ว่างงาน
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คาด ปี 2024 ทั่วโลกจะมีคนว่างงานเพิ่มขึ้น 2 ล้านคน อัตราการว่างงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2024 รอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เผยคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% ในปีนี้ โดยสาเหตุหลักมาจากการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว รายงานแนวโน้มการจ้างงานและสังคมโลกปี 2024 (2024 World Employment and Social Outlook) ของ ILO คาดการณ์ว่า ในปี 2024 จำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านคน ส่งผลให้อัตราการว่างงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% จากอัตรา 5.1% ในปี 2023 “เรากำลังคาดการณ์ว่า ประสิทธิภาพของตลาดแรงงานจะลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังชะลอตัวลง” ริชาร์ด ซามานส์ (Richard Samans) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ ILO กล่าว ILO ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า ผลิตภาพแรงงานเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสั้นๆ ที่ประเทศต่างๆ ฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 จากนั้นก็กลับไปสู่ระดับต่ำอย่างที่เป็นมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว “ในช่วงเวลาที่ผลิตภาพเ
เปิดผลสำรวจ คนรุ่นใหม่ อยากทำงานได้ค่าตอบแทนสูง-มีสมดุลชีวิต สศช.ชี้การจ้างงาน-อัตราว่างงาน ไตรมาสแรกปีนี้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คนมีงานทำมากขึ้นทั้งภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะเซ็กเตอร์โรงแรม เตือนให้ความสำคัญการจ้างงานระยะถัดไปส่อขาดแคลนบุคลากรด้านดิจิทัล-ไอที ขณะที่ภาคเกษตรส่อได้รับผลกระทบจาก “เอลนีโญ” ที่ทำให้เกิดภัยแล้ง พร้อมเผยผลสำรวจคนรุ่นใหม่ 15-25 ปี อยากทำงานได้ค่าตอบแทนสูง-มีสมดุลชีวิต วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปี 2566 นี้ สถานการณ์การจ้างงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งการจ้างงานในภาคเกษตรที่มีการทำนาปรังเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และนอกภาคเกษตรโดยเฉพาะในส่วนของโรงแรมและภัตตาคาร สอดรับกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีขึ้น ขณะที่ชั่วโมงการทำงานขณะนี้เข้าสู่ภาวะปกติ ภาพรวมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 41.1 ชม./สัปดาห์ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 40.8 ชม./สัปดาห์ โดยในส่วนของภาคเอกชนอยู่ที่ 44.3 ชม./สัปดาห์ “สำหรับผู้เส
น่าห่วง! เด็กจบใหม่ 5 แสนคน เสี่ยงตกงาน เหตุธุรกิจลดใช้คน-ทักษะไม่ตรงตลาด วันที่ 18 พ.ค. 65 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลสำรวจ ตลาดแรงงานเด็กจบใหม่ในยุคโควิด-19 โดยพบว่า การว่างงานของเด็กจบใหม่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง และยังถูกซ้ำเติมด้วยการระบาดของโควิด-19 โดยตัวเลขการว่างงานของเด็กจบใหม่หรือการว่างงานของกลุ่มเยาวชน (Youth Unemployment) ในช่วงอายุ 15-24 ปี มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติเกือบแสนคน สะท้อนถึงปัญหาของตลาดแรงงานเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่จะเป็นแรงงานมีฝีมือในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ การว่างงานในกลุ่มเด็กจบใหม่ของไทยยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก 1. ตำแหน่งงานว่างไม่สอดคล้องกับทักษะ/วุฒิการศึกษา/ค่านิยมของเด็กจบใหม่ โดยความต้องการแรงงานส่วนใหญ่ในทุกภูมิภาคเป็นกลุ่มอาชีพพื้นฐาน อาทิ แรงงานทั่วไป และเน้นวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ขณะที่บางบริษัทขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยี อาทิ โปรแกรมเมอร์ Data แต่ผู้สำเร็จการศึกษา อยู่ในกลุ่มการบริหารธุรกิจและกฎหมาย วิศวกรรม อุตสาหกรรมและการก่อสร้าง เป็นต้น รวมทั้งเด็กจบใหม่บางส่วนนิยมประกอบอาชีพอิสระมากข
