ร้านเช่าหนังสือ
“ร้านเช่าหนังสืออยู่ไม่ได้ เพราะว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เปลี่ยนแบบตัดตอน ร้านเช่าหนังสือต่างค่อยๆ ทยอยเลิกกันไปหมด พอมีอินเทอร์เน็ต ก็มีทางที่ได้อ่านเร็วขึ้น เปอร์เซ็นต์ที่คนอ่านจากในนั้นเยอะ ลูกค้าเริ่มลดน้อยถอยลง กระทั่งสำนักพิมพ์ยังขายยากขึ้นกว่าเก่า” ย้อนไปในยุคที่โลกของอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย หรือพูดง่ายๆ ว่า เป็นเรื่องที่ไกลตัวกับชีวิตประจำวันของผู้คน กิจกรรมยามว่างของใครหลายๆ คนในขณะนั้น คือการอ่านหนังสือ บ้างก็อ่านการ์ตูน บ้างก็อ่านนิยาย จากความต้องการจึงส่งต่อมาเป็นธุรกิจเช่าหนังสือ ลุงใหญ่-อิทธิเดช เรืองพานิชภิบาล วัย 73 ปี เจ้าของร้านเช่าหนังสือลุงใหญ่ ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2521 จวบจนปัจจุบันนี้ก็ราว 47 ปี ถ้าเป็นอายุของคน คงจะโตจนมีครอบครัวไปเสียแล้ว ร้านเช่าหนังสือของลุงใหญ่ จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน คงผ่านเรื่องราวต่างๆ นานา ถ้าจะถ่ายทอดออกมาเป็นหนังเรื่องหนึ่งคิดว่าเห็นจะได้ ลุงใหญ่ บอกว่า สภาพร้านในวันแรกจนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยน หากจะมีก็คงจะเป็นบรรยากาศร้านที่ดูเงียบเหงา และอีกอย่างคงจะเป็นป้ายชื่อร้านที่หลุดออกมาแล้วยังไม่ได้ติดกลับไป เชื่อว่านัก
“ร้านเช่าหนังสือ” ธุรกิจดาวร่วง ปี 63! ผปก. เผย คนไม่เข้าร้าน เพราะหันไปอ่านฟรีในเน็ต จากงานวิจัยของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถึงธุรกิจดาวรุ่ง และธุรกิจดาวร่วง ในปี 2563 สำหรับธุรกิจดาวร่วงที่มาอันดับหนึ่ง นั่นคือ “ร้านเช่าหนังสือ” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง ร้านมายด์บุ๊ค เผยว่า เปิดร้านมานานเกือบ 10 ปี แต่ต้องปิดลงได้ปีกว่า เพราะตั้งแต่มีโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ลูกค้าจึงหันไปอ่านฟรีทางช่องทางนั้นมากขึ้น ส่วนลูกค้าบางกลุ่มทำงานหนักขึ้นไม่มีเวลาอ่าน และหนังสือมีราคาแพงขึ้นด้วย ส่วนเจ้าของร้านวีบุ๊ค หนังสือให้เช่า คุณศรีตรัง วัย 57 ปี เผยว่า เปิดร้านเช่าหนังสือมา 30 ปี ยอมรับว่าตอนนี้ธุรกิจคือขาลง รายได้ลดไปครึ่งหนึ่ง ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะเป็นร้านเก่าแก่ มีลูกค้าประจำ “ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่เป็นคนวัยผู้ใหญ่ที่อยากละสายตาจากการอ่านหนังสือผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ อีกอย่างหนังสือสมัยนี้แพงคนไม่มีเงินซื้อ อย่างเล่มละ 790 บาท จะซื้อมาอ่านก็ยาก คนเลยยังเลือกมาเช่าที่ร้าน รายได้หลักก็มาจากนวนิยาย” เจ้าของร้านวัย 57 ปี ยังบอกอีกว่า ถ้าใครคิดจะเปิดร้
