ร้านโชห่วย
เปิดร้านชำยุคใหม่อย่างไร? ให้ซื้อใจชุมชน ท่ามกลางร้านสะดวกซื้อครองเมือง ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับเลยว่าคนต้องการหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวกันเยอะขึ้น เพราะเป็นอาชีพที่ดูเหมือนจะสบาย สามารถบริหารจัดการเวลาได้เอง และสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ และหนึ่งในธุรกิจที่นิยม ต้องยกให้กับร้านชำ หรือร้านโชห่วย แต่รู้หรือไม่ว่า การเปิดร้านชำ ไม่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะเปิดได้ แต่จะต้องประกอบไปด้วยขั้นตอน และวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้กิจการของคุณดำเนินต่อไปได้สวย แม้จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ตาม หากใครมีความคิดที่จะเปิดร้านชำ แต่ยังกังวลว่าต้องทำอะไรบ้าง กลัวว่ามีคู่แข่งเยอะ จะอยู่รอดหรือไม่ อีกทั้งมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ค่อนข้างมีความน่ากลัวไม่น้อย ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดความกังวลเหล่านั้น เพราะวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกวิธีการเปิดร้านชำ ทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยจากปลาใหญ่ มีอะไรบ้าง ไปดู 1. ศึกษาตลาด ต้องบอกว่า กิจการร้านชำ เป็นหนึ่งธุรกิจที่คู่แข่งเยอะและแข่งขันกันสูงมาก เพราะไม่ว่าจะไปตรงไหนก็จะเห็นร้านขายของชำอยู่เกือบทุกที่ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ร้านของเราแตกต่างจากร้านอื่นๆ
‘หล่อเจริญ’ โชห่วย 50 ปี เป็นมากกว่าร้านค้าคือหัวใจของชุมชน ท่ามกลางยุคร้านสะดวกซื้อครองเมือง แม้ว่าร้านสะดวกซื้อและการขายของออนไลน์จะมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ร้านโชห่วยแห่งนี้ยังคงมีการปรับตัว และมีจุดแข็งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจเวลาแวะมา เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็ว่าได้ “หล่อเจริญ” ร้านโชห่วยที่เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ยาวนานกว่า 50 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นอากง สู่รุ่นพ่อ ลุงหล่อ-ณรงค์วิทย์ หล่อสุวรรณศิริ และปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 คุณบิ๊ก-นฤเศรษฐ์ หล่อสุวรรณศิริ ทายาทที่เข้ามาสานต่อกิจการนี้ ที่มา “หล่อเจริญ” ชื่อร้าน “หล่อเจริญ” มีที่มาจาก “แซ่ล้อ” ซึ่งเมื่อดัดแปลงให้เป็นคำสำหรับการค้า จึงกลายเป็นคำว่า “หล่อเจริญ” ลุงหล่อ เล่าว่า ร้านนี้เปิดวันที่ 15 มีนาคม 2515 เป็นร้านค้าห้องแถว มีตู้เล็กๆ 1 ตู้ มีของจุกจิกไม่กี่อย่าง “ตอนนั้นถ้ามีคนมาซื้อของแล้วถามว่าตัวนี้มีไหม ถ้าเราไม่มีเราก็จะไปหามาให้ ของก็จะเพิ่มมาเรื่อยๆ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องไปหาซื้อเองเลย” ลุงหล่อ เล่าให้ฟังต่อว่า “สมัยก่อนคนน้อยไม่เยอะ ขายได้วันหนึ่งไม่เท่าไหร่ บางคนมีร้านค้าอยู่แถวนี้ ก็ซื้อกระจายกันไป เวลาลูกค้ามาก็ยิ้มแย้ม