เปิดตัวเลข ไตรมาสแรก ว่างงาน 6.1 แสนคน จบ ป.ตรี เตะฝุ่น 3.1% วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ของปี 2565 มีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 6.1 แสนคน ลดลงจาก 7.6 แสนคนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงจาก 6.3 แสนคนในไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.53% ต่ำที่สุดในช่วงโควิด ขณะที่ผู้เสมือนว่างงาน มีจำนวนถึง 3.8 ล้านคน อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนยังคงเพิ่มขึ้น มีจำนวน 2.6 แสนคน เพิ่มสูงขึ้น 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับผู้ว่างงานที่มีประสบการณ์ทำงานที่เริ่มปรับตัวลดลง ผู้ว่างงานระยะยาวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนถึง 1.7 แสนคน และการว่างงานในกลุ่มแรงงานที่จบการศึกษาสูงยังอยู่ในระดับสูง โดยอัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 3.10% ขณะที่ภาพรวมการจ้างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในและนอกภาคเกษตรกรรม โดยการจ้างงานภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 11.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% จากกา
ใครหางานมาทางนี้! กระทรวงแรงงาน ชวนสมัครงานผ่านเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ มีตำแหน่งงานรองรับกว่า 1.5 แสนอัตรา พร้อมเผย 5 ตำแหน่งงานที่มีความต้องการมากที่สุด เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน เตรียมตำแหน่งงานว่าง จำนวน 159,703 อัตรา รองรับ ผู้ว่างงาน ผู้จบการศึกษาใหม่ กลุ่มผู้เปราะบาง กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และทุกคนที่ต้องการมีงานทำ โดยพร้อมให้บริการประชาชนผ่านระบบออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ซึ่งให้บริการทั้ง Web Application และ Mobile Application โดยตำแหน่งงาน 5 อันดับแรกที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ 1. แรงงานด้านการประกอบ 2. แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์ 3. พนักงานขายของหน้าร้านและสาธิตสินค้า 4. ตัวแทนจัดหาบริการทางธุรกิจและนายหน้าการค้าอื่นๆ 5. ตัวแทนฝ่ายขายด้านเทคนิคและการค้า หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน
ใคร ว่างงาน – ตกงาน อย่าเพิ่งหมดหวัง ลงทะเบียนเป็น ผู้ประกันตน ม.33 เลย ในยุคที่ไวรัสระบาด หลายกิจการต่างได้รับผลกระทบหนัก จนต้องลดต้นทุน เซฟคอร์สในทุกวิถีทาง ซึ่งเป็นผลให้หลายๆ คน ต่างตกงาน-ว่างงาน กันไม่น้อย เพจ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยประกาศ เชิญชวนให้ผู้ที่กำลังเดือดร้อนจากการว่างงาน ลงทะเบียนเป็น ผู้ประกันตน ม.33 ดังนี้ ว่างงาน-ตกงาน ต้องการความช่วยเหลือ? ผู้ประกันตนสามารถทำตามนี้ได้เลย ขั้นตอนการลงทะเบียน 1. ไปที่เว็บไซต์ของกรมการจัดหางานผ่านระบบใหม่ https://e-service.doe.go.th ผู้ประกันตนที่จะขึ้นทะเบียนในระบบดังกล่าวจะต้องทำการลงทะเบียนขอใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล / Digital ID ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. และผู้ประกันตนสามารถเข้าสู่ระบบ (Login) โดยใช้ User / Password ที่ลงทะเบียน Digital ID ในกรณีขึ้นทะเบียนว่างงาน และรายงานตัวตาม นัดหมาย เพียงแค่กรอกข้อมูลรายละเอียดตามระบบ และแนบไฟล์บัญชีธนาคาร โดยผู้ประกันตนไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ กับทางสำนักงานประกันสังคมอีก 2. กรณีที่ผู้ประกันตนไม่สามารถลงทะเบียนว่างงานผ่านออนไลน์ได้ สามารถ
เปิดสถิติ อัตราคนไทย ว่างงาน ลดลง ชี้ 3 กลุ่มอาชีพเสี่ยงเป็น ผู้ว่างงาน ในอนาคต เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว สำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงข่าวผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาส 4 ปี 2564 และตัวชี้วัดด้านแรงงานที่สำคัญ ดังนี้ สถานการณ์แรงงานไตรมาส 4 ปี 2564 ของประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ภายหลังจากมาตรการด้านโควิดของรัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย แรงงานมีงานทำมากขึ้น และมีการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับเข้ามาสู่ภาคการบริการและการค้า และภาคการผลิต อัตราการมีงานทำอยู่ที่ร้อยละ 66.3 โดยส่วนใหญ่ทำงานในภาคการบริการและการค้า (ร้อยละ 45.1) รองลงมาคือ ภาคเกษตรกรรม และภาคการผลิต ตามลำดับ (ร้อยละ 33.2 และ ร้อยละ 21.6) สำหรับสถานการณ์การว่างงานมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น ผลสำรวจพบว่า ผู้ว่างงานลดลงจาก 8.7 แสนคนในไตรมาส 3 เหลือ 6.3 แสนคนในไตรมาส 4 เป็นผลต่อเนื่องมาจากมาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศในพื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสำคัญๆ ปัญหาการว่างงานระยะยาว ยังต้องจับตามอง ปัญหาการว่างงานระยะยาว หรือ การว่างงานที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เป็นตัวชี้วัด
