ย้อยหย่อย
“ย้อยหย่อย” คือร้านขนมไทยฟิวชัน คูหาเล็กๆ อยู่ในตัวเมืองจังหวัดนครปฐม ที่อบอวลด้วยความหอมหวานของกะทิและความตั้งใจของคนทำ ล่าสุด “ย้อยหย่อย” ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ของดีนครปฐม” อย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครปฐม เห็นตรงกันว่า เป็นกิจการที่โดดเด่นทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และบรรยากาศอันอบอุ่น ทำให้ลูกค้าอยากมาเยือน สำหรับเจ้าของเรื่องราว คอลัมน์ #FamilyBIZ ครั้งนี้ คือ คุณออม–โชติกา ถิระกิตติกุล เชฟสาวผู้เติบโตมาในครอบครัวค้าขายลอดช่อง ฐานะปานกลาง เคยฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยนึกภาพตัวเองว่าจะมาทำขนมหรือเปิดร้านอาหารเหมือนแม่ และพ่อแม่เองรู้ดีว่าเส้นทางนี้อาจเหนื่อยจนลูกไม่ควรต้องเจอ จึงไม่เคยผลักดันให้เธอเดินทางสายนี้เลย แต่บางครั้งเส้นทางชีวิตเหมือนค่อยๆ ผลักเราไปในสิ่งที่โอบรับเราที่สุด คุณออมรักการเข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากสายภาษา ไปเรียนด้านอาหารอย่างจริงจัง จบสาขาการจัดการครัวของวิทยาลัยดุสิตธานีเพื่อให้มี “วิชาชีพ” ติดตัว เป็นพื้นที่ให้เธอเติบโตด้วยสองมือของตัวเอง ระหว่างเรียน เธอได้ฝึกทั้งการจัดการคน การทำงานเป็นทีม และควา
เมื่อพูดถึง “ทอฟฟี่เค้ก” หลายคนคงคุ้นกับรสชาติหอมหวานของคาราเมลและความนุ่มของเนื้อเค้กที่เคยได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ร้านขนมเล็กๆ สุดชิกในจังหวัดนครปฐมอย่าง “ย้อยหย่อย” กลับหยิบเมนูคลาสสิคนี้มาตีความใหม่ จนกลายเป็นเค้กที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำจนกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ของร้าน จุดเด่นของทอฟฟี่เค้กร้านนี้ อยู่ที่ความหอมกลมกล่อมของเนื้อเค้กรสกาแฟ ตัดกับหน้าคาราเมลหอมหวาน โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบจัดเต็ม แน่นเต็มกล่อง จนหลายคนบอกว่าเพียงกัดคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนทำที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ที่สำคัญ “ย้อยหย่อย” ยังสร้างเสน่ห์ใหม่ให้กับขนมเก่า โดยชูจุดขาย อร่อยได้ 2 สไตล์ใน 1 กล่อง หากแช่เย็นจะได้สัมผัสคาราเมลกรอบๆ เคี้ยวเพลิน แต่ถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง คาราเมลด้านหน้าจะกลายเป็นเนื้อฟัดจ์เยิ้มๆ หวานมัน ละลายใจสายขนมหวาน แม้ตลาดเบเกอรี่สมัยนี้ จะมีเค้กแฟนซี หน้าตาใหม่ๆ ออกมาให้เลือกไม่รู้จบ แต่ ทอฟฟี่เค้กย้อยหย่อย ยังคงครองใจลูกค้าด้วยความเรียบง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย และที่สำคัญคือ ความอร่อยที่ไม่ธรรมดา จนใครได้ลองก็ติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำกันเรื่อยๆ ส่วนร
คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล คือเจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” กิจการเล็กๆ แต่คับแน่นด้วยคุณภาพที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ก็ว่าได้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ บอกเลย “ไม่ง่าย” คุณออมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ทำอาชีพค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน เจ้าของกิจการ บอกอย่างนั้น แต่ด้วยความที่ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) ทำให้มีทักษะด้านอาหารอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว หลังเรียนจบ คุณออมไปหาประสบการณ์ในต่างแดนอยู่หลายปี กระทั่งหลังสถานการณ์โควิด-19 มีเหตุจำเป็นต้องกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เธอจึงตัดสินใจเปิด “ย้อยหย่อย” ร้านน้ำแข็งไสเล็กๆ 1 คูหา อยู่ในซอยแคบๆ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ โดยดัดแปลงบ้านที่อาศัยแต่เยาว์วัย
