทุนและผู้บริโภครุ่นใหม่ ดังเห็นได้จาก ผู้บริโภคยุคใหม่ จะไม่ถามแค่ว่า “ถูกหรือแพง” แต่พวกเขาจะถามลึกไปถึงว่า ธุรกิจนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไร ดูแลคนทำงานแบบไหน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน และนี่คือ “โจทย์ใหม่” ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ ตัวอย่างแรกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด ได้แก่ ศิวาเทล โรงแรมใจกลางกรุง ที่พิสูจน์แล้วว่า ความหรูหรากับความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง นับตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน ไปจนถึงแนวคิดการดูแล
เคยเจ๊งแบบไม่เหลือ เถ้าแก่โรงพิมพ์ สู้ไม่ถอย ก่อนขึ้นแท่น SME ยั่งยืน เพิ่งได้รับ รางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2023” ไปหมาดๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ขนมหวานวุ้นมะพร้าว “แม่ละมาย” จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด แม่ละมาย แต่กว่าจะมามีวันนี้ได้ บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่าย คุณวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ เจ้าของกิจการ “แม่ละมาย” ที่หลายคนยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งใน “เอสเอ็มอี ไอดอล” ด้วยเหตุผลเป็นคน “เคยล้ม” แต่สามารถ “ลุกขึ้น” ได้อย่างสง่างาม มาจนถึงทุกวันนี้ “กิจการโรงพิมพ์ของผมค่อนข้างไปได้ดี กระทั่งปี 2540 มาเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ขณะกำลังเตรียมขยายงาน เหมือนตึกถล่มลงมาเลย เจ๊งแบบไม่มีอะไรเหลือ ยอมรับว่าหมดตัวจริงๆ” คุณวีระ ย้อนความทรงจำเสียงหม่น ก่อนเล่าต่อ ช่วงนั้นกลับมาตั้งหลักที่จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านเกิดของภรรยา เพื่อหารือกันจะทำอะไรต่อดี ก่อนตั้งคำถามกับตัวเอง มีความถนัดอะไร ได้คำตอบ มีความถนัดในการทำอาหาร เลยลงทุนใหม่ด้วยการเปิดร้าน “ปิ้งไก่” ขายหน้าบ้าน ริมถนนสายสุพรรณบุรี-ชัยนาท “เอาถัง 200 ลิตรมาผ่าครึ่งทำเป็นเตา ปิ้งไก่ขาย 2 คนกับแฟน ลูกค้าเยอะนะ บางคนขับรถเบนซ์มาซื้อ หลายคนชมว่ารสชาติดี เลยคิดว่าม
จะดีแค่ไหน ถ้าหนึ่งอิ่มของเราเท่ากับรอยยิ้ม ของเกษตรกร “ปลอดสาร ปลอดภัย” ศิวาเทล กรุงเทพฯ คือ ชื่อของโรงแรม 5 ดาว ตั้งอยู่บนทำเลทองกลางกรุง อย่าง ย่านเพลินจิต มีคนไทยเป็นเจ้าของ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เน้น Concept “กรีน” มาตั้งแต่รุ่นอากง ล่าสุด ได้พัฒนาจุดยืนของธุรกิจได้แข็งแกร่ง จนกลายเป็นตัวอย่างต้นแบบในเรื่องของ “ความยั่งยืน” ได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา มีองค์กร หน่วยงาน และประชาชนทั่วไป ขอเข้าไปเรียนรู้ดูงานกันเป็นจำนวนมาก อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง เคย ยืนงง ในดงเพลินจิต ก่อน Shift จาก “กรีน” สู่โรงแรม “แบ่งปันอย่างยั่งยืน” ไม่ต้องจ่ายเป็นล้าน “โรงแรมยั่งยืน” ใช้งบหลักหมื่น เลี้ยงหนอนกำจัดขยะอาหาร ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับ การเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิก และการมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกร “ปลอดสาร ปลอดภัย” ก็เป็นอีกหัวข้อที่ทางโรงแรมแห่งนี้ เข้าไปมีส่วนขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นจริงจัง “จริงๆ เวลาบอกว่าออร์แกนิกไม่ได้บอกว่ามัน Healthy แต่มันคือ Safety แล้ว Safety คือทุกอย่างในจานของเรา เพราะในแต่ละจานเราตรวจสอบย้อนกลับได้ เราจะบอกลูกค้าเสมอ วัตถุดิบมาจากไหน พี่ๆ คนไหนเป็นผู้ผลิต” คุณหนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO
กรีน ตั้งแต่รุ่นอากง โรงแรมศิวาเทล ชี้ การท่องเที่ยว ต้องไม่ทิ้งเกษตรกร คุณอลิสรา ศิวยาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ในฐานะพันธมิตรการจัดงาน Amazing Green Fest 2024 ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์กรที่เกี่ยวข้อง กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว ว่า การทำให้โรงแรม เป็น “โรงแรมกรีน” นับเป็น “จิ๊กซอว์” สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะโรงแรม เป็นสถานที่สำคัญในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง “โรงแรมเป็นตึกใหญ่ กินเยอะ มีบุฟเฟต์ ผลิตขยะออกมาเยอะ แต่ขณะเดียวกัน การทำงานของโรงแรม สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การประหยัดพลังงาน หรือมีแนวทางจัดการขยะอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม เมื่อปีที่แล้ว เราบรรลุมิชชันขยะเหลือศูนย์ ด้วยการเลี้ยงหนอนจากเศษอาหาร จากนั้นส่งหนอนนั้น ไปเลี้ยงไก่ในฟาร์มออร์แกนิก ที่ทำงานร่วมกัน” คุณอลิสรา เล่าอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ อยากชวนให้ทุกคนมาช่วยกัน “กินเปลี่ยนโลก” อย่างแนวทางของโรงแรมศิวาเทล จะใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ปลอดสารพิษ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัยทั้งกับคนกิน คนปลูก และชุมชนโดยรอบ “คนในประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกร ช่ว
โลกกำลังเดือด วิถีอินทรีย์ยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น ทางรอด เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิสังคมสุขใจ จัดเวทีเสวนา หัวข้อ “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ชวนภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมผลักดันประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ชี้ สังคมอินทรีย์ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ หรือกระแส ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด ฉะนั้น ต้องเปลี่ยนให้เป็นพฤติกรรมที่ยั่งยืน คุณอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจและนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า การขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ร่วมมือกัน สำหรับ TOCA มีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคไปพบเกษตรกรอินทรีย์ตัวจริง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น เกิดสังคมอินทรีย์บนฐานของการค้าที่เป็นธรรม เพราะวันนี้วิถีอินทรีย์ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด เมื่อ UN บอกว่าโลกกำลังเดือด เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงเกินกว่าที่จะเรียกว่าโลกร้อนแล้ว เราทุกคนจึงต้องเร่งช่วยกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งที่ผ่านมา TOCA ได้พัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษ
ปรับตัวอย่างไร ให้อยู่รอด อย่างยั่งยืน ซีอีโอระดับชาติ ชี้ทางออก จากการเสวนา หัวข้อ “ปรับตัวอย่างไร ให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ SX 2023 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆนี้ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า ในยุคอุตสาหกรรม 2.0 ผู้นำองค์กรเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ในโลกยุคต่อไป ผู้นำเหล่านี้จะกลายเป็นผู้สนับสนุน และคนรุ่นใหม่จะเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เนื้อหาเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีถึง 17 เป้าหมาย (Sustainable Development Goals) ควรจะถูกบรรจุเข้าไปในระบบการศึกษาของทั้งโลก นอกจากนี้ กระบวนการเรียนการสอน ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำ หรือการเรียนรู้จากการทำโครงงาน โดยเรียนรู้จากปัญหาต่างๆ ที่มีมากมาย และทำงานเป็นทีม “Project-based Learning จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และจับต้องได้ เพราะเด็กจะรับรู้จากการสอนได้แค่ 20% อีก 80% จะรับรู้ได้จาก Action-based ฉะนั้น ถ้าเราบรรจุเรื่องความยั่งยืนเข้าไปในระบบการศึกษา จะช่วยเสริมสร้าง Ethics
คุ้งบางกะเจ้า เตรียมพัฒนา 5 แนวทาง สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คุ้งบางกะเจ้า สู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน– ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน เห็นชอบแผนดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี ตามที่ อพท. เสนอ เน้นสร้างการมีส่วนร่วม และความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการ หวังใช้กลไกการท่องเที่ยวช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ครั้งที่ 1/2561 มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานการประชุม เห็นชอบแผนการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามที่ อพท. นำเสนอ ประกอบด้วย 5 แนวทาง คือ สร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชนท้องถิ่น, สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน, ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน, ส่งเสริมความเข้มแข็งโดยใช้กลไกบริหารจัดการด้