ทุบสถิติ! ILO เผย ผลพวงมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำแรงงานอายุ 15-24 ปี ว่างงานสูง คาด ตลาดแรงงานปี 65 ฟื้นตัวช้า-ไม่สม่ำเสมอ การว่างงานในกลุ่มแรงงานคนหนุ่มสาวในประเทศไทย แตะระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ตามรายงานล่าสุดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) จาก ข้อมูลล่าสุดของตลาดแรงงานไทย พบว่า การจ้างงานแรงงานเยาวชนลดลงร้อยละ 7 ในไตรมาสแรกของปี 2564 (เทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2562) อัตราการว่างงานของเยาวชนทั้งชายและหญิงเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จุด ซึ่งสูงที่ร้อยละ 6 และร้อยละ 8 ตามลำดับ จากรายงานฉบับนี้ มาตรการการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการจ้างงานในสถานประกอบการขนาดเล็กที่มีการจ้างแรงงานน้อยกว่า 50 คน โดยการจ้างงานเยาวชนได้รับผลกระทบมากที่สุดในสถานประกอบการเหล่านี้ อัตราการจ้างงานลดลงร้อยละ 18 สำหรับแรงงานเยาวชนชาย และร้อยละ 24 สำหรับแรงงานเยาวชนหญิง “ผลกระทบของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างรุนแรงในกลุ่มเยาวชนและสถานประกอบการขนาดเล็ก มาตรการช่วยเหลือที่เฉพาะเจาะจงลงไปในภาคธุรกิจหลักและราย
ไม่อยากว่างงาน ต้องมีทักษะเหล่านี้ ในโลกการทำงานยุคใหม่ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากมาตรการควบคุมการระบาด เช่น การซื้อสินค้า การทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการสั่งอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นต้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ นอกจากนี้ ในหลายอุตสาหกรรมก็เริ่มมีการปรับตัวเช่นเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่มี Telemedicine โดยเป็นการให้บริการทางการแพทย์ผ่าน VDO Conference ซึ่งจะไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ในภาคอุตสาหกรรมมีการนำหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามามากขึ้น จะเห็นได้ว่ารูปแบบธุรกิจต่างๆ ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ทักษะความรู้ด้านดิจิทัลเข้ามามีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความต้องการตำแหน่งงานเดิมที่เคยมีอยู่ลดลงหรือหายไป โดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการหรือแรงงานขาดทักษะ เช่น แคชเชียร์ หรือพนักงานเสิร์ฟ เป็นต้น ขณะเดียวกัน อาจมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานทำให้ความต้องการแรงงานใหม่ไม่พอดึงแรงงานว่างงาน ดังนั้น มีแนวโน้มสู
ถางที่ดินรกร้าง สร้างแปลงเกษตร หาอาชีพให้ นศ. ประชาชน ว่างงานจากวิกฤต จากสถานการณ์ปัจจุบัน COVID-19 ส่งผลกระทบ ทำให้ผู้คนหลุดจากตลาดงานและมีรายได้จากการทำงานหรืออาชีพเสริมลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาว คนวัยทำงาน รวมถึงนักศึกษา ที่กำลังจะจบการศึกษากำลังได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตการระบาดที่เกิดขึ้น ดังนั้น คณะนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินโครงการสร้างอาชีพ รายได้ และเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาที่กำลังจะจบใหม่ และประชาชนในชุมชนเมืองเอก ที่ว่างงานจากภาวะวิกฤต ภายใต้โครงการ “พลิกโฉมหลักหกสร้างอาชีพและรายได้แนวใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างสุขภาวะ” อาจารย์กษิดิ์เดช อ่อนศรี ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร กล่าวว่า คณะนวัตกรรมเกษตร ได้รับการสนับสนุนที่ดินรกร้างให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จำนวน 2 แปลง จากหมู่บ้านเมืองเอกโครงการ 4 ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงเริ่มลงพื้นที่สำรวจ โดยมีการวางแผนผังการเพาะปลูก จัดสรรพื้นที่ และวางระบบน้ำสำหรับการเพาะปลูก รวมถึ