น้ำแข็งไส กำไรดีงาม ทำเป็นอาชีพ เลี้ยงได้ทั้งครอบครัว เตรียมขยายสาขา ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง คือ ซีรีส์แรก ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอเรื่องราว ของ ย้อยหย่อย ร้านน้ำแข็งไสสุดชิก เจ้าดังที่จังหวัดนครปฐม ไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ความน่าสนใจของกิจการนี้ ยังไม่หมดแค่นั้น บทสนทนามีสาระยังมีอีกเพียบ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง: ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง “ถ้าจะเริ่มธุรกิจ เราต้องทำให้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และสามารถเป็นคอนเทนต์ได้ เพราะว่าถ้าเราทำเหมือนใคร มันก็จะเป็นเหมือนกับที่อื่น” คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของกิจการ “ย้อยหย่อย” บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น และว่า ก่อนที่เธอจะเปิดร้าน ย้อยหย่อย ได้รีวิวไอเดีย จากหลายแหล่งมาเยอะมาก ทั้งผ่านยูทูบ ทั้งผ่านการรีวิว ทั้ง Pinterest ทั้งอินสตาแกรม ไม่ใช่ดูแต่ของในประเทศ และต้องพยายามคิดว่า ทำยังไงให้ไม่เหมือนใคร ทั้งหน้าตา และรสชาติ แล้วมันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง บางทีไม่ต้องทำโฆษณาเยอะด้วย เพราะขนมเขาขายตัวของเขาเองได้ เพราะถ้าไปทำเหมือนใคร จะ
ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง อากาศร้อนจัดในบ้านเรายามนี้ มีหลายคนนึกถึง น้ำแข็งไส เย็นๆ มาช่วยคลายความทุกข์จากแสงแดดแผดเผา ทั่วทุกหัวระแหง ส่วนใครสะดวกไปอุดหนุนร้านไหน ก็ตามแต่อัธยาศัย แต่สำหรับ ย้อยหย่อย ร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม บอกเลย จากที่เคยคึกคักมาตลอด พอเจอ ความฮอต ของฤดูร้อน พ.ศ.นี้ เข้าไป ทำให้ลูกค้ายิ่งพีก ขึ้นไปอีก ชนิด ต้องรีบขยายร้านกันเลยทีเดียว อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของกิจการ “ย้อยหย่อย” และเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เปิดร้านมาเกือบ 2 ปี กว่าที่เธอจะมาถึงจุด “ประสบความสำเร็จ” ระดับหนึ่ง อย่างทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก “เปิดร้านในช่วงสถานการณ์โควิด ก็ยากแล้ว พอเปิดปุ๊บ ต้องมาเจอลูกค้าที่เอาเราไปเปรียบเทียบกับป้าที่เคยขายถ้วยละ 15-20 บาท แต่เราขายในราคาถ้วยละ 45 บาท พอเปิดได้สักพัก รัฐบาล ออกมาตรการห้ามนั่งทานที่ร้าน สรุปช่วงแรกขายวันหนึ่งได้ 300-400
ของเด็ด ฤดูร้อน ทุเรียนพูโต สุดครีเอต ลูกค้าช่วยรีวิว คนแห่ตามชิมเพียบ ทุเรียนพูโต คือ ทุเรียนหมอนทองเกรดคัดจากระยอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ ราดซอสแกงบวดทุเรียนเข้มข้น โรยถั่วทองกรุบๆ บนไอศกรีมโตนด Signature ของร้านย้อยหย่อย ร้านขนมหวานสไตล์น้ำแข็งไส ที่หลายคนอยากไปเช็กอิน ที่ อ.เมือง จ.นครปฐม “เมนูนี้ มีจนหมดหน้าทุเรียนเลย ค่ะ” คุณออม เจ้าของร้านย้อยหย่อย บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนเผยให้ฟังถึงที่มาของแนวคิดเมนูรับฤดูร้อนปีนี้ “เป็นคนชอบทานทุเรียนมากๆ เลยลองเอาทุเรียนเป็นพูมาผ่าครึ่ง ทำคล้ายกับไอติมขนมปังโบราณที่ใส่ไอติมข้างใน ทานคู่กับไอศกรีมโตนดของที่ร้าน ประกอบกับเป็นคนทำแกงบวดทุเรียนได้อร่อยเข้มข้น พอเอามาทานด้วยกัน มันเข้ากันมากค่ะ” คุณออม เล่ายิ้มๆ ถามถึงราคาขายเมนูทุเรียนพูโต คุณออม อธิบายว่า ราคาขึ้นอยู่กับพูที่ลูกค้าเลือก แต่ละพูราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไซซ์ของทุเรียน แต่โดยเฉลี่ย จะอยู่ระหว่าง 150-800 บาท “ที่ผ่านมา ลูกค้าจะสั่งประมาณพูละ 200-500 บาท ส่วนใหญ่ ราคาพู 200 บาท เป็นแบบทานคนเดียว แต่ที่ขายดีสุดจะราคาประมาณเกือบ 400 บาท ที่ต้องขายแบบนี้ เพ
เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน ประสบการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตมีผลอย่างมากต่อทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด และวิถีชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับ คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” ร้านเล็กๆ แต่คับด้วยคุณภาพ ที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ณ เวลานี้ คุณออม เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันที่จะเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่ด้วยความที่คุณออม ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) เพราะการเรียนทำอาหารจะช่วยให้มีลู่ทางในการทำมาค้าขายและมีความเป็น “วิชาชีพ” ที่จับต้องได้มากกว่าการเรียนภาษา ระหว่างเรียน เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมมากมายถึงขั้นเป็นประธานชมรม จน