ร้านโชห่วย หรือร้านขายของชำขนาดเล็กที่เคยเป็นหัวใจของชุมชนไทยในอดีต กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และการแข่งขันจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โชห่วยยุคใหม่ก็เริ่มแสดงศักยภาพด้วยการปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล เพื่อรักษาพื้นที่ในใจลูกค้าไว้เช่นเดิม ซีพี แอ็กซ์ตร้า (ผู้ดำเนินธุรกิจ แม็คโคร-โลตัส) หนึ่งในองค์กรที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการรายย่อย เห็นความสำคัญของการยกระดับศักยภาพโชห่วยที่เป็นธุรกิจฐานรากที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยผ่านโครงการ “มิตรแท้โชห่วย” ที่ดำเนินการมากว่า 18 ปี เพื่อส่งเสริมความรู้และนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนายกระดับโชห่วยรูปแบบเดิมสู่ “SMART โชห่วย” ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทันในยุคดิจิทัล สามารถจัดการระบบบริหารร้าน สั่ง ขายได้อย่างไร้รอยต่อตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหนุนโชห่วยไทยเติบโตอย่างยั่งยืน เปลี่ยน “โชห่วย” ธรรมดา ให้เป็น “Smart โชห่วย” ด้วยเทคโนโลยี ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านโชห่วยมือใหม่ หรือกำลังมองหาวิธีบริหารร้านโชห่วยให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบยิ่งขึ้น ‘Makro POS’ คือคำตอบ ที่จะเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้คิดอย
“เทคนิคกู้วิกฤตร้านชำ” จากขาดทุนสู่กำไร ด้วยกลยุทธ์จากร้านที่ประสบความสำเร็จ “ร้านชำ” ธุรกิจที่ดูเหมือนบริหารจัดการง่าย แต่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด หลายคนฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงเลือกร้านชำเป็นจุดเริ่มต้น ด้วยความหวังว่าจะสร้างรายได้เลี้ยงชีพในระยะยาว หรือช่วงบั้นปลายชีวิต แต่สิ่งที่หลายคนต้องเผชิญคือปัญหาที่ว่า “ขายดี แต่เงินหายไปไหน?” เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น แต่เงินในกระเป๋ากลับลดลง เจ้าของร้านหลายคนถึงกับถอดใจ หมดกำลังใจที่จะไปต่อ แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับร้านคุณร้านเดียว และที่สำคัญ ปัญหานี้มีทางออกเสมอ จากกลุ่มในเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ร้านของชำ ร้านโชห่วย มินิมาร์ท ปลีก-ส่ง ทั่วไทย ได้มีผู้ใช้งานรายหนึ่ง โพสต์รูปภาพที่ระบุข้อความว่า “ขายไป ขายมา ไม่มีเงินจะไปซื้อของมาขายแล้ว #เรื่องจริงคนในวงการนี้รู้กัน” โดยมีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์กันไปในทิศทางเดียวกันว่า “ณ ตอนนี้เป็นเหมือนกัน รายจ่ายเยอะกว่ารายรับ” “รายจ่ายเยอะจนเลิกขายแล้วจ้า เฉพาะค่าไฟ 4 พัน 5 พันไม่ไหวค่ะ” “จริงค่ะ เมื่อก่อนทำงานจะมีเงินเก็บทุกเดือน ลาออกมาเปิดร้านได้ 24 ปีล่ะเงินเก็บไม่มีเลย มีแค่หมุนในร
แม็คโคร จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านโชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ พร้อมเดินเคียงข้างร้านค้าปลีกทั่วไทย นายสรวิทย์ จิตรธรรม ตัวแทนจาก บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ในฐานะประธานการจัดงานกิจกรรม ‘วันโชห่วยไทย’ ให้การต้อนรับ นายกำแหง กล้าสุคนธ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี เปิดงาน “แม็คโคร วันโชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” เพื่อเสริมศักยภาพทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการโชห่วยไทยให้สามารถปรับตัวก้าวทันต่อทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมตอกย้ำพันธกิจของ แม็คโคร ที่พร้อมจะเคียงข้างผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ณ แม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ “ศูนย์แม็คโครมิตรแท้โชห่วย” ที่รู้ลึกรู้จริง มาพร้อมกับองค์ความรู้ดีๆ ในการบริหารจัดการที่สามารถลดต้นทุน สร้างรายได้ สู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นสมาร์ทโชห่วยที่เข้มแข็ง อยู่รอด อยู่รุ่งได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมเดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมี “พันธมิตรทางการค้า” ผนึกกำลังมาร่วมด้วยช่วยกันขนทัพสินค้ามากมายที่ตอบโจ
