วิธีการขาย
6 วิธีสร้างแบรนด์ให้สตรอง สไตล์คุณโซอี้ เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ Zoe Scarf เมื่อเร็วๆ นี้ ในงานมหกรรมตลาดนัดผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มสตรีและครอบครัว “สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” ที่ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการจัด workshop เรื่อง “การเพิ่มยอดขาย สร้างโลกธุรกิจใหม่ด้วยไลน์แอด” โดย เภสัชกรหญิง โสภา พิมพ์สิริพาณิชย์ หรือ คุณโซอี้ เจ้าของผ้าพันคอ แบรนด์ Zoe Scarf จากแบรนด์ขายออนไลน์สู่การส่งออกกว่า 8 ประเทศ แต่กว่าจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้ คุณโซอี้ก็เริ่มจากการขายออนไลน์มาก่อนเช่นกัน “ตอนนั้นธุรกิจออนไลน์ก็กำลังมา คนกำลังเล่นเฟซบุ๊ก แล้วเราเป็นนักช็อปออนไลน์มาก่อนก็รู้สึกว่า เราก็่ขายของออนไลน์ได้นะ แล้วส่วนตัวชอบผ้าพันคอ ในตู้เสื้อผ้ามีแต่ผ้าพันคอซึ่งมันเยอะมาก มีตั้งแต่ผืนละ 20 ถึงผืนละหมื่น แต่มันไม่มีีลายที่เราชอบ เลยมองว่าถ้าเกิดเราได้ออกแบบลายที่เราชอบบนเนื้อผ้าดีๆ คงดีไม่น้อยนะ ลงมือออกแบบเอง ส่งโรงงานเอง เลยเป็นที่มาของผ้าพันคอ แบรนด์ โซอี้ สคาร์ฟ นั่นเอง และธุรกิจเราเติบโตเร็ว เริ่มต้นจากขายในเฟซบุ๊ก 6 เดือน แล้วดันแบรนด์เข้าขายในห้างทั่วประเท
พนักงานขายเก่งๆ มักใช้วิธี “ไม่ขาย” แต่เขามักใช้วิธี “สตอรี่เทลลิ่ง (Storytelling)” เล่าเรื่องราวที่ขยี้ต่อมอยากของลูกค้าจนอักเสบ แล้วก็ยอมจ่ายเงินในที่สุด ผมเองเป็นคนชอบเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานช่าง เพราะว่างๆ ก็ชอบสนุกกับ DIY ทำโน่นทำนี่ไว้ใช้ในบ้าน หรือซ่อมแซมอันโน้นอันนี้ ดังนั้น ห้างใหญ่ที่ขายวัสดุภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับตกแต่งซ่อมแซมบ้าน จึงมีผมเป็นลูกค้าประจำ มีอยู่ 2 ห้างดัง ที่ผมเลือกใช้บริการ อยากเก็บข้อดีข้อเสียมาฝากทุกท่าน เผื่อเอาไปพิจารณาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราเอง ห้างแรก เป็นห้างที่เขาเคลมว่าเชี่ยวชาญเรื่องบ้าน เวลาไปเดินห้างนี้ ผมชอบที่แอร์เย็นสบาย พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตจนเดินเมื่อย มีข้าวของที่จำเป็นๆ สำหรับบ้านในเมืองค่อนข้างครบ แต่สิ่งที่น่ารำคาญ คือ การสอนพนักงานให้พูดคำว่า “สอบถามได้นะครับ/คะ” ถามพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญ เดินผ่านตั้งแต่ รปภ. เฝ้าประตูหน้า ก็พูด “สอบถามได้นะคะ” เจอพนักงานกี่คน ก็ได้ยินเท่าจำนวนคน แล้วก็พยายามเดินตามมาถาม ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ การปล่อยให้ลูกค้าได้เดินดูสินค้าอย่างอิสระ แล้วสังเกตอยู่ห่างๆ เมื่อใดที่เห็นลูกค้าเริ่มเงยหน้ามองหาใครสักคน