แม็คโคร เคียงข้างผู้ประกอบการโชห่วยไทย เสริมแกร่งเพิ่มศักยภาพโชห่วยภาคเหนือให้เข้มแข็ง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นายสรวิทย์ จิตรธรรม ประธานการจัดงาน กิจกรรม ‘วันโชห่วยไทย’ พร้อมด้วยทีมงาน ได้รับเกียรติจาก ท่านพนิดา วานิชรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แม็คโคร วันโชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” ณ แม็คโคร สาขาเชียงใหม่ 1 (หนองป่าครั่ง) ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 ตุลาคม 2565 เพื่อเป็นการตอกย้ำพันธกิจของแม็คโคร ที่พร้อมจะเคียงข้างผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ด้วยการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการร้านโชห่วยไทย ให้มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนและบริหารร้านให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์ ด้วยองค์ความรู้การบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย จากผู้เชี่ยวชาญของ “ศูนย์แม็คโครมิตรแท้โชห่วย” นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการค้าในการจัดกิจกรรมมอบส่วนลดสินค้าราคาพิเศษ ให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด สร้างยอดขาย และเพิ่มกำไร ให้ร้านค้าโชห่วยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งช่องทางเพิ่มยอดขาย! โชห่วย เข้าไปขายใน GrabMart ได้แล้ว สมัครยังไง อ่านเลย! ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันห้างร้านต่างๆ จึงผันตัวมาให้บริการทางช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งสร้างแอปพลิเคชั่นเป็นของตัวเอง หรือเข้าร่วมกับแอปพริเคชั่นคนกลาง ซึ่งเมื่อก่อน เราอาจจะเห็น ร้านโชห่วย หรือ ร้านค้าชุมชน เข้ามาขายในออนไลน์ไม่มากนัก แต่ปัจจุบัน ร้านโชห่วย หรือ ร้านค้าชุมชน สามารถเข้ามาขายใน GrabMart (แกร็บมาร์ท) ที่มีการเปิดให้บริการมาพร้อมๆ กับ Grab ได้แล้ว! แล้ว GrabMart (แกร็บมาร์ท) คืออะไร? เข้าไปขายแล้วจะดีไหม? เพจ Grab ให้ข้อมูลไว้ว่า GrabMart (แกร็บมาร์ท) คือ บริการซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต/ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไปอื่นๆ ทุกประเภท โดยร้านค้า ทุกประเภท สามารถเข้าร่วมได้ ยกเว้นร้านที่ขายเฉพาะอาหารปรุงสุกพร้อมทาน ทำไมถึงควรสมัคร GrabMart ? – เข้าถึงฐานลูกค้ากว่าล้านรายจากแอปพลิเคชัน Grab – ขายได้ทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารสด ของใช้สัตว์เลี้ยง ดอกไม้เสื้อผ้า จนถึงคอนแทคเลนส์! (ยกเว้นร้านที่ขายเฉพาะอาหารปรุงสุกพร้อมทาน) – Grab มีการโปรโมตทางด้านการตลาด และโป
แต่ไหนแต่ไร ร้านโชห่วยถือเป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนในพื้นที่มักจะรู้จักกับผู้คนในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างดี และด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ยังสามารถแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ง่ายอีกด้วย น.ส.จิณณ์วิภา สืบนุช เจ้าของร้านจิณณ์วิภา ถูกดี มีมาตรฐาน ตั้งอยู่ที่ ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม เล่าว่า ตัดสินใจเปลี่ยนร้านโชห่วยของครอบครัวให้เป็นร้าน ถูกดี มีมาตรฐาน ได้ราว 1 ปีครึ่งแล้ว เพราะเชื่อมั่นในภาพลักษณ์แบรนด์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มคาราบาว กรุ๊ป ผลของการปรับเปลี่ยนร้าน ทำให้ธุรกิจเติบโตด้วยดี ปัจจุบันร้านจิณณ์วิภาสามารถทำรายได้เฉลี่ย 25,000-30,000 บาทต่อวัน มากกว่าในอดีตที่ขายได้เพียง 5,000 บาทต่อวันเท่านั้น และมีลูกค้าในละแวกใกล้เคียงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง “ด้วยระบบร้านถูกดีฯ ที่สำนักงานใหญ่วางไว้ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเงินการบัญชี มาตรฐานต่างๆ ภายในร้าน ทำให้ร้านทันสมัย ดึงดูดให้ลูกค้าเห็นแล้วอยากแวะซื้อของมากกว่าเดิม และยังมีฝ่ายช่วยคิดโปรโมชั่นใหม่ๆ ช่วยดึงดูดลูกค้าเป็นประจำทุกเดือน โดยที่เราไม่ต้องดำ
แม็คโคร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ดันสารพัดตัวช่วย พัฒนาร้านค้า เป็น โชห่วยยุคใหม่ ช่วยคนตัวเล็กสู้วิกฤต นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 32 ปีที่เปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แม็คโคร เดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อย หรือโชห่วย มาตลอด โดยทำหน้าที่เป็นคู่คิดทางธุรกิจและพี่เลี้ยง ให้ร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนได้เกิดความเปลี่ยนแปลง พัฒนาไปตามยุคสมัย และอยู่รอดได้ในทุกวิกฤต แม้ในยุคสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 แม็คโครได้วางแผนเชิงรุกในการพัฒนาโชห่วยที่มีกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ ให้อยู่รอดและเติบโตได้ ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นยิ่งขึ้น “จุดเด่นของโชห่วย คือเป็นร้านของคนในชุมชน ที่ทุกคนคุ้นเคย เราจึงวางแผนพัฒนาร้านค้าเล็กๆ เหล่านี้ให้ครองความเป็น มิตรแท้ชุมชน อย่างยั่งยืน ด้วยตัวช่วยที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และยังเป็นการเสริมเพิ่มรายได้อย่าง ตู้ครัวชุมชนที่ขายอาหารแช่แข็ง ตู้กาแฟอัตโนมัติ ทำหน้าที่คาเฟ่ของชุมชน เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ การพัฒนามุมอาหารสัตว์ มุมสินค้าไอที
แม็คโคร ผนึกพันธมิตรรายใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยผู้ประกอบการร้านโชห่วย จัดมหกรรมสินค้าลดราคา “ลดแรงเพื่อผู้ประกอบการ” และ “แม็คโคร จัดให้” รับกำลังซื้อฟื้น เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 แม็คโคร ผนึก พันธมิตรรายใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย ร้านมินิมาร์ท โดยรวมสองแคมเปญแรงไว้ด้วยกัน ทั้ง มหกรรมสินค้าลดราคาครั้งยิ่งใหญ่เพื่อผู้ประกอบการ “ลดแรงเพื่อผู้ประกอบการ” ระหว่างวันที่ 24-28 มีนาคม ต่อด้วย “แม็คโคร จัดให้” ตั้งแต่ 1 เมษายน-30 พฤศจิกายน นอกจากซื้อเยอะยิ่งคุ้มในราคาขายส่งแล้ว งานนี้ยังมีสินค้าหลายกลุ่มทำกำไรได้ มีส่วนลดเพิ่ม เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด อาทิ เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน พร้อมปรุง ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคยอดนิยมอย่าง กาแฟสำเร็จรูป สำหรับแคมเปญจัดให้ เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าโชห่วยและร้านค้าปลีก ที่สามารถสมัครเข้าร่วมได้ ผ่านแม็คโครแอพพลิเคชั่น
